โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'JLPT' & 'EJU' การสอบวัดระดับครั้งสำคัญที่คนอยากเรียนต่อญี่ปุ่นต้องรู้จัก!

Dek-D.com

เผยแพร่ 28 ม.ค. 2562 เวลา 03.06 น. • DEK-D.com
สอบ JLPT และ EJU เป็นแบบไหน แล้วเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง!

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวDek-Dทุกคน ใครที่อยากไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรีที่ญี่ปุ่น หรืออยากจะชิงทุนต่างๆ เพื่อไปเรียนต่อที่นั่น หนึ่งในข้อกำหนดต่างๆ จากทางมหา’ลัยก็คงไม่พ้นผลการสอบวัดระดับภาษาล่ะ บางที่ก็ต้องการผลสอบ JLPT แต่บางที่ก็ต้องการผลสอบ EJU แต่ถ้าใครหวังทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไว้แล้ว ผลการสอบอย่าง JLPT และ EJUนี่จะขาดไม่ได้เลยเชียว ว่าแต่การสอบ 2 อย่างนี้ต่างกันอย่างไรแล้วเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง วันนี้พี่ชมพูจะพาไปหาคำตอบกัน

JLPT

Cr. gogonihon.com
เริ่มกันที่การสอบJLPT หรือ Japanese Language Proficiency Testเป็นการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นที่คนเรียนญี่ปุ่นจะคุ้นเคยกันดีค่ะ ถามว่าผลการสอบเอาไปใช้อะไรได้บ้าง เอาไปใช้ได้หลากหลายเลย ทั้งสมัครงาน สมัครทุนและ สมัครเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะบางมหา’ลัยสามารถใช้ผลสอบ JLPT แทนผลสอบ EJU ได้ค่ะ (เดี๋ยวพี่จะเล่าถึง EJU ให้ฟังทีหลัง) ส่วนในไทยเองสามารถใช้ผลสอบ JLPT ยื่นเพื่อสมัครทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (Monbukagakusho: MEXT) ประเภทนักศึกษาปริญญาตรี และนักศึกษาวิจัยได้
การแบ่งระดับ
การสอบ JLPT จะแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ไล่ตั้งแต่ N5 - N4 - N3 - N2 - N1โดยระดับต่ำสุดคือ N5 ค่ะ (คนที่ไม่ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นมักเข้าใจผิดว่า N5 คือสูงสุด ^^;) ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องสอบไล่ไปตามระดับ สามารถสอบระดับไหนก็ได้ที่เราคิดว่าเรามีความสามารถถึง
**มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องการ N2 ขึ้นไปค่ะ มีบ้างที่ เป็น N3 ต้องลองศึกษาดูรายละเอียดของแต่ละแห่งให้ดี
ลักษณะการสอบ
แบ่งเป็น2 พาร์ตค่ะ คือการอ่าน และการฟังในพาร์ตการอ่านจะมีตั้งแต่ทดสอบความรู้เรื่องตัวอักษร คำศัพท์ ไวยากรณ์ และการอ่านจับใจความ พาร์ตการฟังจะเป็นรูปแบบฟังบทสนทนาภาษาญี่ปุ่น ความยาก-ง่ายจะปรับเปลี่ยนไปตามระดับที่สอบ โดยแต่ละระดับจะกำหนดเวลาสอบไม่เท่ากัน และ ในแต่ละระดับเนื้อหาของข้อสอบจะแตกต่างกันไปค่ะ โดยแบ่งระดับการสอบดังนี้
สามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ในวงกว้างได้
ความตัวภาษา (อักษร คำศัพท์ และไวยากรณ์) และการอ่าน
การฟัง
สามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในสถานการณ์ชีวิตประจำวันได้ และสามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในวงกว้างได้ระดับหนึ่ง
