โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ในสถานการณ์คนเยอะ แอปฯ เรียกรถเจ้าไหนคุ้มสุด!

Mango Zero

เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2565 เวลา 11.03 น. • Mango Zero

หลายคนที่เดินทางบ่อยๆ ด้วยรถสาธารณะ คงเผชิญกับปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นแท็กซี่ไม่รับ รถมาไม่ตรงเวลา หรือการโก่งราคาที่สูงขึ้นกว่าปกติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองจึงทำให้เกิดแอปพลิเคชันเรียกรถมากมาย เพื่อมาตอบโจทย์ปัญหาให้เราสามารถกดเรียกรถผ่านมือถือได้ตลอดทุกที่ทุกเวลา แต่ว่ากันว่าถ้าอยากปราบเซียน…ก็ต้องลองเจอด่านลาสต์บอสสักหน่อย วันนี้ Mango Zero เลยอยากลองมาเปรียบเทียบข้อดี และข้อเสียของแอปฯ เรียกรถแต่ละเจ้าดู ว่าท่ามกลางสถานการณ์คนเยอะ อย่างคอนเสิร์ต หรืองานอีเวนต์ เจ้าไหนจะเวิร์คและคุ้มที่สุด! มาดูกันเลย ปล. เป็นเพียงความคิดเห็น และประสบการณ์ของเรานะฮะ

Grab 🛻

หนึ่งในแอปเรียกรถอันดับต้นๆ ยอดนิยมที่ผู้คนเรียกใช้กัน อาจเพราะเป็นแอปเรียกรถเจ้าแรกๆ ที่เริ่มสร้างขึ้น บวกกับหน้าตาที่ใช้งานง่าย และฟีเจอร์ที่หลากหลาย ช่วยให้เราเลือกใช้งานได้อย่างสะดวก

ฟีเจอร์เด่น❇️

  • เพิ่มจุดรับ-ส่งได้หลายที่ แวะส่งเดอะแกงค์กลับบ้านก่อน ไม่ต้องแยกรถกันไป
  • Silent Mode โหมดงดการสนทนา ขออยู่เงียบๆ พี่คนขับวอนอย่าชวนคุยค้าบบบบบ
  • Ride Cover คุ้มครองผู้โดยสารผ่านวงเงินประกันอุบัติเหตุ จ่ายเพียงแค่ 5 บาทต่อการเดินทางเท่านั้น
  • สามารถแชร์ข้อมูลของคนขับ และการเดินทางแบบเรียลไทม์ให้คนอื่นได้ รวมถึงมีปุ่ม Emergency Button ให้เรากดในกรณีฉุกเฉิน
  • Sayanora หากเราไม่ประทับใจกับพฤติกรรมของคนขับ สามารถเลือกฟีเจอร์นี้ในการเซย์บ้ายบายต่อคนขับได้ โดยแกร้บจะป้องกันไม่ให้เรากับพี่คนขับได้โคจรกลับมาพบกันอีก

อัตราค่าโดยสาร💸

  • ค่าบริการเริ่มต้นที่ 30 บาท โดยคิดเป็นกม. ละ 9 บาท
  • สำหรับค่าทางด่วนเราต้องรับผิดชอบเอง ตั้งแต่ต้นทางถึงจุดหมาย
  • สำหรับไปสนามบินจะบวกเพิ่มอีก +150 บาท*ค่าโดยสารจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเวลาเร่งด่วน เช่น งานอีเวนต์ , คอนเสิร์ต หรือฝนตก*

ข้อดี🙂

  • มีรถให้บริการจำนวนมาก และหลากหลายรูปแบบตามไลฟ์สไตล์
  • สามารถจองรถเรียกล่วงหน้าได้ 7 วันก่อนเดินทาง
  • สามารถเลือก Grab Car Lady ได้ สำหรับสาวๆ ที่กังวลใจกลับบ้านตอนดึก
  • ระบบ GrabAcademy สอนถึงวิธีการรับงาน และมาตรการต่างๆ
  • ตรวจคัดกรองคนขับถึงประวัติอาชญากรรม

ข้อด้อย🙃

  • ณ ปัจจุบันราคาค่าโดยสารแพงขึ้นจากเมื่อก่อน
  • ต้องคอยเช็คระบบการจองอยู่เสมอ เพราะคนขับสามารถยกเลิกการจองล่วงหน้าของเราได้เหมือนกัน
  • บางพื้นที่ใช้เวลารอนานมากขึ้นกว่าจะเรียกรถได้

ในสถานการณ์คนเยอะ🙋🏻‍♀️

7.5/10

Lineman 🚕

เชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งแอปที่คนไทยหลายคนคุ้นเคย โดยส่วนใหญ่เรามักจะสั่งอาหารจากแอปนี้กัน แต่รู้มั้ยบริการเรียกรถแท็กซี่ของเขาก็สุดยอด และสะดวกสบายอีกด้วย

ฟีเจอร์เด่น❇️

  • มีปุ่ม Contact Police ให้ติดต่อได้กรณีฉุกเฉินตลอดเส้นทาง
  • ติดตามข้อมูลทุกอย่างได้ผ่าน @LINE OA

อัตราค่าโดยสาร💸

  • คิดตามมิเตอร์รถแท็กซี่ โดยเพิ่มค่าบริการเรียกแค่ 20 บาท
  • สำหรับค่าทางด่วนเราจะต้องเป็นผู้จ่ายทั้งหมดตลอดเส้นทาง

ข้อดี🙂

  • มีการคัดกรองคนขับจากเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ทุกคน
  • ทราบค่าโดยสารล่วนหน้าจากระบบประมาณราคา
  • สามารถแชร์ข้อมูลการเดินทางผ่าน Line ได้
  • คนขับมีความชำนาญเส้นทางสูง เพราะส่วนใหญ่เป็นคนขับแท็กซี่อยู่แล้ว
  • จ่ายผ่าน Rabbit Line Pay ได้

