โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

ความจริงปรากฎ ตุ๊ก เดือนเต็ม ไม่เคยเป็นเพื่อนสนิท ลินดา มาก่อน

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 ธ.ค. 2565 เวลา 04.31 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2565 เวลา 04.25 น. • The Bangkok Insight

ตุ๊ก เดือนเต็ม ย้อนเล่าความสัมพันธ์ ลินดา ค้าธัญเจริญ เป็นแค่เพื่อนร่วมวงการ แต่บุญสัมพันธ์ดูแลกันมา 18 ปี

นักแสดงรุ่นใหญ่ ตุ๊ก เดือนเต็ม เปิดใจวินาทีสูญเสียเพื่อนรัก ลินดา ค้าธัญเจริญ ไปอย่างไม่มีวันกลับพร้อมเล่าความจริงที่หลายคนยังไม่เคยรู้ ทั้ง แม่ตุ๊ก และ แม่ลินดา ไม่เคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน อีกทั้งยังเล่าโมเมนต์น่ารักของคำว่าเพื่อนที่ดูแลกันมายาวนานกว่า 18 ปี แถมยังเล่าเหตุการณ์ที่หมอดูเคยทักคุณลินดาเอาไว้ก่อนที่จะป่วยผ่านทาง รายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง วัน 31

ตุ๊ก เดือนเต็ม

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ทราบข่าวของอดีตนางแบบและนางเอก คือ พี่ลินดา ตอนนี้คุณแม่ทำใจได้หรือยัง ?

แม่ตุ๊ก : ตอนนี้มีความรู้สึกว่าเขายังอยู่ เราไม่ได้มีความทุกข์โศกตรงที่ว่า เหมือนทำอะไรทุกอย่างให้เรียบร้อย แต่เขาก็ยังอยู่ในใจเรา ก็เหมือนเขายังอยู่

ใจหายไหม ?

แม่ตุ๊ก : ใจหาย แต่จริง ๆ เราทำใจมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะว่าเมื่อปีที่แล้วของวันนี้ เขาก็เป็นหนัก เขาก็เข้าไปอยู่โรงพยาบาล 4-5 เดือน แล้วก็มาอยู่ที่บ้าน 9 เดือน

ตอนที่เข้าครั้งที่ 2 มีความหวังลึก ๆ ไหมว่าจะกลับไปเหมือนเดิม ?

แม่ตุ๊ก : เรามีความหวังทุกครั้ง แล้วก็คุยกับพี่เลี้ยงเขา 15 ปี เขาอยู่ดูแลกันตลอด 24 ชม. แล้วเราก็จะติดต่อเขา มันช่วงโควิดเนี่ยเราไม่สามารถเยี่ยมได้เลย เพราะเขาจะไม่ให้คนนอกเข้าไป ยกเว้นคนนั้น เพราะเขากลัวว่าคนไข้จะได้รับเชื้อ เราก็จะวีดิโอคุยกัน ก็ได้เห็นหน้า แต่ไม่ได้สื่อสารด้วยคำพูด

แต่พอถึงจุดสุดท้าย แม่ตุ๊กตัดสินใจคุยกับหมอดีกว่าว่าเราจะไม่ยื้อ ตอนนั้นตัดสินใจนานไหม ?

แม่ตุ๊ก : ตั้งแต่เล็ก (คนดูแลลินดา) เขาพูด เราก็ปรึกษากันว่าเราไม่ให้พี่ดาทรมานอีกแล้วนะ ตั้งแต่แรก เราบอกว่าถ้ามีอะไรขึ้นมา ไม่ให้ปั๊ม ไม่ให้เจาะ หรือไม่ให้ทำอะไรเพิ่มแล้ว ให้เขาไปอย่างสงบ เพราะว่าเป็นขนาดนี้แล้ว อย่าเจ็บอะไรอีกเลย แต่ก็ไม่คิดว่าจะไป เพราะว่าครั้งสุดท้ายที่ไปก็คือไปเข้าโรงพยาบาล มีไข้ขึ้นสูง เข้าโรงพยาบาลวันที่ 4 พฤศจิกายน แต่เล็กเขามีเซ้นส์อะไรบางอย่าง เขาบอกว่า เขามีความคิดยังไงก็แล้วแต่มี๊ต้องได้กลับมา แต่เล็กก็เชื่อว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ตายของมี๊ดาหรอก เขาก็มีเซ้นส์ของเขา เราก็บอกทำใจเถอะ อะไรต่ออะไร เดี๋ยวเขาคงได้กลับมา ตอนนั้นช่วงโควิดเขาไม่ได้ให้เข้าเยี่ยมนะคะ เล็กก็ไปนั่งเฝ้า จนกระทั่งตรวจดูค่าของตับขึ้นสูงถึงระดับที่ 5 แล้ว มันไม่สามารถขับของเสียออกมาได้ เขาถึงได้มีการอักเสบ มีการเลือดออก หมอก็แปลกใจ ให้เลือดคุณลินดาทุกวันเลย ทำไมเลือดไปอยู่ที่ไหนหมด ลินดายังซีด แต่ภาวะคือร่างกายมันไม่รับอะไรแล้ว มันก็เลยกลายเป็นเลือดเข้าไปอยู่ในช่องท้อง

