สั่งย้ายด่วน! พยาบาลสาว-เซ่นพิษคลิปฉาว กระชากคนไข้วัย90 ส.วิชาชีพ สอบซ้ำ!
เซ่นคลิปฉาวกระชากลุงป่วยติดเตียง ร.พ.พุทธชินราช สองแควสั่งย้ายด่วน พยาบาลสาว ผอ.โรงพยาบาล-สภาการพยาบาลขอโทษสังคม ตั้งกรรมการสอบสวน ชี้โทษหนักถึงถอนใบประกอบวิชาชีพ ส่วนกรณีญาติร้องศูนย์ดำรงธรรมขอนแก่น กล่าวโทษหมอลืมผ้าก๊อซในท้องคนไข้ทำให้เสียชีวิต ผอ.ร.พ.ชุมแพ ยอมรับเป็นเรื่องจริง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ก.ย. นพ.สุชาติ พรเจริญพงษ์ ผอ.ร.พ.พุทธชินราช จ.พิษณุ โลก ให้สัมภาษณ์กรณีมีผู้เผยแพร่คลิปพยาบาลรายหนึ่งทำไม่เหมาะสมกับคนไข้สูงอายุ 90 ปี จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างกระทั่งผู้บริหารโรงพยาบาลต้องแถลงข่าวขอโทษสังคม เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า ทางโรงพยาบาลต้องขอแสดงความเสียใจและกราบขอโทษกับสังคมกับเหตุ การณ์ที่เกิดขึ้น โรงพยาบาลกำลังเร่งดำเนินการสอบทางวินัย เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมและทางโรงพยาบาลพบกับญาติคนไข้และชี้แจงทำความเข้าใจให้รับทราบแล้ว และช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ประชุมคณะผู้บริหารโรงพยาบาลในเรื่องดังกล่าว เพื่อเสนอนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.พิษณุโลก ให้สั่งย้ายพยาบาลวิชาชีพราย ดังกล่าวออกนอกพื้นที่
นพ.สุชาติกล่าวอีกว่า ขณะนี้พยาบาลรายดังกล่าวค่อนข้างเครียด และยังไม่พร้อมมาเปิดตัวหรือขอโทษต่อสื่อมวลชน ขณะที่กรณีมีโลกโซเชี่ยล ออกมาระบุว่าผู้ป่วยเสียชีวิตนั้น ไม่จริงแต่อย่างใด เพราะเมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 ก.ย.ได้ไปตรวจอาการผู้ป่วย พบว่าดีขึ้นตามลำดับ
สำหรับร.พ.พุทธชินราช ปัจจุบันมีแพทย์และพยาบาล1,600 คน มีผู้มาใช้บริการ 3,000 รายต่อวัน อัตราการดูแลผู้ป่วย พยาบาล 1 รายต่อผู้ป่วย 12-15 ราย แต่ถ้าจะให้ทั่วถึงต้องใช้พยาบาลดูแล 1 รายต่อผู้ป่วย 2-3 รายเท่านั้น ทำให้การดูแลผู้ป่วยของพยาบาลไม่เพียงพอต่อความต้องการในปัจจุบัน
วันเดียวกัน ที่สภาการพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข ผศ.อังคณา สริยาภรณ์ เลขาธิการสภาการพยาบาล เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางสภาการพยาบาลต้องกราบขอโทษต่อประชาชน ที่ทำให้เกิดความกังวลใจในการปฏิบัติงานของกลุ่มวิชาชีพพยาบาลที่กระทำกับผู้ป่วยด้วยความรุนแรง ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลผู้ที่ถือใบประกอบวิชาชีพการพยาบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และได้รับรายงานการปฏิบัติหน้าที่จากโรงพยาบาลดังกล่าวแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะได้มีการวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อหาเหตุ หาวิธีการในการจะปรับปรุงแก้ไขของพยาบาลผู้ก่อเหตุต่อไป
สภาการพยาบาลจะสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของพยาบาลรายดังกล่าว ยืนยันจะให้ความเป็นธรรม ทั้งผู้ป่วยและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้สภาการพยาบาลยืนยันได้ว่า ผู้ที่ถือใบประกอบวิชาชีพการพยาบาล มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ผู้ป่วยทุกรายหายป่วยจากโรคที่กำลังคุกคามผู้ป่วยโดยเร็ว จึงขอให้ผู้ที่ถือใบประกอบวิชาชีพการพยาบาลหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก
