โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกสภามหิดลคนใหม่ หนุนไทยติด 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยโลก

ฐานเศรษฐกิจ

เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 10.58 น.

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร พร้อมหนุนนโยบาย 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยระดับโลก หลังได้รับโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งนายกสภา ม.มหิดล

ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกสภาคนที่ 10 ของมหาวิทยาลัยมหิดล

ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร เคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (2550 - 2554) โดยเข้ารับตำแหน่งในปีแรกที่มหาวิทยาลัยมหิดลออกนอกระบบเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (9 ธันวาคม 2550 - 8 ธันวาคม 2554) และมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการนำมหาวิทยาลัยมหิดลมุ่งสู่การติดอันดับ 1 ใน 100 ของมหาวิทยาลัยระดับโลก ซึ่งทีมบริหารมหาวิทยาลัยมหิดลได้ยึดถือเป็นนโยบายหลักสืบมาจนถึงสมัยปัจจุบัน
 

"ผมคิดว่า 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยระดับโลก คือความฝันของวงการศึกษาของประเทศไทย ที่สำคัญกว่าชื่อเสียงก็คือว่า การที่จะเข้าไปอยู่ตรงนั้นได้ เราต้องมีคุณภาพในทุกระดับ ไม่ว่าเรื่องการผลิตบัณฑิตที่ดี การมีวิชาการที่เข้มแข็ง มีการสร้างองค์ความรู้ใหม่ และนวัตกรรม โดยสิ่งนั้นจะต้องทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชน และประเทศชาติ" ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร กล่าว

ทีมบริหารมหาวิทยาลัยมหิดลในสมัยที่ ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร ดำรงตำแหน่งอธิการบดี ได้นำร่องพัฒนาการเรียน การสอน และการวิจัยที่เป็นเลิศให้สามารถแข่งขันกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในระดับนานาชาติ ด้วยการส่งเสริมให้มีการเพิ่มผลงานวิจัยของคณาจารย์ตามมาตรฐานสากล และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างจริงจังและคุ้มค่า รวมทั้งได้ผลักดันผลงานการประดิษฐ์และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยมหิดลออกสู่ภาคอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก ตลอดจนพลิกโฉมมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี

"มหาวิทยาลัยใดจะได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 ของประเทศไทย ขึ้นอยู่กับว่า องค์กรไหนให้ ranking จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันกันในประเทศ สิ่งที่น่าเป็นความภาคภูมิใจควรต้องรักษาไว้ แต่ไม่ควรเปรียบเทียบ เพราะเปรียบเทียบแล้วไม่เกิดประโยชน์ ถ้าไม่ทำให้เราดีขึ้น แต่เราควรจะแข่งขันกับนานาชาติ เพื่อให้เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยระดับนานาชาติ เราต้องยอมรับว่าเรายังไปช้ากว่าประเทศอื่น ถ้าไม่ยอมรับเราจะไปข้างหน้าไม่ได้"
 

มหาวิทยาลัยมหิดลมีสิ่งแวดล้อมที่ดีอยู่แล้ว มีจุดแข็งในเรื่องค่านิยมองค์กร ทั้งยังมีจำนวนบุคลากรสายวิชาการระดับ Ph.D. สูงสุดในประเทศ เพราะฉะนั้น ถ้ามีการกำหนดเป้าหมายที่ดีร่วมกัน และบูรณาการทุกศาสตร์เข้าด้วยกัน จะสามารถสร้าง innovation ที่เป็นประโยชน์กับทั้งประเทศไทยและมวลมนุษยชาติได้อย่างมหาศาล

ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร ได้เริ่มนำทีมออกเยี่ยมทุกคณะ/สถาบัน (Council Visit) ด้วยคำถาม 3 ข้อ คือ ข้อ 1 คณะ/สถาบันของท่านในระยะ 4 ปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอะไรที่น่าภาคภูมิใจ ข้อ 2 อีก 2 ปีข้างหน้า ได้มีการตั้งเป้าว่าจะทำอะไรบ้าง และข้อ 3 ให้บอกถึงปัญหา อุปสรรค และวิธีการแก้ไข ซึ่งมีกำหนดออกเยี่ยมให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน โดยตั้งใจจะนำคำตอบที่ได้จากกว่า 30 คณะ/สถาบัน มาประมวลผลสู่การตั้งเป้าพัฒนามหาวิทยาลัยได้อย่างมีทิศทางต่อไป 

"ประเทศชาติให้ความหวังกับมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นอย่างมากในการที่จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านวิชาการ และการผลิตบัณฑิต หากเรารู้ว่าเป้าหมายคืออะไร ได้กำหนดเป้าหมายที่ดีร่วมกัน มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน เชื่อว่า 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยระดับโลกคงอยู่ไม่ไกล และที่สำคัญควรต้องฝึกให้บัณฑิตของเรามี social responsibility รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย"  ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...