โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตื่นหินประหลาด ตกจากฟ้าหล่นกลางทุ่งนา เชื่อมาจากนอกโลก คนขอซื้อไม่ขาย

Khaosod

อัพเดต 15 ต.ค. 2561 เวลา 04.01 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2561 เวลา 04.01 น.

หินประหลาด แตกตื่นทั้งตำบลหินประหลาด หล่นจากฟ้าตกกลางทุ่งนา สาวเก็บได้เชื่อมาจากนอกโลก ก้อนสีดำผิวไม่เรียบ ชาวบ้านขอซื้อไม่ขาย อยากเก็บไว้ เพราะเป็นของหายาก

หินประหลาด / เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์กู้ภัยสมาคมกู้ภัยวังเหนือ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง มีชาวบ้าน บ้านห้วยกันทา หมู่ 7 ต.ทุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง นำวัตถุต้องสงสัยเป็นก้อนหินสีดำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้วมาให้ดู ซึ่งชาวบ้านเล่าว่า วัตถุดังกล่าวเก็บมาจากกลางทุ่งนาหลังช่วงกลางดึกวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา และเห็นแสงไฟตกมาจากท้องฟ้า ก่อนที่จะไปพบวัตถุดังกล่าวอยู่กลางทุ่งนาของหมู่บ้าน

น.ส.อุรัสยา อายุ 25 ปี ชาวบ้านที่เก็บวัตถุดังกล่าว เล่าว่า ระหว่างนั้นตนเดินไปทุ่งนาและสังเกตเห็นกลางทุ่งนาพบว่า บริเวณพื้นดินกลางทุ่งนามีรอยลึกประมาณ 3 นิ้ว เป็นลักษณะร่องรอยกระแทกเข้าไปในพื้นดิน จึงเก็บขึ้นมาพบว่าเป็นก้อนหินลักษณะวงรี สีดำ มีผิวขุขระ ไม่เรียบ แต่ก็ยังไม่ได้ถามใคร ซึ่งก็นำไปเก็บไว้ที่บ้าน โดยนำไปไว้ใต้หมอนหนุนนอนทุกคืน

อย่างไรก็ตาม หลังจากข่าวแพร่สะพัดต่างก็มีชาวบ้านมาขอดูกันเป็นจำนวนมาก จนทำให้รู้สึกสงสัยว่าวัตถุดังกล่าวเป็นก้อนหินอะไรกันแน่ จึงนำมาให้ ว่าที่ร้อยตรี คฑา ลีลายุทธ หัวหน้าสมาคมกู้ภัยวังเหนือช่วยตรวจสอบ ซึ่งก็คาดว่าน่าจะเป็นก้อนกินจากสะเก็ดดาวตกที่หล่นมาจากท้องฟ้า

โดยแนะนำว่าก้อนหินดังกล่าวอาจจะมีเชื้อโรคติดมาด้วย ไม่ควรจะสัมผัส แต่ก็มีชาวบ้านมาติดต่อขอซื้อหินดังกล่าว แต่เจ้าของก็ไม่ได้ขายให้ เพราะอยากเก็บไว้ เนื่องจากเป็นสิ่งของหายากอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...