สำหรับการตรวจสอบพยาบาลรายดังกล่าว สภาการพยาบาลและโรงพยาบาลต้นสังกัดจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน หาสาเหตุของการเกิดขึ้น โดยการนำเหตุการณ์นั้นมาวิเคราะห์ว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้เกิดเหตุการณ์นั้น ส่วนเรื่องจริยธรรมการทำงานของพยาบาลรายดังกล่าว จะมีอำนาจตรวจสอบได้ต่อเมื่อมีการร้องเรียนว่าไม่ได้ปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานของสภาการพยาบาล หรือจากการกล่าวโทษของสภาการพยาบาลเอง จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนด้านจริยธรรม สอบสวนหามูลเหตุเป็นมาอย่างไร โดยจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อสอบสวน หากมีความผิดจริงจะมีโทษตั้งแต่การว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ หรือพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพพยาบาลตามจำนวนปีที่แตกต่าง หรือเพิกถอนในอนุญาตฯ
“เท่าที่ดูจากคลิปวิดีโอยอมรับว่ามันรุนแรง แต่ไม่รู้เหตุผลของการกระทำนั้น ซึ่งพยาบาลท่านนี้ก็มีประสบการณ์การทำงานมาร่วม 10 ปีแล้ว จากนั้นก็ต้องตรวจสอบด้วยว่าคนไข้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ โทษที่หนักสุดคือการพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพพยาบาล สูงสุดคือพักใช้ 2 ปี หรือการเพิกถอนใบอนุญาต แค่โทษเท่านี้ก็ถือว่าหนักแล้ว นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ทางพยาบาลได้กระทำกับผู้ป่วยแบบนี้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนเลย รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก” เลขาธิการสภาการพยาบาลกล่าว
ผศ.อังคณา กล่าวเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นจากการสอบถามหัวหน้าหอผู้ป่วยวิกฤตบอกว่าพยาบาลคนนี้ทำงานดีมาตลอด รวดเร็ว ไม่มีกิริยารุนแรง ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ช่วงขณะเกิดเหตุเห็นคนไข้อยู่ขอบเตียง เกรงว่าจะตกจึงใช้แรงกระชาก เพราะปกติการขยับคนไข้ต้องใช้พยาบาลช่วยกันถึง 2 คน และยังมีความเป็นห่วงจึงใช้หมอนรองศีรษะ แต่เรื่องดังกล่าวขอให้รอผลการตรวจสอบเพื่อหามูลเหตุที่แน่ชัด
ส่วนกรณีชาวบ้านร้องศูนย์ดำรงธรรมขอนแก่น ว่าโรงพยาบาลรัฐชื่อดังสะเพร่าลืมผ้าก๊อซในช่องท้องคนไข้หลังผ่าตัดเนื้องอกในไต ทำให้อาการทรุดหนักจนต้องนอน ไอซียูอยู่กว่า 10 วัน น้องสาวคนตายเผยว่าแพทย์เจ้าของไข้นำสัญญาประนีประนอมยอมความมาให้เซ็นรับเงินเยียวยากรณีผ่าตัดรักษาบกพร่อง 4 หมื่น ก่อนจะให้กลับบ้านทั้งที่อาการยังหนักจนเสียชีวิตในที่สุด วอนขอความเป็นธรรมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และขอเงินเยียวยาและค่าจัดงานศพ 3 แสน ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว
วันเดียวกันนพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.ร.พ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากพี่ชายของผู้ร้องเรียนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา โดยแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกในไต เมื่อส่งชิ้นเนื้อตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง โรงพยาบาลนัดเข้าผ่าตัดเมื่อช่วงเดือนก.ค. มีแพทย์จากโรงพยาบาลศูนย์มาช่วยผ่าตัด กรณีผ้าก๊อซนั้นเป็นเรื่องจริง ทางโรงพยาบาลยอมรับและรับผิดชอบ โดยดูแลอาการผลข้างเคียงจากเหตุการณ์ครั้งนั้น และรักษาอยู่ประมาณ 13 วัน หลังจากอาการดีขึ้นจึงกลับบ้านไปพักฟื้น และพบว่าหลังจากนั้นอีก 2 เดือนผู้ป่วยเสียชีวิต
“การเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ลืมผ้าก๊อซ แต่เป็นพยาธิสภาพของโรคของผู้ป่วย ซึ่งขณะนั้นทางโรงพยาบาลและญาติผู้ป่วยได้มีการพูดคุย และประนีประนอม โดยทำเป็นหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความ ช่วยเหลือเยียวยาความเสียหาย จำนวนเงิน 40,000 บาท แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเข้าร้องทุกข์อีกครั้ง โรงพยาบาลพร้อมนำข้อมูลข้อเท็จจริงทุกอย่าง เพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะจากกรณีการลืมผ้าก๊อซนั้น เรายอมรับและพร้อมรับผิดชอบไปก่อนหน้านี้แล้ว” นพ.เกรียงศักดิ์กล่าว