โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

มาแน่!! ค่ายยานยนต์ไฟฟ้าจีน ส่ง ‘Yuan Plus’ บุกตลาดไทย

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 พ.ย. 2565 เวลา 01.09 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2565 เวลา 01.09 น. • The Bangkok Insight

เมื่อเร็วๆนี้ บีวายดี (BYD) ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของจีน และ เรเวอร์ ออโตโมทีฟ (Rêver Automotive) ตัวแทนจำหน่ายในไทย ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า รุ่นหยวนพลัส (Yuan Plus) ซึ่งมีแบตเตอรี่อายุการใช้งานยาวนาน นับเป็นการเพิ่มหมุดหมายในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของไทยที่มีความต้องการหลากหลาย

หวังฉวนฝู ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบีวายดี กรุ๊ป กล่าวว่าการประสานงานและความร่วมมือเชิงลึกที่ดีตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ไทยค่อยๆ กลายเป็นตลาดสำคัญตามแผนกลยุทธ์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไฟฟ้าของบริษัทฯ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

บริษัท บีวายดี ออโต ไทย จำกัด (BYD Auto Thailand) และบริษัท ดับเบิลยูเอชเอ เหว่ยหัว กรุ๊ป ต้าจ้ง จำกัด นักพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของไทย ได้ร่วมลงนามสัญญาซื้อขายที่ดินและก่อสร้างโรงงาน ซึ่งนับเป็นการก่อตั้งโรงงานรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในต่างประเทศแห่งแรกที่บีวายดี ลงทุนเองทั้งหมดพร้อมเป้าหมายการผลิต 150,000 คันต่อปี

ขณะผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของจีนรายอื่นๆ เช่น เกรท วอลล์ มอเตอร์ส (GWM) ได้ส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่คันที่ 10,000 ออกจากสายการผลิตในระยองเมื่อต้นเดือนกันยายน หรือหน่าจา ออโตโมบิล (Nezha Automobile) ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์รอบด้านกับปตท. เพื่อร่วมบุกเบิกตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ของไทย

อนึ่ง สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยระบุว่า ยานยนต์แบรนด์จีนครองสัดส่วนตลาดยานยนต์ไฟฟ้าบริสุทธิ์ในไทยสูงราว 90% ในปี 2021 ด้านสมาคมรถยนต์โดยสารแห่งประเทศจีนระบุว่าไทยเป็นจุดหมายส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่อันดับ 3 ของจีน โดยยอดส่งออกช่วงเดือนมกราคม-กันยายนปีนี้อยู่ที่ 59,375 คัน เพิ่มขึ้น 176% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน

ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ตามอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีผู้ผลิตยานยนต์จากทั่วโลก ก้าวเข้าตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของไทยเกือบ 30 ราย ซึ่งจีนเป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่เลือกไทยเป็นด่านแรกของการบุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ด้านรัฐบาลไทยวางแผนเพิ่มสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทยให้สูงแตะ 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี 2030 พร้อมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางยานยนต์พลังงานใหม่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนับเป็นโอกาสทองของเหล่าผู้ประกอบธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าจากจีน

ไทยยังมีรากฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ที่แข็งแกร่งและการดำเนินนโยบายเกื้อหนุนยานยนต์พลังงานใหม่ รวมถึงความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัทยานยนต์จีน ซึ่งช่วยส่งเสริมการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ บีวายดี (BYD) ผู้ผลิตยานยนต์ของจีน ได้ลงนามสัญญาซื้อขายที่ดินกับดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป (WHA Group) นักพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของไทย เพื่อสร้างโรงงานยานยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ในไทย

โรงงานข้างต้นจะตั้งอยู่ที่จังหวัดระยองบนพื้นที่ราว 600 ไร่ เป็นส่วนหนึ่งของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีกำหนดเริ่มดำเนินงานในปี 2024 และกำลังการผลิตรายปี 150,000 คัน โดยมุ่งจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ประเทศอาเซียน และภูมิภาคอื่นๆ

จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป เผยว่าไทยตั้งเป้าหมายขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าด้วยการจัดตั้งสายการผลิตยานยนต์ร้อยละ 30 เป็นฐานรถยนต์ไฟฟ้า โดยการเข้ามาของบีวายดีจะช่วยอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยเข้าใกล้เป้าหมายยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลก

หลิวเสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไปของฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของบีวายดี แสดงความหวังว่าเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าของบีวายดีจะมีส่วนส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของไทยในภาพรวม

อนึ่ง ไทยจัดเป็นฐานการผลิตยานยนต์แห่งสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานาน เนื่องจากมีห่วงโซ่อุตสาหกรรมและข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ซึ่งดึงดูดบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ของจีน อาทิ เอสเอไอซี มอเตอร์ (SAIC Motor) และเกรท วอลล์ มอเตอร์ส (Great Wall Motors) เข้าตั้งโรงงาน

ที่มา:สำนักข่าวซินหัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...