โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘โรคซึมเศร้านี่ เป็นโรคของคนรวยอย่างเดียวใช่ปะ?’ - เพจ Beautiful Madness by Mafuang

TOP PICK TODAY

อัพเดต 25 ก.พ. 2563 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2563 เวลา 09.46 น. • เพจ Beautiful Madness by Mafuang

หนึ่งในเพื่อนของเราที่ไทย เคยถามเราด้วยคำถามนี้

ช็อคมากเลยแหละ…

เธอไม่ได้พูดเล่น เธอไม่ได้แกล้ง

แต่นั่นคือสิ่งที่เธอเชื่อจริงๆ ตอนนั้น

‘ก็เราไม่เห็นเคยเห็นคนจนคนไหนเขาเป็นโรคซึมเศร้ากันเลย’

.

.

.

ปวดใจเข้าไปอีก

จนเราต้องอธิบายให้เธอฟังว่า

น่าเศร้าแหละ เพราะการบำบัดจิตใจ หรือความช่วยเหลือด้านจิตวิทยาต่างๆ

มันเข้าไปถึงผู้คนที่ไม่ได้มีทุนมากพอในประเทศได้ยาก

หนึ่งคือ

ค่าหานักบำบัดจิตใจต่อหนึ่งครั้ง ก็เป็นเงินที่เยอะ

ลำพังจะหาเงินมากินข้าวให้ครบทุกมื้อทั้งเดือนก็ยากแล้ว

สองคือ

ถ้าคุณภาพชีวิตยังไม่ดีพอ มันก็สมเหตุสมผลมากที่จะไม่มานั่งคิดถึงเรื่องสุขภาพจิตหรอก แค่เวลาจะหายใจยังแทบไม่มี ทุกวันต้องยุ่งกับงานหามรุ่งหามค่ำ

.

.

.

ทำให้ย้อนไปนึกถึง

สเตตัสหนึ่ง ที่เพื่อนอีกคนของเราเคยตั้งคำถาม

ว่าทำไมช่วงนี้ คนมีอาการเจ็บปวดทางใจกันเยอะเหลือเกิน

ไม่เห็นเหมือนคนในยุคก่อนๆ เลย

ความวุ่นวายว้าวุ่นที่คนรุ่นนี้ต้องเจอ

ทำให้เกิดอาการที่หลายครั้งก็กลายเป็นโรคทางใจมากมายรึเปล่า

แต่เรากลับคิดว่า ไม่หรอก

สมัยก่อน คนเขาอาจจะมีอาการแบบเดียวกันนั่นแหละ

แต่เขาแค่ไม่มีความรู้พอที่จะอธิบายได้ว่า ‘นี่คือความผิดปกติทางใจ’

เขาไม่มีจิตแพทย์หรือนักบำบัดเตรียมพร้อมเพื่อเขา

เขาอาศัยธรรมชาติ ความเชื่อโชคลาง ผีสางนางไม้ เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ยึดเหนี่ยวไว้

แต่ก็เหมือนได้ผลในช่วงนั้นนะ

.

.

.

เพื่อนของเราอีกคน

เคยไปเป็นครูอาสาสมัครที่แอฟริกา

เด็กที่นั่นฐานะยากจนมาก และมักมีปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

มีเด็กสาวตัวเล็กคนหนึ่ง โดนผู้ชายข่มขื่นเธออย่างโหดร้าย

แต่ในวันต่อมา

เด็กคนนั้น มาโรงเรียนอย่างปกติ

เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่แสดงอาการร้องไห้ฟูมฟายหรือตระหนกใดๆ ออกมาให้เห็น

เพื่อนของเราเป็นห่วงมาก เลยหารือกับครูผู้ช่วยอีกคน

‘คิดดูนะ ในเมืองที่ความช่วยเหลือด้านสำคัญต่างๆ ยังเข้าไม่ถึง

เด็กคนนั้นและอีกหลายคน ก็ต้องสร้างเกราะป้องกันตัวเอง

ด้วยการทำตัวให้ เข้มแข็ง เพื่อให้ความเปราะบางนั้น มันก้าวมาไม่ถึงข้างใน จิตใจ’

นั่นคือคำตอบที่เธอได้รับกลับมา..

.

.

.

‘การช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต มันเป็นสิทธิพิเศษของพวกคนขาวจริงๆ นะ’

เราเคยได้ยินคนที่อยู่ในอเมริกาบอกเราแบบนี้

พวกคนขาว ในที่นี่ ก็คือกลุ่มคน ตัวแทนในประเทศที่พัฒนาแล้วนั่นเอง

การช่วยเหลือเรื่องจิตใจและสภาวะทางร่างกายต่างๆ ของที่นี่ทั่วถึงมาก

อย่างที่ทำงานของเราตอนนี้ เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไร

โดยใช้ระบบ ‘จ่ายเงินค่าบำบัดตามฐานเงินเดือน’

เพราะฉะนั้น แต่ละคน ก็จะจ่ายค่าบำบัดไม่เท่ากัน

เงินเดือนเยอะ จ่ายเยอะ เงินเดือนน้อย ก็จ่ายเท่าที่ไหว

แล้วยังมีกลุ่มสนับสนุน หรือที่เรียกว่าซัพพอร์ตกรุ๊ป คอยเป็นกำลังใจให้กันและกัน

ไม่ว่าจะเป็น พวกที่เลิกเหล้า/ลูกของพ่อแม่ที่ติดเหล้า พวกที่เลิกบุหรี่ ยาเสพย์ติดอื่นๆ จนไปถึงเลิกติดเซ็กส์ เลิกมีความรักที่เป็นพิษทำลายจิตใจ และที่เราอยากไปรวมกลุ่มด้วยมากๆ ก็คือ ‘เลิกเสพย์ติดการช้อปปิ้ง!’ และอื่นๆ อีกมากมาย

แต่ละกลุ่มนี่ก็มีเยอะรอบเมือง เดินไปได้จากบ้านเราก็มี

แต่สิ่งที่เราสัมผัสและรับรู้ได้เลยก็คือ

ไม่ว่า อเมริกา จะเป็นประเทศที่รองรับผู้คนที่มีแผลใจมากขนาดไหน

ก็ไม่ได้เป็นตัวการันตีจำนวนคนที่บอบช้ำในจิตใจว่าจะน้อยลง

เรายังคงเห็นคนไร้บ้านเพ้อๆ เดินอยู่ทั่วเมือง

เรายังเห็นข่าวการยิงกราดตามเมืองต่างๆ อยู่เนืองๆ

 

เพราะการเยียวยา - บางครั้งมันต้องใช้เวลา ควบคู่ไปกับความอดทน

.

.

.

อะไรก็ตามที่ทำให้สภาวะจิตใจของเราสั่นคลอน

กระทบการดำเนินชีวิตปกติในแต่ละวันของเรา

และกระทบความสัมพันธ์ของเรากับคนรอบข้าง

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ฐานะอะไร ชาติพันธุ์ไหน

กระบวนความคิดของคุณมันอาจได้รับแรงกระเพื่อมบางอย่าง

กะเทาะตัวตนซะแตก จนแบกรับไว้ไม่ไหวได้เหมือนกัน

คอยสังเกตตัวเอง ว่าถึงเวลาที่ต้องหันมาดูแลจิตใจ

ไม่ให้กลายเป็นสิ่งที่ทิ้งความสำคัญไว้ท้ายๆ

แต่ค่อยๆ หาวิธีที่ใช่ เยียวยาหัวใจตัวเอง

อ่านบทความใหม่จากเพจ Beautiful Madness by Mafuang ได้บน LINE TODAY ทุกวันอังคาร

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...