โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"สุไหงโก-ลก"ส่อวิกฤต ชงประกาศภัยพิบัติฉุกเฉิน 3ตำบล ผู้ว่าฯสั่งเร่งสูบน้ำท่วมขัง (ชมคลิป)

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ธ.ค. 2562 เวลา 05.18 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2562 เวลา 05.18 น.

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2562 อิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ยังคงมีกำลังแรงส่งผลให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนหนักถึงหนักมากบริเวณจังหวัดปัตตานียะลาและนราธิวาส โดยที่ จ.นราธิวาสมีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง จากผลกระทบดังกล่าวส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องล่าสุด เมื่อเวลา10.30น. ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง1.85 เมตร

ล่าสุด นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก เสนอนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสเพื่อประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่ 6 ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก ประกอบด้วย ชุมชนหัวสะพาน ท่ากอไผ่ ท่าโรงเลื่อย ท่าประปา ท่าโปฮงยามู ชุมชนบือเร็งนอก เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก บ้านตือระ หมู่ที่2 บ้านกวาลอซีรา หมู่ที่3 บ้านน้ำตก หมู่ที่5 บ้านกวาลอซีรา หมู่ที่ 7 ตำบลปาเสมัส บ้านมูโนะ หมู่ที่ 1 บ้านปาดังยอ หมู่ที่ 3 ตำบลมูโนะ โดยมีผู้ราษฎรผู้ประสบภัย 1,748 คน จาก 437 ครัวเรือน สำหรับพื้นที่ประสบอุทกภัย มีเจ้าหน้าที่และกำลังพลจากที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก สภ.สุไหงโก-ลก หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 พร้อมรถกู้ภัย 2 คัน เรือ 6 ลำ รถกระเช้า 1คัน

ขณะที่กองสวัสดิการสังคมเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ขอความร่วมมือปะชาชนอพยพออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยก่อนระดับน้ำจะสูงขึ้น เพราะน้ำจากคลองบูเก๊ะตาไหลเข้ามาเร็วมากซึ่งอาจเกิดอันตรายต่อผู้อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก ส่วนผู้อพยพไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัยเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก มี 86 คนจาก 21 ครัวเรือนโดยมาจากชุมชนหัวสะพานและท่าโรงเลื่อย ขณะที่กองช่างยังรีบเร่งนำกระสอบทรายลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านในเขตชุมชนที่มีน้ำท่วมขังเพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ไปรับถุงทรายที่กองช่างเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งบรรจุทรายไว้รองรับกว่า2,500กระสอบ

สถานการณ์น้ำขังชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก พบ 5 ชุมชนได้รับผลกระทบเป็นที่แรก ตั้งแต่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่านในห้วง 3-4 วันที่ผ่านมา โดยนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส สั่งการไปยังนายไพศาล ขุนศรี ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นราธิวาส ให้ระดมกำลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและพื้นที่สุ่มเสี่ยง ล่าสุด นายไพศาล เดินทางเข้าตรวจสอบบริเวณคลองระบายน้ำส่วนราชการที่ บ้านยะกัง ต.บางนาค อ.เมืองนราธิวาส ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 17 ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 5 เครื่อง เพื่อเร่งสูบน้ำที่ท่วมขังในที่ราบต่ำและระบายไม่ทันในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ให้ไหลลงสู่คลองยะกังเป็นการเร่งด่วน คาดว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ส่วนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำโก-ลก ที่สถานีบูเก๊ะตา อ.แว้ง อยู่ในช่วงเฝ้าระวัง ที่สถานีมูโนะ ต.มูโนะ ยังคงปกติ และ สะพานลันตู โก-ลก น้ำล้นตลิ่ง เข้าสู่สภาวะวิกฤต

นายเอกรัฐ เปิดเผยว่า ขณะนี้พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงคือ ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกทั้งหมด 7 ชุมชน โดยให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปคอยดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง และหากมีความจำเป็นที่จะต้องอพยพ ทางจังหวัดได้เตรียมโรงเรียนเทศบาล 1 และโรงเรียนเทศบาล 4 ที่จัดตั้งเป็นศูนย์อพยพชั่วคราวไว้ 2 แห่ง นอกจากนี้ในส่วนของโซนชุมชนบ้านบาเฆะ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส ที่ตั้งอยู่ริมชายหาดและเคยได้รับผลกระทบอย่างหนักมาแล้วเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ตนเองได้สั่งการไปยังนายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส ให้จัดการนำรถแม็คโครไว้ หากมีเหตุฉุกเฉินคลื่นซัด จะได้ทำการขุดลอกร่องน้ำเพื่อระบายน้ำออกสู่ทะเล

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...