ความรู้ตัวภาษา (อักษร คำศัพท์ และไวยากรณ์) และการอ่าน
การฟัง
สามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ในระดับหนึ่ง
ความรู้ตัวภาษา (อักษร และคำศัพท์)
ความรู้ตัวภาษา (ไวยากรณ์) และการอ่าน
การฟัง
สามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นได้ในระดับพื้นฐาน
ความรู้ตัวภาษา (อักษร และคำศัพท์)
ความรู้ตัวภาษา (ไวยากรณ์) และการอ่าน
การฟัง
สามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นได้ในระดับหนึ่ง
ความรู้ตัวภาษา (อักษร และคำศัพท์)
ความรู้ตัวภาษา (ไวยากรณ์) และการอ่าน
การฟัง
ส่วนคะแนนในแต่ละพาร์ตจะเป็นไปตามตาราง
ระดับคะแนนรวมคะแนนแต่ละพาร์ตคำศัพท์และไวยากรณ์การอ่านการฟังคะแนนเต็มคะแนนผ่านรวมทั้งหมดคะแนนเต็มคะแนนผ่านของแต่ละพาร์ตคะแนนเต็มคะแนนผ่านของแต่ละพาร์ตคะแนนเต็มคะแนนผ่านของแต่ละผ่านN1180 คะแนน100 คะแนน60 คะแนน19 คะแนน60 คะแนน19 คะแนน60 คะแนน19 คะแนนN2180 คะแนน90 แนน60 คะแนน19 คะแนน60 คะแนน19 คะแนน60 คะแนน19 คะแนนN3180 คะแนน95 ะแนน60 คะแนน19 คะแนน60 คะแนน19 คะแนน60 คะแนน19 คะแนน
และ
ระดับคะแนนรวมคะแนนแต่ละพาร์ตคำศัพท์และไวยากรณ์ + การอ่านการฟังคะแนนเต็มคะแนนผ่านรวมทั้งหมดคะแนนเต็มคะแนนผ่านของแต่ละพาร์ตคะแนนเต็มคะแนนผ่านของแต่ละพาร์ตN4180 คะแนน90 คะแนน120 คะแนน38 คะแนน60 คะแนน19 คะแนนN5180 คะแนน80 คะแนน120 คะแนน38 คะแนน60 คะแนน19 คะแนน
การสมัครสอบ และ สถานที่สอบ (สมัครที่ไหนสอบที่นั่น!)
สำหรับน้องๆ คนไหนที่สนใจสอบ JLPT ตอนนี้เพิ่มให้สามารถสมัครผ่านทางเว็บไซต์ JLPT Thailandได้แล้วค่ะ โดยจะต้องจ่ายค่าสมัครผ่านทาง SCB อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น!!(App ธนาคาร SCB , Easy Net SCB, ตู้ ATM SCB ที่มีช่องให้ยิงบาร์โคด)
สถานที่สอบมีให้เลือก 4 ที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลาค่ะ
ค่าสมัครสอบ
N1 - N2 - N3 ชุดละ 800 บาท
N4 - N5 ชุดละ 300 บาท
ช่วงเวลาสอบมี 2 ครั้ง/ปี ในเดือนกรกฎาคมและ เดือนธันวาคม
ประกาศผลสอบประกาศผ่านทางเว็บไซต์ ครั้งที่ 1 ราวๆ กลางเดือนสิงหาคม ครั้งที่ 2 ราวๆ ต้นเดือนกุมภาพันธ์แล้วจะมีการจัดส่งทางไปรษณีย์ให้อีกทีหลังจากนั้น 3 เดือน
ผลสอบมีอายุ ไม่มีกำหนดจ้า เว้นเสียแต่ว่าทางบริษัทต่างๆ จะกำหนดมา
แต่เดี๋ยวก่อน!!มีข่าวออกมาว่าในปี 2019 นี้ จะปรับรูปแบบการสอบใหม่ค่ะ เนื่องจากรูปแบบเก่าไม่ค่อยตอบโจทย์ในเรื่องของการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน พวกคำศัพท์ หรือบทสนทนาเป็นเชิงวิชาการเกินไป จึงจะปรับให้เป็นคำศัพท์ที่เจอได้ในชีวิตจริงมากขึ้น ตัวรูปแบบสนทนาก็จะเจอในชีวิตทำงานมากขึ้นค่ะ ยังไงรอติดตามข่าวกันนะคะ ^^
น้องๆ คนไหนต้องการจะสอบ JLPT โดยปกติจะเริ่มเปิดรับสมัครกลางเดือนกุมภาพันธ์ และต้นเดือนสิงหาคมอย่างรอบแรกจะเริ่มเปิดรับสมัครวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้แล้วนะคะ เตรียมตัวได้เลย

