โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

แพทย์ฉุกเฉินขาดแคลน อัตราการผลิตบัณฑิตเพียงปีละ 200 คน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ธ.ค. 2565 เวลา 11.22 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2565 เวลา 09.51 น.

แพทย์ฉุกเฉินผู้มีบทบาทสำคัญช่วยผู้ป่วยวิกฤตนอกโรงพยาบาล ประเทศไทยมีเพียง 674 คน อัตราการผลิตบัณฑิตเพียงปีละ 200 คน หน่วยงาน-สถาบันการศึกษา 10 แห่ง ตั้งเป้าผลิตร่วมกันให้ได้ 15,000 คน เริ่มปีการศึกษา 2566

วันที่ 27 ธันวาคม 2565 อาจารย์นายแพทย์สุขสันต์ กนกศิลป์ อาจารย์ประจำหลักสูตรฉุกเฉินการแพทย์ คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า การบริการการแพทย์ฉุกเฉินนอกโรงพยาบาล ถือเป็นงานบริการที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบสุขภาพของประเทศ โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า การที่ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตได้รับการปฏิบัติการทางการแพทย์ขั้นสูงตั้งแต่เมื่ออยู่นอกโรงพยาบาล ทำให้มีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ

ดังนั้น การบริการการแพทย์ฉุกเฉินจำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการทำหน้าที่บริบาลผู้ป่วยฉุกเฉินนอกโรงพยาบาล อันเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุกเฉิน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พุทธศักราช 2551

และเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564 ได้มีประกาศ “พระราชกฤษฎีกากำหนดให้สาขาฉุกเฉินการแพทย์เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2564” โดยให้มีคณะกรรมการวิชาชีพทำหน้าที่ในการขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาฉุกเฉินการแพทย์ ซึ่งผู้ที่มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ต้องได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรสาขาอื่นที่เทียบเท่าปริญญาด้านฉุกเฉินการแพทย์”

ผลิตแพทย์ฉุกเฉินได้เพียงปีละ 200 คน

ประเทศไทยได้เริ่มมีการจัดการศึกษาด้านฉุกเฉินการแพทย์ระดับปริญญามาแล้วประมาณ 13 ปี ตราบจนปัจจุบันมีผู้สำเร็จการศึกษาสาขาฉุกเฉินการแพทย์ที่มีความสามารถในระดับนี้จำนวน 674 คน (ข้อมูลเดือนเมษายน พ.ศ. 2565) อัตราการผลิตบัณฑิตฉุกเฉินการแพทย์เพียงปีละ 180-200 คนเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ

ดังนั้น คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ โดยโรงเรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์ สาขาวิชาฉุกเฉินทางการแพทย์ (ต่อเนื่อง) ได้จัดทำหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฉุกเฉินการแพทย์ เพื่อผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ ความชำนาญ และทักษะด้านฉุกเฉินการแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการผดุงชีวิต รวมทั้งป้องกันการเสียชีวิต หรือการรุนแรงขึ้นของการบาดเจ็บ หรืออาการป่วย

ตั้งเป้าผลิตบัณฑิตแพทย์ฉุกเฉิน 15,000 คน

อีกทั้งยังได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือกับองค์กรภาคีเครือข่ายอีก 9 สถาบัน ประกอบด้วย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, มหาวิทยาลัยมหิดล, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยพะเยา, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, สถาบันพระบรมราชชนก และวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อผลิตบัณฑิตฉุกเฉินการแพทย์

ด้วยการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา ตั้งเป้าผลิตจำนวนบัณฑิต 15,000 คน ใน 10 ปี จากปัจจุบันเพียงปีละ 200 คน เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านบุคลาการทางการแพทย์ให้เพียงพอในอนาคต

อาจารย์นายแพทย์สุขสันต์กล่าวต่อว่า เพราะการเจ็บป่วยไม่ได้เกิดเฉพาะโรงพยาบาล ความช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุจึงสำคัญมาก เพราะจะทำให้ผู้ป่วยมีอัตราการรอดชีวิตได้สูงกว่า การผลิตบัณฑิตฉุกเฉินการแพทย์จะมีทักษะความรู้ ความสามารถในระดับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาฉุกเฉินการแพทย์ ซึ่งจะครอบคลุมทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม และเจตคติที่ดี มีความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริง หลักการ ทฤษฎี และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ฉุกเฉิน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานฉุกเฉิน ระบบสุขภาพของประเทศไทย ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทยและนานาชาติ หลักการพื้นฐานด้านระบบคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย รวมทั้งมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉิน รวมถึงจะมีทักษะ ความสามารถปฏิบัติงาน ซึ่งนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ควรทำได้เมื่อได้รับมอบหมาย

ประกอบด้วย ทักษะด้านกระบวนการคิด (Cognitive Skills) ทักษะการหยั่งรู้ และความคิดสร้างสรรค์ (Logical, Intuitive and Creative Thinking) หรือทักษะการปฏิบัติ/วิธีปฏิบัติที่มีความคล่องแคล่วและความชำนาญในการปฏิบัติตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติได้อย่างดีเยี่ยม

