โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

3 วิธีเอาตัวรอดฉบับคนวัยเกษียณ…เมื่อเศรษฐกิจถดถอย

Wealth Me Up

เผยแพร่ 26 พ.ย. 2565 เวลา 08.30 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Facebook| Line | Youtube | Instagram

“ไม่ควรขายหุ้นในช่วงตลาดผันผวน” เป็นคำแนะนำที่ดีสำหรับนักลงทุนที่มีเวลาลงทุนอีกยาวนาน แต่อาจไม่เป็นผลดีกับคนวัยเกษียณ ดังนั้น ถ้าคนวัยเกษียณมีหุ้นในพอร์ตลงทุนก็ควรพิจารณาปรับพอร์ตถ้ากังวลว่าจะขาดทุน เช่นเดียวกับเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการใช้จ่ายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ถ้าทำได้รับรองมีเงินใช้เพียงพอแน่นอน

โดยธรรมชาติการลงทุนหุ้น“มีขึ้น มีลง” ถึงแม้ว่าจะเป็นหุ้นที่ดีมีคุณภาพก็จะมีช่วงเวลาที่ราคาลงได้เช่นกัน เช่น ความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอย สงครามรัสเซียกับยูเครนที่ยืดเยื้อ เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก

คำถามสำหรับคนวัยเกษียณก็คือ หากเศรษฐกิจกำลังถดถอยควรขายหุ้นออกไปทั้งหมดหรือไม่?

อย่าลืมว่าเป้าหมายหลักของการลงทุนสำหรับวัยดังกล่าว คือ การรักษาเงินต้นไม่ให้สูญหาย ไม่ใช่การสร้างผลกำไรในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแค่ขายหุ้นออกไปเท่านั้น ยังมีอีกหลายวิธีที่ทำแล้วสามารถรอดจากมรสุมทางเศรษฐกิจ แต่ก่อนตัดสินใจลงมือทำควรพิจารณาปัจจัยเบื้องต้น ดังนี้

ตรวจสอบเงินสดสำรอง

หากวัยเกษียณกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของตลาด ควรตรวจสอบเงินสดสำรองว่าอยู่ในระดับที่ทำให้เกิดความสบายใจและเพียงพอสำหรับค่าครองชีพในชีวิตประจำวันหรือไม่

หากเงินสดสำรองเพียงพออาจไม่จำเป็นต้องขายหุ้น โดยเฉพาะเมื่อประเมินว่าสถานการณ์ผันผวนเป็นเพียงระยะสั้น เช่น1 ปี แต่ถ้าประเมินว่ามีโอกาสเกิดวิกฤตและกินเวลายาวนาน เช่น3–5 ปี ก็อาจขายหุ้นทั้งหมด

แต่ประเด็นที่จะยุ่งยากตามมาหลังขายหุ้น คือ จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อะไรเพื่อไม่ให้เสียโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ขณะที่ผลตอบแทนอยู่ในระดับต่ำ ดังนั้น ควรคำนึงถึงระดับอัตราเงินเฟ้อก่อนตัดสินใจขายหุ้นด้วย

จัดสรรสินทรัพย์ลงทุน

หากประเมินว่าเศรษฐกิจถดถอยมาแน่ ควรพิจารณาส่วนผสมของการจัดสรรสินทรัพย์ลงทุนเพื่อการเกษียณทั้งหมดให้ละเอียดยิ่งขึ้น และหากมั่นใจว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะกินเวลานาน เช่น2–3 ปี และทำให้พอร์ตลงทุนเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น หุ้น กองทุนรวมหุ้น มีความเสี่ยงมากกว่าที่ประเมินไว้ ก็ควรปรับลดน้ำหนักการลงทุนแล้วโยกไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม การลงมือจัดพอร์ตลงทุนควรเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ เช่น ต้องการคุ้มครองเงินลงทุน ต้องการสร้างรายได้ประจำ หรือต้องการเพิ่มค่าเงินลงทุน เป็นต้น แต่สิ่งที่สำคัญ คือ พอร์ตลงทุนต้องสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ตัวเองสามารถยอมรับได้

ทบทวนการถอนเงินใช้จ่าย

ผลการวิจัยในปี1994 โดยWilliam Bengen นักวางแผนการเงินชาวอเมริกัน ได้ทำการศึกษาประวัติผลตอบแทนจากการลงทุนในสหรัฐอเมริกา ย้อนหลังไปตั้งแต่ช่วงคริสต์ทศวรรษที่1930–1990 สรุปได้ว่าทุกครั้งที่เกิดวิกฤต หากจัดพอร์ตลงทุนที่ดี โดยเน้นลงทุนระยะยาวจะสร้างผลตอบแทนได้สูงและเพียงพอที่จะสามารถถอนเงินออกมาใช้ได้ประมาณปีละ4% โดยไม่ทำให้เงินต้นหมดหรือลดลง และถึงแม้จะลดลงก็จะลดลงอย่างช้ามาก

จากผลการวิจัยก็ได้รับการต่อยอดเป็นกฎของการถอนเงิน4% Rule of Thumb นั่นคือ สามารถถอนเงินออกมาใช้ได้ในอัตรา4% ของเงินตั้งต้น จากนั้นในปีถัดๆ ไปก็ถอนเงินออกมาใช้ในอัตรา4% บวกด้วยอัตราเงินเฟ้อในแต่ละปี ก็จะช่วยให้มีเงินใช้เพียงพอและไม่ต้องกังวลว่าเงินลงทุนจะหมดไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อประเมินว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะเกิดเศรษฐกิจถดถอยก็ควรเตรียมวางแผนปรับเปลี่ยนการใช้จ่าย โดยเฉพาะการถอนเงินเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ด้วยการประหยัดและระมัดระวังการถอนเงินออกมาใช้จ่าย หรือหากเป็นไปได้ควรถอนเงินออกมาใช้ต่ำกว่า4% เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจที่เป็นขาลง

นอกจากการปรับเปลี่ยนการวางแผนการเงิน การมีวินัยกับการใช้จ่ายเพื่อให้รอดในช่วงเศรษฐกิจถดถอยของคนวัยเกษียณแล้ว การพยายามออกห่างจากความผันผวนก็เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้จิตไม่ตก เช่น ไม่ควรดูพอร์ตลงทุนทุกวัน ลดการดูข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันก็หากิจกรรมที่ทำให้ตัวเองมีความสุข เช่น ดูกีฬา ปลูกต้นไม้ ทำอาหาร อ่านหนังสือ วาดรูป หรือพูดคุยกับลูกหลาน ก็จะทำให้เกิดความสุขท่ามกลางมรสุมทางเศรษฐกิจได้

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...