โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ส่องสาเหตุจริงจัง ที่อกหักแล้วไม่ควรขับรถ นอกเหนือความเสี่ยวจากมุขที่ได้รับ

AutoFun Thailand

อัพเดต 10 มี.ค. 2566 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2566 เวลา 01.38 น. • Superbom
อกหักอย่าขับรถ เพราะรถมีที่ปัดน้ำฝนแต่คนไม่มีที่ปัดน้ำตา หลาย ๆ คนอาจจะมองว่าเป็นมุขเสี่ยวของคนเหงา แต่ความเป็นจริงแล้วอกหักมีผลต่อการขับรถทั้งโดยตรงและทางอ้อม

อกหัก (n.) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้นิยามหมายถึง ความผิดหวังหรือพาดหวังในบางสิ่ง ซึ่ง 99% มักจะให้ในเรื่องของความรักมากกว่า ที่หมายถึงการสิ้นสุดความสัมพันธ์ของคนรักสองคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบอกเลิกหรือฝ่ายถูกบอกก็ตาม

สิ่งที่จะช่วยให้คนอกหักออกจากอาการนี้มีหลากหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือการอยู่กับตัวเอง ทบทวนสิ่งต่าง ๆ แล้วให้เวลานำพา แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญเลยคือ หลีกเลี่ยงการขับรถ เพราะนอกจากแผลใจที่ช้ำแล้ว ยังอาจจะได้แผลตัวและแผลรถที่คุณรักอีกด้วย ถามว่าทำไมเหตุผลด้านล่างคือคำตอบ

ความเศร้าทำให้การตัดสินใจช้าลง

อกหักอย่าขับรถ เพราะรถมีที่ปัดน้ำฝนแต่คนไม่มีที่ปัดน้ำตา หลาย ๆ คนอาจจะมองว่าเป็นมุขเสี่ยวของคนเหงา แต่ความเป็นจริงแล้วอกหักมีผลต่อการขับรถทั้งโดยตรงและทางอ้อม

หากไปถามคนที่มีประสบการณ์ด้านอกหักแต่ต้องขับรถ จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าร้องไห้ให้หยุดรถก่อนแล้วค่อยขับต่อ

เนื่องจากเวลาเราร้องไห้จะทำให้สติในการขับรถของเราลดลง อาจจะนำไปซึ่งความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้ อีกทั้งยังทำให้สมองของเราไม่ปลอดโปรง ความระมัดระวังลดลง การตัดสินใจก็ช้าลง ดังนั้นถ้าเศร้ามาก ๆ ก็ควรที่จะหยุดรถก่อน แล้วพอสติเริ่มกลับมาค่อยขับรถต่อ

อกหักอย่าขับรถ เพราะรถมีที่ปัดน้ำฝนแต่คนไม่มีที่ปัดน้ำตา หลาย ๆ คนอาจจะมองว่าเป็นมุขเสี่ยวของคนเหงา แต่ความเป็นจริงแล้วอกหักมีผลต่อการขับรถทั้งโดยตรงและทางอ้อม

เรื่องนี้เราไม่ได้คิดเองงานวิจัยหลาย ๆ ชิ้นเกี่ยวกับสุขภาพจิตพบว่า อาการเศร้านั้นทำให้การตัดสินใจแย่ลง เนื่องจากความรู้ผิดที่เกิดขึ้น ทำให้ตัดสินใจไม่เฉียบขาดเหมือนกับสภาวะปกติ อาจจะนอกจากนี้การตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ ในช่วงเวลานี้อาจจะทำให้เศร้ายิ่งไปกว่าเดิม

อ่านเพิ่มเติม : คิดดีแล้วหรือจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง? กับปัจจัยที่ควรดูก่อนตัดสินใจซื้อ

อันตรายต่อคนอื่นด้วยเช่นกัน

อกหักอย่าขับรถ เพราะรถมีที่ปัดน้ำฝนแต่คนไม่มีที่ปัดน้ำตา หลาย ๆ คนอาจจะมองว่าเป็นมุขเสี่ยวของคนเหงา แต่ความเป็นจริงแล้วอกหักมีผลต่อการขับรถทั้งโดยตรงและทางอ้อม

การที่เราตัดสินใจช้านอกจากจะเป็นอันตรายต่อตัวเราเองแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อเพื่อนร่วมทางในถนนอีกด้วย ดังนั้นเมื่อดวงใจของเราเจ็บช้ำแล้ว เอาอย่าเอาหัวใจคนอื่นมาเจ็บเพิ่มอีกเลย ถ้าเป็นไปได้เลี่ยงการเดินทางไกลหรือเส้นทางอันตรายสักพัก

อ่านเพิ่มเติม : เหตุใด การจับพวงมาลัยจากด้านใน และการขับรถด้วยมือข้างเดียวอาจทำให้เกิดอันตราย

รถอาจจะไม่ใช่สถานที่แห่งความสุขต่อไป(หรือเปล่า)

อกหักอย่าขับรถ เพราะรถมีที่ปัดน้ำฝนแต่คนไม่มีที่ปัดน้ำตา หลาย ๆ คนอาจจะมองว่าเป็นมุขเสี่ยวของคนเหงา แต่ความเป็นจริงแล้วอกหักมีผลต่อการขับรถทั้งโดยตรงและทางอ้อม

เราจะจำได้แต่สิ่งที่สุขที่สุดและก็ทุกข์ที่สุด บางครั้งมันก็เป็นเรื่องที่เศร้าที่คนนั่งข้างรถของเราเป็นประจำหรือคนที่ขับรถให้เราเป็นประจำหายไปจากชีวิตแบบไม่ทันตั้งตัว การที่คุณกลับมานั่งในรถอีกครั้งอาจจะทำให้ภาพความทรงเก่า ๆ กลับมาอีกครั้ง

ดังนั้นหากคุณยังอกหักใหม่ ๆ อาจจะต้องตั้งสติสักหน่อย ก่อนออกรถ ไม่งั้นคุณอาจจะต้องจอดรถเพื่อร้องไห้หลายรอบกว่าจะถึงเป้าหมาย ยิ่งเปิดเพลงเศร้าระหว่างทางด้วยนี่บอกเลยว่าเจ็บปวด

อ่านเพิ่มเติม : เบนท์ลีย์ฉลองเทศกาลแห่งความสุข จัดของขวัญชิ้นพิเศษ คอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดต้อนรับปีใหม่

ไม่ว่าจะอารมณ์ไหน "สติ" คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขับรถ

อกหักอย่าขับรถ เพราะรถมีที่ปัดน้ำฝนแต่คนไม่มีที่ปัดน้ำตา หลาย ๆ คนอาจจะมองว่าเป็นมุขเสี่ยวของคนเหงา แต่ความเป็นจริงแล้วอกหักมีผลต่อการขับรถทั้งโดยตรงและทางอ้อม

เพื่อความปลอดภัยตลอดระยะเวลาที่อยู่ในท้องถนน ไม่ว่าอารมณ์ไหนก็ไม่สำคัญเท่าสติ เพราะสิ่งนี้คือสิ่งที่นำพาให้คุณและคนในรถถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะทะเลาะกับใครมา โดนใครทำอะไรไม่ดีมา หรือโมโหใครมา ทิ้งเอาไว้ก่อนออกสตาร์ท ถึงที่หมายค่อยว่ากัน

อ่านเพิ่มเติม : ระวัง! สาเหตุที่ไม่ควรเปิดฝาหม้อน้ำขณะเครื่องยนต์ร้อน อาจจะเจ็บตัวได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...