ตุ๊ก เดือนเต็ม

วันที่ 4 เข้าไปคือไข้ขึ้นสูง แล้วอยู่กี่วันถึงรู้ ?

แม่ตุ๊ก : ไปเรื่อย ๆ ก่อน ว่าอาทิตย์นี้ให้เลือด แต่ทำไมยังซีดอยู่ มีภาวะหายใจด้วย หมอก็รักษาตามอาการ ก็ปรึกษาเพราะเรามอบให้คุณเล็กเลยว่าทุกอย่างให้เล็กเป็นคนเซ็นและตัดสินใจได้ เพราะเล็กอยู่ตรงนั้น เราไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่การที่เราจะตกลงอะไรกันจะต้องโทรมาถามกันก่อนว่าจะเอายังไง แล้วเล็กค่อยบอกกับหมอ เขาก็เล่า มีอาการเริ่มดร็อป เราก็บอกว่าล้างไตก็ไม่ได้แล้วล่ะ เป็นระดับนี้ ร่างกายไม่สมบูรณ์ จะมานั่งล้างไต มาเสียบท่อ มาอะไรต่ออะไรเราบอกไม่เอาแล้ว จบตรงที่ว่ารักษาตามอาการ แล้วคุณหมอดีมาก บอกเลยว่าคุณเล็กทำใจนะ เขาไม่วันนี้ แต่คงไม่เร็ว ๆ นี้หรอก คุณหมอเรียกเล็กไปคุยทุกเย็นไปบำบัดจิตให้เล็กด้วย เล็กก็ทำใจ แต่เขาขอวาระสุดท้ายขอไม่ให้ทำอะไรอีกแล้ว คุณหมอบอกไม่เป็นไรเที่ยวนี้ชีพจรเขาจะค่อย ๆ ตกไปเอง แต่เขาจะไม่ทรมาน เหมือนคนที่ไม่ได้รับประทานอาหาร ร่างกายมันก็ดับไปเอง เราก็เตรียมใจไปแล้ว จนสุดท้ายที่คุณหมอบอกว่าพี่เล็กเข้าไปนอนเฝ้าได้เลยพอแบบนั้นเรารู้แล้วว่า ดาจะต้องเสีย พอเล็กเขาเห็นดาปุ๊บ เขาจะน้ำตาไหล จับมือ เขาก็จะรู้ว่าให้เล็กเข้าไปนอนเฝ้าได้ เล็กก็ไปนอนเฝ้าอยู่ตรงนั้นได้ เราก็รู้แล้วว่าถ้าไม่ถึงขั้นนี้เขาคงไม่ให้เข้าไปเฝ้าหรอก

ในมุมของคุณแม่ก่อน 1 วันก็มีเซ้นส์แปลก ๆ บางอย่าง ?

แม่ตุ๊ก : ใช่ๆ รู้สึกว่าไปแน่ ๆ เลย ตอนแรกเราจะติดต่อเพื่อนอีกคนตลอด เราไม่มีใคร ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาเราจะไปวัดไหน อะไรตรงไหน เราก็จะต้องเตรียมการไว้ก่อน เขาบอกว่าเดี๋ยวไปวัดเทพศิรินทร์ได้ เสร็จแล้วเราก็มารู้ข่าวว่าถ้าวัดเทพศิรินทร์ต้องหลังวันที่2 ธันวาคม พี่เลยเลยบอกเพื่อนว่าจองวัดพระศรีฯ ไว้ให้ก่อน

ให้จองวัดเลย ?

