โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จักรพรรดิญี่ปุ่น: หนุ่มสาวญี่ปุ่นคาดหวังอะไรในรัชสมัยใหม่ “เรวะ”

Khaosod

อัพเดต 26 เม.ย. 2562 เวลา 13.55 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. 2562 เวลา 13.55 น.

จักรพรรดิญี่ปุ่น : หนุ่มสาวญี่ปุ่นคาดหวังอะไรในรัชสมัยใหม่ “เรวะ” – BBCไทย

รัชสมัย หรือ ชื่อยุคของสมเด็จพระจักรพรรดิแต่ละพระองค์ มีความสำคัญในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นมาหลายร้อยปีตราบจนยุคปัจจุบัน

นอกจากปีปฏิทินสากลแบบคริสต์ศักราชแล้ว ชาวญี่ปุ่นยังนับปีครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิไว้บนปฏิทิน และเอกสารของทางราชการด้วย เช่น ค.ศ. 2019 คือปี เฮเซ 31 หรือ ปีที่ 31 ของการครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เม.ย. นี้ หลังพระองค์ทรงประกอบพิธีสละราชสมบัติ

หลังมีการประกาศชื่อรัชสมัยใหม่เมื่อวันที่ 1 เม.ย. บริษัทต่าง ๆ เร่งผลิตปฏิทินใหม่สำหรับรัชสมัยเรวะ

ชื่อของรัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิแต่ละพระองค์มีความหมายมงคล ถูกประกาศใช้ก่อนการขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ ซึ่งทั้งรัฐบาลและประชาชนต่างใช้อ้างอิงในการดำเนินนโยบาย หรือการดำเนินชีวิต และเปรียบเทียบกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

3 รัชสมัย ในรอบ 100 ปี

ในรอบ 1 ศตวรรษของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมีสมเด็จพระจักรพรรดิถึง 3 พระองค์ หรือ 3 รัชสมัย ซึ่งรัชสมัยล่าสุด จะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 พ.ค. ศกนี้ โดยแต่ละรัชสมัย แบ่งตามลำดับเวลาได้ดังนี้

1. รัชสมัย “โชวะ” ซึ่งแปลว่า ความกลมเกลียวสามัคคีอันรู้แจ้ง รัชสมัยนี้มีความยาวถึง 63 ปี ภายใต้สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ พระบิดาของ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ องค์ปัจจุบัน พระองค์ทรงเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ระหว่าง 25 ธ.ค. 1926 ถึง 7 ม.ค. 1989

ในสมัยของพระองค์ ประเทศผ่านทั้งยุคของการปกครองแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จ ฟาสซิสต์ และชาตินิยมสุดขั้ว ทรงนำประเทศเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 จนพ่ายแพ้ และทำให้มีทหารและพลเรือนชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตประมาณ 2.6-3.1 ล้านคน

หลังญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามโลก รัฐบาลสหรัฐฯ ส่งทหารเข้ามาปลดอาวุธทหารญี่ปุ่น ตั้งฐานทัพบนเกาะโอกินาวา จังหวัดทางตอนใต้ของประเทศ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนสถานะของสมเด็จพระจักรพรรดิจาก “พระเจ้า” เป็น กษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ

ในทางเศรษฐกิจ ญี่ปุ่นเร่งฟื้นตัวจากหายนะของสงครามอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นประเทศชั้นนำ มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา อดีตศัตรูในสงคราม

2. รัชสมัย “เฮเซ” มีความหมายว่า “ความสงบสุขทั่วแผ่นดิน” การเลือกชื่อดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ วันแรกของ รัชสมัยเฮเซ เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 8 มค. 1989 เมื่อเจ้าชายอากิฮิโตะ มกุฎราชกุมาร เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ที่ 125 ของประเทศ หนึ่งวันหลังการสิ้นพระชนม์ของพระบิดา

ตลอด 30 ปีของรัชสมัยเฮเซ ญี่ปุ่นไม่มีสงคราม แต่ได้ผ่านช่วงการไร้เสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ มีนายกรัฐมนตรี 15 คน ในช่วง 24 ปีแรกของรัชสมัย ในทางเศรษฐกิจ ประเทศเข้าสู่ช่วงร้อนแรงทางเศรษฐกิจในปี 1989 จนส่งผลให้ฟองสบู่แตกในอีก 2 ปีต่อมา ซึ่งนำมาสู่ช่วงตกต่ำทางเศรษฐกิจที่กินเวลาถึงเกือบ 3 ทศวรรษ ปล่อยให้เพื่อนบ้านและคู่แข่งทางเศรษฐกิจ คือ จีน เติบโตแซงหน้ากลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก

ในเรื่องทางภัยธรรมชาติ ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งร้ายแรงในปี 2011 ทางตอนเหนือของประเทศ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายราว 1.8 หมื่นคน และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เสียหาย เกิดกัมมันตภาพรังสีรั่วไหลเป็นวงกว้าง

เหตุสึนามิเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2011 เกิดจากเหตุแผ่นดินไหวขนาดเกือบ 9 แมกนิจูด
คลื่นสึนามิยังพัดถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะส่งผลให้แกนปฏิกรณ์ปรมาณูหลอมละลาย

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงทุ่มเทเวลาจำนวนมากในรัชสมัยไปกับการเยียวยาผู้รอดชีวิตและครอบครัวของผู้รอดชีวิตจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และการเยี่ยมเยียนปลอบขวัญผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ

