โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไร่นาสวนผสมของหนุ่มชัยนาท แนวทางลดความเสี่ยงด้านการผลิตและตลาด

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 13 พ.ย. 2562 เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2562 เวลา 09.40 น.

การทำไร่นาสวนผสม เป็นการจัดการใช้ที่ดิน เงินทุน แรงงาน และใช้ปัจจัยการผลิตให้สอดคล้องผสมผสานและเหมาะสมเพื่อพัฒนาการเกษตรที่หลากหลายทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์หรือทำประมง ที่นำไปสู่การลดต้นทุนการผลิต เพื่อลดความเสี่ยงด้านการผลิตและการตลาด ทำให้มีผลผลิตออกมาต่อเนื่อง เป็นอาหารบริโภคและมีรายได้ตลอดทั้งปี เพื่อให้ครัวเรือนเกษตรกรก้าวสู่วิถีการยังชีพที่มั่นคง

คุณชมพูนุช หน่อทอง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท เล่าให้ฟังว่า ประชากรจังหวัดชัยนาทส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม จึงได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอ ส่งเสริมให้เกษตรกรทำไร่นาสวนผสมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์หรือทำประมง ส่งเสริมให้จัดการใช้ที่ดิน เงินทุน แรงงานหรือปัจจัยการผลิตที่ผสมผสาน เพื่อลดความเสี่ยงภัยจากสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและศัตรูพืช

ส่งเสริมให้ทำเกษตรอินทรีย์ หรือผลิตในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม GAP (Good Agricultural Practice) เพื่อให้ได้ผลผลิตมีคุณภาพ ส่งเสริมลดต้นทุนการผลิตเพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือนให้นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคง

คุณชยันต์ พิทักษ์พูลศิลป์ เกษตรกรทำไร่นาสวนผสม เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่ 18 ไร่ แบ่งทำไร่นาสวนผสม 5 ไร่ และทำนา 13 ไร่ ได้จัดการใช้ที่ดิน เงินทุน แรงงานหรือใช้ปัจจัยการผลิตผสมผสานเหมาะสม และได้ดำเนินการ ดังนี้

มะม่วง ได้ปลูกมะม่วง 80 ต้น แบ่งเป็นปลูกมะม่วงเขียวเสวย 40 ต้น แก้วขมิ้น 30 ต้น และน้ำดอกไม้ 10 ต้น ใช้วิธีทยอยปลูก เมื่อเก็บผลมะม่วงขายทำให้มีรายได้ 15,000-50,000 บาท ต่อปี ที่ยังไม่ได้หักต้นทุนการผลิต

ส้มโอขาวแตงกวา ได้ปลูกส้มโอขาวแตงกวา ไม้ผลเฉพาะถิ่นของจังหวัดชัยนาท ที่มีลักษณะเนื้อกุ้งใหญ่ แห้ง หวานอร่อย ปลูกเพื่อบริโภคหรือแบ่งปัน ถ้าได้ผลผลิตมากก็ขายเป็นรายได้ ปกติจะขาย 40-45 บาท ต่อกิโลกรัม

มะนาว ปลูกมะนาวพันธุ์แป้นรำไพและแป้นบ้านแพ้ว รวม 20 ต้น ปลูกมา 5-6 ปี ให้ผลผลิตแล้ว เน้นขายผลผลิตในฤดูแล้งหรือช่วงเดือนเมษายน ซึ่งจะขายได้ตั้งแต่ราคา 2 บาท ต่อผลขึ้นไป

มะละกอ ได้ปลูกมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ 200 ต้น ปลูกตามแนวขอบสระน้ำหรือปลูกเป็นพืชเสริม ส่วนใหญ่ขายเป็นผลดิบเพื่อนำไปทำส้มตำ

มะพร้าว ได้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม และมะพร้าวแกง 30 ต้น มะพร้าวแกงจะใช้เวลาการดูแลรักษานานจึงจะเก็บผลได้ ส่วนมะพร้าวน้ำหอมหลังจากปลูกมีอายุได้ 3 ปีขึ้นไป ก็เริ่มเก็บผลมะพร้าวอ่อนไปขายราคา 10 บาท ต่อลูก

ไผ่ ได้ปลูกไผ่หลายกอ เพื่อให้เป็นไม้ใช้สอย และตัดเก็บหน่อไม้มาเป็นอาหารครัวเรือนและขาย

หลุมปลูก ไม้ผลทุกชนิดได้ขุดหลุมปลูกกว้าง ยาว และลึก ด้านละ 50 เซนติเมตร รองก้นหลุมปลูกด้วยปุ๋ยหมักแห้งหรือปุ๋ยคอกแห้งแล้วนำต้นพันธุ์ลงปลูก เกลี่ยดินกลบ แล้วให้น้ำพอชุ่ม

การปฏิบัติดูแลรักษา มะม่วงที่ปลูกได้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ได้แก่ มูลไก่/วัวผสมกับแกลบดิบ โดยซื้อมูลมาจากฟาร์ม 20 บาท ต่อกระสอบปุ๋ย กระสอบปุ๋ยละ 20-30 กิโลกรัม 1 ต้นจะใส่ 4-5 กระสอบ เมื่อปุ๋ยย่อยสลายหมดแล้วจึงใส่ใหม่หรือใส่ปีละ 2 ครั้ง ส่วนไม้ผลชนิดอื่นได้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์คือ มูลไก่/วัวผสมกับแกลบดิบ อัตราส่วนการใส่พิจารณาตามความเหมาะสม เช่นกันเมื่อปุ๋ยย่อยสลายหมดแล้วก็ใส่ใหม่หรือใส่ปีละ 2 ครั้ง และหลังการใส่ปุ๋ยจะให้น้ำแต่พอชุ่ม