แม่ตุ๊ก : ให้จองวัด จองศาลาไว้เลย แต่ยังไม่ต้องบอกว่าเป็นใคร ซึ่งเพื่อนคนนี้เขาสนิทกับทางนั้นอยู่ เขาเลยจอง แล้วบอกเราว่าทำให้เรียบร้อยแล้วนะ ก็ได้จองเอาไว้ ก็เป็นอันสบายใจแล้วว่าอย่างน้อยก็มีที่ตรงนี้

การจองเราต้องกำหนดวันให้เขาไหม ?

แม่ตุ๊ก : ไม่กำหนดค่ะ เราขอจองศาลานี้ไว้ก่อนเลย ไม่รู้นึกยังไงบอกขอจองไว้ก่อน เพราะมีความรู้สึกว่าไม่น่าจะเกิน 3 - 7 วัน

ตุ๊ก เดือนเต็ม

แม่ไม่ได้แค่จอง แม่ซื้อชุดด้วย ?

แม่ตุ๊ก : ถูกต้องค่ะ เล็กเขาจะบอกเลยว่าเขาชอบชุดสีชมพู เขาชอบทุกอย่างที่เป็นสีชมพูหมด ก็ไปซื้อเตรียมไว้หมดแล้วถึงวันที่ 26 เขาให้เยี่ยมได้แล้ว เราก็ไป พอไปถึงเราก็เห็นแล้วก็ไปบอกเขาว่า ดาไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะ ทุกอย่างเรียบร้อย แล้วเรื่องเล็กเดี๋ยวจะดูแล จะไม่ทอดทิ้งเขา เราหมดอายุขัยแล้วไม่ต้องห่วงใครแล้ว เราหมดสิ้นสุดการเดินทางในโลกมนุษย์แล้ว ต่อไปนี้เราก็ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี อะไรต่อ อะไรมันสวยงามกว่า เขาก็เหมือนกระตุก ๆ แต่วันนั้นเขาเบลอแล้ว เขาลอย ๆ แต่ตัวเขาจะกระตุก ๆ เราก็จับมือเขาแล้วพูด

วันนั้นแม่ไปเองหรือทางโรงพยาบาลโทรมา ?

แม่ตุ๊ก : เราไปเอง เรามีความรู้สึกว่าเราต้องไปแล้ว รู้สึกว่าต้องไปในขณะที่เขามีสติอยู่ แล้วเราก็กลับมา นอนไม่ค่อยหลับ ปกติเราเป็นคนไม่เปิดโทรศัพท์เลย แต่อันนี้เปิดเอาไว้เผื่อมีอะไร ตื่นเช้ามาสวดมนต์ 7:40 น. เล็กโทรมาว่ามี๊ดาไปแล้วนะ เราก็บอกหมอ เดี๋ยวจะไปแต่งตัวให้ จิ๊ก เนาวรัตน์ ก็มาแต่งหน้าให้ เชื่อไหมตอนแต่งหน้ามาเหมือนเขาเป็นนางแบบ สวยงามมาก สวยกว่าตอนที่เขาป่วยอยู่อีก วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ แต่งตัวเสร็จเราก็ฝากไว้ก่อน เพื่อไปจัดการเรื่องเอกสาร วันจันทร์เราถึงมารับร่าง เขาก็สวยงาม ไปถึง ไปรดน้ำศพ ไปอะไร ทุกอย่างมันราบรื่นหมดเลย แล้วดาเขาไปดีมาก เพราะอาการจริง ๆ แล้ว ดาเขาเสียด้วยอาการปอดติดเชื้อ คนที่นอนติดเตียงส่วนใหญ่จะมีอาการทางนี้

เห็นว่าช่วงก่อนจะลาจากกัน เวลาแม่ไป แม่ชอบร้องเพลง ?

แม่ตุ๊ก : ช่วงนั้นที่อยู่โรงพยาบาล เราจะชอบร้องเพลง ความรักเรียกหา เพราะมันเป็นเพลงเรื่องแก้วที่เขาโด่งดังมาก เวลาไปโรงพยาบาลจะไม่เคยทำตัวว่าเขาเป็นคนป่วย ในระหว่างที่เขาป่วยเขาก็จะกลายเป็นเด็ก เรามีความรู้สึกเหมือนเขาเป็นลูกเลยนะ ทั้ง ๆ ที่เขาแก่กว่าอาปีเดียว แต่เรามีความรู้สึกเอ็นดูเขาเหมือนลูก ส่วนพี่เลี้ยง เจ้าเล็กเนี่ย ก็รู้สึกว่าดาเป็นแม่ แต่เรารู้สึกว่าดาเป็นลูก เราไปมีแต่ความเอ็นดู

ตุ๊ก เดือนเต็ม

เห็นว่าก่อนที่คุณลินดาจะป่วยมีหมอดูทักไว้ล่วงหน้า ?