เมื่อเกือบสามปีก่อน สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่นรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากสำนักพระราชวังว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ มีพระราชประสงค์จะสละราชสมบัติในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยมีพระราชดำรัสว่า ทรงไม่ต้องการครองราชสมบัติต่อไปหากจะต้องลดการปฏิบัติพระราชกรณียกิจลง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางสำนักพระราชวังได้เสนอให้ตัดลดพระราชกรณียกิจเนื่องจากทรงเจริญพระชนมายุมากแล้ว และพระพลานามัยไม่สมบูรณ์

จากข่าวทางโทรทัศน์ได้กลายเป็นความจริงที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 30 เม.ย. นี้ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระชนมายุ 85 พรรษา เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์แรกของญี่ปุ่นในรอบ 2 ศตวรรษ ที่ทรงสละราชสมบัติขณะดำรงพระชนม์อยู่

3. รัชสมัย “เรวะ” มาจาก คำว่า “เร” ซึ่งมีความหมายที่เกี่ยวข้องกับ คำสั่ง มงคล และ งดงาม ส่วน “วะ” หมายถึง สันติภาพ และความกลมกลืน ปรองดอง ญี่ปุ่นกำลังก้าวเข้าสู่ รัชสมัยเรวะ ในวันที่ 1 พ.ค. เมื่อเจ้าชายนารูฮิโตะ มกุฎราชกุมาร พระชนมายุ 59 พรรษา จะเสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา

เยาวชนญี่ปุ่น คิดอย่างไร กับรัชสมัยที่กำลังเปลี่ยนไป และ คาดหวังอะไรจากรัชสมัยที่กำลังมาถึง บีบีซีไทยไปคุยกับนักศึกษาปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว ถึงมุมมองของพวกเขาต่อเหตุการณ์ในอดีต และความคาดหวังต่ออนาคต พวกเขาให้นามแฝงและคณะที่ศึกษาอยู่

ทรงสร้างบรรทัดฐาน

เอริกา นักศึกษาหญิงที่ศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ วัย 19 ปี กล่าวว่า การเปลี่ยนรัชสมัยในอดีต เกิดขึ้นเมื่อสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ก่อน สวรรคต แต่ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการขอลาออกจากตำแหน่ง

“ดังนั้น หากเอาสมเด็จพระจักรพรรดิเป็นตัวอย่างแล้ว คนอื่น ๆ ก็น่าจะทำได้เหมือนกัน เช่น ถ้าหากอยากจะขอลาหยุด ก็สามารถลาหยุดได้ ต่อไปหากเป็นยุคสมัยที่เคารพเสรีภาพการทำงาน ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี”

หวังเห็นความสงบ ปลอดภัยพิบัติ

ไทเกอร์ นักศึกษาชายคณะครุศาสตร์ วัย 19 ปี กล่าวว่า ยุคเฮเซมีภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นหลายครั้ง เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ และอุบัติภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

“ถ้าต่อไปเรวะ จะเป็นรัชสมัยที่สงบสุข ไม่มีภัยพิบัติก็น่าจะดีครับ”

ญี่ปุ่นจะก้าวเข้าสู่รัชสมัยเรวะ ในวันที่ 1 พ.ค. 2019

ควรให้ความสำคัญกับความหลากหลาย

ฟูกะ นักศึกษาคณะครุศาสตร์ วัย 19 ปี บอกว่า ได้ยินว่า คำว่า เรวะ มาจากกวีนิพนธ์โบราณมังโยชูของญี่ปุ่น ฟังดูแล้วก็รู้สึกถึงความเป็นญี่ปุ่น ซึ่งเขาคิดว่า “เหมาะสมดี”

เขาคาดหวังอยากเห็นรัชสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางสังคมมากขึ้น

“ความหลากหลายเป็นเรื่องที่ได้รับความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน คิดว่าในยุคเรวะ ถ้ามีความหลากหลายทางสังคมเพิ่มมากขึ้นก็น่าจะดีครับ”

ยุคสมัยแห่งดอกไม้ที่เบ่งบาน

ทามามิ นักศึกษาหญิงคณะครุศาสตร์ วัย 20 ปี กล่าวว่า ได้ยินว่า ความหมายของรัชสมัยใหม่อยากให้ประชาชนมีความหวังเหมือนกับดอกไม้ที่เบ่งบาน

“ขอให้เป็นสมัยที่มีแต่ความหวังมากยิ่งขึ้นคะ”

ยุคสมัยแห่งสันติภาพ

ซากาซุ นักศึกษาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วัย 19 ปี กล่าวว่า ประชาชนชาวญี่ปุ่น ตั้งแต่ได้ประสบการณ์จากสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ไม่เข้าสู่สงครามอีกเลย ดังนั้นจึงคิดว่าสำหรับชาวญี่ปุ่น สันติภาพเป็นสิ่งที่สำคัญ

“อยากให้มีชีวิตกันอย่างสงบสุข และปัจจุบันในยุคโลกาภิวัตน์กำลังขยายตัวไป จึงอยากให้เป็นยุคของญี่ปุ่นที่เป็นสากล มองออกไปไกลขึ้น ซึ่งรวมไปถึงการผลิตแบบญี่ปุ่น และประชาชนชาวญี่ปุ่นด้วยครับ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...