พืชผัก ได้ปลูกพืชผักหลายชนิด ได้แก่ ฟักแฟง แตงกวา บวบ ถั่วฝักยาว ได้ทำเป็นซุ้มปลูก 5 ซุ้ม ขนาดกว้างและยาวด้านละ 5 เมตร ได้ยกดินแปลงปลูกกว้างและยาวตามแนวซุ้ม ทำร่องระบายน้ำหรือให้เป็นทางเดิน การปฏิบัติดูแลบำรุงรักษาด้วยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ใส่ตามอัตราส่วนที่เหมาะสม และหลังการใส่ปุ๋ยจะให้น้ำแต่พอชุ่ม ผลผลิตผักที่เก็บเกี่ยวได้นอกจากจะเป็นอาหารครัวเรือนแล้วส่วนหนึ่งนำไปขายตลาดนัด ทำให้มีรายได้ 300-500 บาท ต่อครั้ง

เลี้ยงปลา ได้จัดการพื้นที่ให้มีบ่อเลี้ยงปลา 4 บ่อ/สระ มีทั้งเป็นบ่อใหญ่และบ่อเล็ก ได้ปล่อยเลี้ยงมีปลานิล ปลาหมอ ปลาสวาย ปลาตะเพียน ปลาสลิด และปลายี่สก ได้ปล่อยเลี้ยงแบบธรรมชาติ พร้อมกับให้อาหารสำเร็จรูปเสริมวันละครั้ง ครั้งละ 3 ถ้วยก๋วยเตี๋ยว หรือ 2-3 กิโลกรัม เมื่อปลาที่บ่อเล็กมีขนาดตัวใหญ่ขึ้นจะจับปลามาเป็นอาหารครัวเรือน ส่วนปลาในบ่อใหญ่ได้ปล่อยเลี้ยงไว้ก่อนและจะจับเมื่อจำเป็นต้องใช้เงิน พร้อมกับนำไปขายที่ตลาดนัดบริเวณเขื่อนเจ้าพระยา

เลี้ยงกบ ได้ทำบ่อเลี้ยงกบ 1 บ่อ โดยนำกระเบื้องมุงหลังคาเก่าเหลือใช้มาจัดวางที่ขอบบ่อให้สูงขึ้น ป้องกันกบกระโดดออก พร้อมกับปล่อยลูกกบลงเลี้ยง 20-30 ตัว เมื่อกบตัวโตขึ้นก็จับมาเป็นอาหารครัวเรือนหรือแบ่งปัน

ทำนา ได้แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งทำนา 13 ไร่ ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวแล้วจะนำข้าวเปลือกมาสีเป็นข้าวสาร บรรจุใส่ถุงแบบสุญญากาศน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ขายส่งราคา 50 บาท แต่ละฤดูก็จะมีรายได้ 150,000-200,000 บาท เป็นรายได้ที่ยังไม่หักค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนการผลิต

นาบัว ได้ทำนาบัว 1 งาน สายบัวที่เก็บได้นำไปขายตลาดนัดสายละ 1 บาท ก็จะมีรายได้ 300 บาท ต่อครั้ง

การทำน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยหมัก ได้ทำน้ำหมักชีวภาพสูตร พด.2 และทำปุ๋ยหมักสูตร พด.1 เพื่อนำมาใช้ในไร่นาสวนผสม ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ได้ผลผลิตปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค และมีรายได้มากขึ้น

แรงงาน ไม่ได้จ้างแรงงาน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานในครัวเรือน เพราะเป็นงานทำไม่ยาก ทำแล้วสนุก

ตลาด ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ส่วนหนึ่งนำมาเป็นอาหารในครัวเรือน อีกส่วนหนึ่งจะมีพ่อค้าที่คุ้นเคยกันเข้ามาซื้อเพื่อนำไปขาย และอีกส่วนหนึ่งได้นำไปขายที่ตลาดนัด ทำให้ในแต่ละวันมีรายได้จากการขายผลผลิตตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป การตัดสินใจทำไร่นาสวนผสมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้สามารถดำรงชีพได้ด้วยวิถีที่มั่นคง

ศูนย์เรียนรู้ สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาทได้พิจารณาคัดเลือกการทำไร่นาสวนผสมแปลงนี้ ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้การทำไร่นาสวนผสมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ต้นแบบ สำหรับเกษตรกรหรือประชาชนที่สนใจได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อยกระดับรายได้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต

จากเรื่องราวการ ทำไร่นาสวนผสม…แนวทางลดความเสี่ยงด้านการผลิตและตลาด เพื่อก้าวสู่วิถีที่มั่นคง เป็นการใช้ที่ดินเต็มพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ ใช้เงินทุนตามความจำเป็น ใช้แรงงานในครัวเรือนที่เหมาะสม และใช้ปัจจัยการผลิตผสมผสาน ซึ่งผลงานที่ได้รับคือมีอาหารบริโภคและขายเพื่อเสริมสร้างรายได้ และนำไปสู่การยังชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง สอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ คุณชยันต์ พิทักษ์พูลศิลป์ เลขที่ 263/1 หมู่ที่ 3 ตำบลตลุก อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท โทร. (086) 040-7686 หรือที่ คุณชมพูนุช หน่อทอง สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท โทร. (056) 476-720 ก็ได้ครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...