แม่ตุ๊ก : อันนี้เป็นเมื่อปี 46 ก่อนที่เขาจะล้ม แล้วดามาเล่นละครกับเรา เล่นเป็นลูกสะใภ้ เราเป็นแม่ผัวเขา ดาก็แบบทำไมละครไม่เสร็จสักที ดาอยากไปต่างประเทศ อยากข้ามน้ำ ข้ามทะเลไป เพราะมีหมอดูทักว่าดวงไม่ดีแล้วนะ อยากให้ข้ามน้ำ ข้ามทะเลไปเปลี่ยนดวง เราเป็นคนไม่ได้อะไรตรงนี้ก็เลยบอก ไม่เป็นไรหรอกดา เดี๋ยวเสร็จแล้วค่อยไป แล้วก็มา…เรายังสงสัยอยู่เลยหมอคนนั้นใคร

เห็นว่าตอนนั้นทักแบบเป๊ะ ๆ ด้วยนะ บอกว่าจะป่วยหนัก ?

แม่ตุ๊ก : เขาบอกว่าชะตาจะขาดด้วยซ้ำไป เขาถึงบอกว่าอยากให้ข้ามน้ำ ข้ามทะเลไปเปลี่ยนดวง

ตอนนั้นที่ทักปุ๊บ ครั้งแรกเลยคือล้ม ?

แม่ตุ๊ก : จริง ๆ เส้นโลหิตแตก ถึงล้ม หลายคนชอบเข้าใจผิดว่าล้มแล้วแตก มันก็เหมือนกับครึ่งซีก เพราะรออยู่นานกว่าเราจะไปรับ ที่โรงพยาบาลหมอก็บอกว่าจะฟื้นหรือเปล่า เพราะว่าเลือดคลั่งในสมอง 7 เซ็นแล้วตอนนั้น ใจเราตอนที่เด็กโทรมา เราก็โทรไปโรงพยาบาลกรุงเทพเลย บอกว่าเปิดห้องผ่าตัดให้ด้วย แล้วเดี๋ยวให้รถมารับจากโรงพยาบาลนั้นมาที่นี่ พอมาถึงหมอบอกพี่ ระดับนี้แล้ว ผมกลัว50:50 นะจะไม่ฟื้น เราก็บอกเอามาแล้ว ผ่าก่อนแล้วกัน หมอไม่ต้องคิดค่าผ่าตัดนะช่วย ๆ กัน หมอก็น่ารักมาก ปรากฏว่า 3 วันเขาฟื้น เขาชู 2 นิ้วแล้ว เราก็เลยบอกว่าดานี่เขาปาฎิหาริย์หลายอย่าง แล้วตอนนั้นเรามีทำกายภาพบำบัด ตอนนั้นซีกซ้าย ตอนนั้นเรามีความรู้สึกว่าเราเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง แล้วเราสอนเด็กเดิน จนเด็กเริ่มเดินได้ เขาก็ขอกลับบ้าน เขาก็คิดถึงหมา ตอนแรกเราพยายามบอกหมอว่ายื้อไว้ได้ไหม อยากให้เขาแบบเต็มที่ก่อน แล้วค่อยกลับไป หมอบอกไม่ได้เขามีสติครบถ้วน เราก็เลยบอกโอเค ปล่อยให้กลับไป

แม่เสียใจ แล้วพี่เลี้ยงที่ดูแลกันมาล่ะ ?

แม่ตุ๊ก : เขาแทบตาย มันเหมือนแม่เขาเลย อยู่กัน 24 ชม. ดูแลกันไม่ห่าง ตอนนี้พี่เอาเขามาอยู่ด้วยก่อน เพื่อที่เราจะได้ดูแลด้านจิตใจเขา

ตุ๊ก เดือนเต็ม

ทั้งสองคนไม่ใช่เพื่อนสนิทกัน ?