ข้อด้อย🙃

  • รถให้บริการมีเพียงแต่แท็กซี่เท่านั้น
  • ใช้เวลาในการหารถนานในบางพื้นที่
  • ในส่วนของต่างจังหวัดยังเปิดพื้นที่ให้บริการน้อยอยู่ ไม่ได้ครอบคลุมทุกภาค
  • ไม่มีโหมดส่วนตัว อาจจะทำให้บางครั้งคนขับชวนพูดคุยตลอดเส้นทางได้
  • ฟีเจอร์ลูกเล่นมีน้อย ไม่ได้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม

ในสถานการณ์คนเยอะ🙋🏻‍♀️

7/10

Bolt 🚗

แอปฯ เรียกรถชูราคาสบายกระเป๋า พร้อมหน้าตาที่ใช้งานง่ายคล้ายกับการใช้ Google Maps รวมถึงสมัครง่ายอีกด้วย นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ผู้ใช้ให้ความสนใจสูงในขณะนี้

ฟีเจอร์เด่น❇️

  • Bolt Ladies ให้ผู้โดยสารสามารถเลือกให้ผู้หญิงเป็นคนขับได้
  • Share my ETA สามารถคัดลอกลิงก์ข้อมูลการเดินทางให้กับเพื่อน หรือคนสนิทได้

อัตราค่าโดยสาร💸

  • ค่าบริการเริ่มต้นที่ 40 บาท โดยคิดเป็นกม. ละ 7.80 บาท
  • สำหรับค่าทางด่วนเราจะต้องเป็นผู้จ่ายทั้งหมดตลอดเส้นทาง

ข้อดี🙂

  • ราคาค่าโดยสารถูก จ่ายง่าย สบายกระเป๋า
  • ในพื้นที่กรุงเทพฯ คนขับพร้อมรับบริการไวกว่า
  • คิดค่าคอมมิชชันกับพาร์ทเนอร์คนขับถูกกว่าเจ้าอื่น
  • สามารถแชร์ข้อมูลการเดินทางให้คนอื่นได้

ข้อด้อย🙃

  • ไม่มีระบบตรวจสอบประวัติอาชญากรรมคนขับ
  • บางครั้งคนขับ และรถที่มารับไม่ตรงกับในระบบที่ลงทะเบียนไว้
  • แอปฯ มีให้เลือกรับเงินสดเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนใหญ่คนขับก็ให้โอนได้
  • ไม่มี Contact Center ให้ติดต่อ และระบบร้องเรียนค่อนข้างล่าช้า

ในสถานการณ์คนเยอะ🙋🏻‍♀️

8/10

Caab 🚙

ทางเลือกใหม่สำหรับคนที่สนใจเดินทางด้วยบริการมาตรฐานใหม่ โดดเด่นด้วยรถสีน้ำเงินรูปทรงคลาสสิกที่มีต้นแบบมาจากลอนดอนแท็กซี่ ฟังก์ชันด้วยเทคโนโลยีตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ

ฟีเจอร์เด่น❇️

  • มีปุ่ม SOS ในกรณีฉุกเฉิน และกล้องบันทึกภาพเพื่อความปลอดภัยในรถยนต์
  • สามารถใช้ไวไฟฟรี รวมถึงมีพอร์ต USB สำหรับชาร์จไฟอุปกรณ์ Gadget ที่ใช้งาน
  • จองรถล่วงหน้าได้ ตั้งแต่เวลาตี 5 - 4 ทุ่ม
  • มีการติดตั้งฉากกั้นใสที่กันเสียงได้ระหว่างคนขับ และผู้โดยสารเพื่อความเป็นส่วนตัว

อัตราค่าโดยสาร💸

  • เริ่มต้นที่ 60 บาท กิโลเมตรต่อไป 6 - 8 บาท
  • กรณีรถติด 2.5 บาท / นาที
  • ค่าจองรถล่วงหน้า 50 บาท
  • สำหรับเดินทางไปสนามบินบวกเพิ่ม +50 บาท

ข้อดี🙂

  • รถแท็กซี่มีการดีไซน์ที่สวยงาม สะอาด และรองรับได้ถึง 5 ที่นั่ง
  • มีการคัดเลือกอบรบคนขับให้ได้มาตรฐานสูง
  • ภายในรถยนต์มีการออกแบบเทคโนโลยีต่างๆ ที่ตอบโจทย์ต่อผู้ใช้งาน
  • รถสามารถรองรับผู้โดยสารที่มีข้อจำกัดทางเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็น ผู้ใช้วีลแชร์ ผู้ใช้ไม้ค้ำยัน ไปจนถึงผู้บกพร่องทางการได้ยินและการมองเห็น
  • มีบริการจุดจอดรถตามสถานที่ต่างๆ ได้แก่ ดิ เอ็มโพเรียม ดิ เอ็มควอเทียร์, สยามพารากอน, ไอคอนสยาม, สยามดิสคัฟเวอรี่⁣, เซ็นทรัลเวิลด์, ซีคอนสแควร์, รพ.สมิติเวช, รพ.กรุงเทพ และ รพ.พญาไทนวมินทร์

ข้อด้อย🙃

  • ราคาค่าโดยสารค่อนข้างสูง
  • พื้นที่ให้บริการมีแค่ในส่วนภาคกลาง ภาคอื่นยังไม่รองรับ
  • จำนวนรถมีให้บริการน้อย ช่วงเวลาเร่งด่วนอาจจะไม่ทันใจ

ในสถานการณ์คนเยอะ🙋🏻‍♀️

6/10

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...