รวมทั้งได้พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของหน่วยปฏิบัติการและสถานพยาบาลที่เป็นแหล่งฝึกปฏิบัติการ เรียนรู้วิธีการจัดการศึกษารูปแบบใหม่ ซึ่งผลิตบัณฑิตได้ตรงต่อความต้องการของผู้ใช้ที่สุด ด้วยการสร้างและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้บัณฑิต สามารถต่อยอดการผลิตนักฉุกเฉินการแพทย์เฉพาะทางได้ และพัฒนาต้นแบบของรูปแบบการศึกษาแนวใหม่ในการผลิตบัณฑิตสายวิชาชีพด้านสุขภาพ ที่เป็นสาขาขาดแคลนของประเทศ

ที่ผ่านมา คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในฐานะหน่วยงานจัดการศึกษาด้านฉุกเฉินการแพทย์ระดับปริญญาในประเทศไทย ได้ร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ มีนโยบายในเรื่องการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา นำมาสู่การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการผลิตบัณฑิตฉุกเฉินการแพทย์ เพื่อตอบสนองนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ร่วมกันกับภาคีเครือข่ายรวม 10 สถาบัน ผลิตบัณฑิตฉุกเฉินการแพทย์

โดยโครงการดังกล่าวมีระยะเวลาการดำเนินการปีงบประมาณ 2566-2575 เริ่มรับผู้เรียนปีงบประมาณ 2566-2570 เริ่มมีผู้จบการศึกษาปี 2568 เป็นต้นไป จำนวนบัณฑิตที่คาดว่าจะผลิตได้คือ 15,000 คน ตั้งเป้าผลสัมฤทธิ์ บัณฑิตฉุกเฉินการแพทย์ที่จะสำเร็จการศึกษาต้องสามารถปฏิบัติงานด้านฉุกเฉินการแพทย์ โดยครอบคลุมความรู้ ทักษะ และความสามารถในระดับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาฉุกเฉินการแพทย์

คุณสมบัติแพทย์ฉุกเฉิน

ด้านนางสาวพุธิตา อาริสโตเรนัส นักฉุกเฉินการแพทย์ เผยถึงคุณสมบัติและรายละเอียดการเรียนการสอนว่าหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฉุกเฉินการแพทย์ มุ่งเน้นผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ ความชำนาญ และทักษะด้านฉุกเฉินการแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการผดุงชีวิต รวมทั้งป้องกันการเสียชีวิต หรือการรุนแรงขึ้นของการบาดเจ็บหรืออาการป่วย

ฉะนั้น ผู้ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้น คือต้องเป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมตอนปลายหรือเทียบเท่า สามารถเข้าเรียนในหลักสูตรฉุกเฉินการแพทย์ หลักสูตร 4 ปี หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง หรือเทียบเท่าในสาขาเวชกิจฉุกเฉิน ปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ หรือสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้องและได้รับอนุมัติให้สำเร็จการศึกษาก่อนวันเปิดภาคเรียน รุ่นละ 30 คน สามารถเข้าเรียนต่อในหลักสูตร 2 ปี เมื่อจบการศึกษาจะได้รับปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต (ฉุกเฉินการแพทย์)

นักศึกษาจะได้รับการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ รวมถึงการอัพสกิลผ่านประสบการณ์จริง ทั้งด้านความรู้ โดยเน้นความรู้เชิงทฤษฎีและ/หรือข้อเท็จจริงเป็นหลัก เช่น ความรู้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานฉุกเฉิน ระบบสุขภาพของประเทศไทย ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทยและนานาชาติหลักการพื้นฐานด้านระบบคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย รวมทั้งมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉิน

ภายหลังจากจบการศึกษาแล้ว นักศึกษาจะมีความเชี่ยวชาญในการทำงานของนักฉุกเฉินการแพทย์ คือการบริบาลและดูแลรักษาผู้ป่วยนอกสถานพยาบาล และในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล เป็นการกู้ชีพชั้นสูง การทำหัตถการและการบริหารยาฉุกเฉิน การรักษาและส่งต่อไปยังสถานพยาบาลฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ป่วยพ้นจากภาวะวิกฤต

แพทย์ฉุกเฉิน

นอกจากนี้ ยังมีบทบาทในการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทย เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย โดยกลุ่มปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ชีพฉุกเฉิน ใช้เวลาอบรมทั้งหมด 40 ชั่วโมง 2.พนักงานฉุกเฉินการแพทย์ ใช้เวลาอบรมทั้งหมด 115 ชั่วโมง 3.เจ้าพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ จบการศึกษาระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่า เข้าเรียนในหลักสูตร 2 ปี 4.นักฉุกเฉินการแพทย์

สำหรับอาชีพที่สามารถประกอบได้หลังจากนี้ นอกจากนักฉุกเฉินการแพทย์หรือนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ ยังมีผู้สอนในองค์กรการศึกษาหรือฝึกอบรม นักวิชาการ นักวิจัยด้วย

วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...