แม่ตุ๊ก : ใช่ เป็นแค่เพื่อนในวงการ แล้วพอดีคุณอาลีนักดนตรีเขาเป็นคนสร้างแม่มาคนแรก คุณอ้อย กาญจนา เป็นคนที่สอง แล้วก็มาเป็นคุณลินดา เราก็ไม่เคยเจอะเจอ ไม่เคยเล่นละครร่วมกัน เพราะว่าคาแร็คเตอร์มันคนละอย่าง แล้วก็ได้เล่นละครด้วยกันประมาณปี 28-29 ตอนนั้นคุณอาลีเขาเอาลูกศิษย์ 3 คนมารวมกัน แต่ก็ไม่สนิทกันอีก ส่วนดาเส้นทางเขาจริง ๆ เขาเป็นนางแบบ เขาจะอยู่กลุ่มนางแบบของเขา ไม่เคยกินข้าวด้วยกัน ไม่เคยมีเบอร์โทรศัพท์ลินดาแล้วมาเจอเรื่องที่เป็น ชุมทางรัก ตอนนั้นปี 46 เขามาเล่นเป็นลูกสะใภ้เรา จากเรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่าดาเขาอยู่ตัวคนเดียวนะ แล้วเขาก็ไปเปิดร้านอาหาร ทำอะไร ต้องไปอุดหนุนนะ เราก็ไป ก็ได้คุยกัน ตอนอยู่ที่ร้าน เขาจะบอกเด็ก ตอนแรกเราไม่รู้ เขาบอกว่าถ้ามีอะไรให้โทรหาเดือนเต็มนะ เพราะเดือนเต็มใจดี ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีอะไร วันนึงก็ไปถ่ายละครของเรา กลับมาถึง 4 ทุ่มกว่า เดซี่เขาเป็นลูกน้องลินดาอยู่ที่ร้าน เขาโทรเข้ามาเราก็ให้ผู้จัดการรับ เขาบอกว่าพี่ดาล้ม เส้นโลหิตแตกอยู่ตรงนี้ไม่มีใครดูเลย มันเป็นพอดีที่ดาให้เบอร์เราไว้ ตอนนั้นเราก็ไม่คิดอะไร คิดว่ามันน่าจะเป็นบุญสัมพันธ์

ไม่ได้สนิทกัน แต่ดูแลกันยาวนานมาก ๆ เลย 18 ปีที่ผ่านมา ?

แม่ตุ๊ก : ใช่ค่ะ คุยกันทุกวัน ตอนแรก ๆ ที่อยู่โรงพยาบาล ไปทุกวันเที่ยงคืนกลับบ้านไปอยู่เป็นเพื่อนเขา

แม่ตุ๊กมองแม่ลินดาเป็นคนยังไง ?

แม่ตุ๊ก : จริง ๆ เพราะเราไม่รู้จักเขาส่วนตัวใช่ไหม เราก็มองเขาทั่วไปที่เราเห็น ผู้หญิงคนนี้ สวย เลิศ เชิด หยิ่ง แล้วผิวสีแต่ทำไมใส่สีจัดจ้านได้สวยงามมาก เรามองเขาเป็นผู้หญิงที่สวยแปลก สมัยใหม่อยู่ตลอดเวลา แล้วชอบเสียงเขาเหมือนขึ้นจมูกนิด ๆ เราก็ชื่นชมเขาตรงนั้น

ดูแลคนอื่นจนไม่ได้ดูแลตัวเอง จนเป็นโรคเครียดเลย ?

แม่ตุ๊ก : เครียดค่ะ มันหลายอย่างอะไรต่ออะไรมันรุมเร้าเข้ามา แต่เรามองในแง่ดี เราเครียดเราก็พยายามสงบสติอารมณ์ เรามองใครจะยังไงก็ช่าง เรายึดถืออย่างเดียว เราต้องดูแลลูกเราให้ดี ลูกเราคือลินดาเนี่ยแหละ ที่เราดูแลมามันเป็นความสะดวกใจของเรา เพราะเราไม่มีครอบครัว อย่างเพื่อนคนอื่นเขามีครอบครัว เขามีกิจการ แต่เรามันคล่องตัว อยากจะไปไหน ทำอะไรก็ได้ แล้วเรามีความรู้สึกว่าดานี่แหละมาเติมเต็มความรู้สึกให้เรา ที่เขาป่วย ที่เราไปเยี่ยม เขาทำให้เรารู้สึกว่าเรามีคุณค่านะ มีคนอยากเห็นเรา อยากให้เรามาหาทุกวัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...