EJU

Cr. c3inter.com
มาถึงคราวของ EJU หรือ Examination for Janeses University Admission for International Studentเป็นการสอบวัดระดับความรู้เชิงวิชาการต่างๆ ของนักเรียนชาวต่างชาติโดยเฉพาะค่ะ มีทั้งภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ฯลฯ คล้ายๆ กับการสอบ 9 วิชาสามัญในบ้านเราเลย เขาจะทดสอบทั้งความรู้ด้านภาษาญี่ปุ่นและความรู้ทั่วไปในวิชาต่างๆ ส่วนใหญ่จะเอาผลสอบ EJU ไปยื่นเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีหรืออุดมศึกษาในประเทศญี่ปุ่นค่ะ หรือ จะเอาไปยื่นสมัครทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (Monbukagakusho: MEXT) ก็ได้เหมือนกัน
ลักษณะการสอบ
การสอบ EJU จะแบ่งเนื้อหาเป็น 4 วิชา ได้แก่
1. ภาษาญี่ปุ่น (Japanese as Foreign Language)จะแบ่งเป็น 3 พาร์ต (เขียน, อ่าน, ฟัง-อ่าน) ซึ่งแต่ละพาร์ตคะแนนและเวลาจะไม่เท่ากันนะ **ควรมีทักษะในระดับ N3 คือ เข้าใจภาษาญี่ปุ่นในชีวิตประจำวันได้ในระดับหนึ่ง และ หากน้องเลือกเรียนในสาขาที่สอนภาษาญี่ปุ่น ยังไงๆ ก็ต้องสอบไว้ค่ะ**
2. วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ) (Science)วิชานี้สามารถเลือกสอบ 2 ใน 3 วิชาได้ค่ะ ต้องเลือกให้สอดคล้องกับที่คณะในมหาวิทยาลัยที่น้องสนใจจะสมัครต้องการ โดยมาเลือกในวันที่สอบ **ใครสมัครเรียนสายวิทย์ยังไงต้องได้สอบ**
3. ความรู้ทั่วไป (Japan and the World)เป็นการสอบวัดความรู้เชิงตรรกะ การคิดหาเหตุผล ความรู้พื้นฐานสำหรับศึกษาต่อในสายศิลปศาสตร์
4.คณิตศาสตร์ (Mathematics) จะมีให้น้องเลือก 2 คอร์ส โดย คอร์ส 1 สำหรับสายศิลปะและวิทย์ที่ไม่ต้องคำนวณมาก และ คอร์ส 2 เป็นคณิตศาสตร์ขั้นสูง ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลือกก็ขึ้นอยู่กับคณะที่น้องจะเรียนค่ะ
วิชาวัตถุประสงค์เวลา (นาที)ระดับคะแนนภาษาญี่ปุ่น (Japanese as Foreign Language)เพื่อวัดระดับความสามารถภาษาญี่ปุ่นที่จำเป็นในการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของญี่ปุ่น (Academic Japanese)125
การอ่าน-ฟัง
0 - 400
การเขียน
0 - 50
วิทยาศาสตร์ (Science)เพื่อวัดความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา) ที่จำเป็นต่อการศึกษาในคณะทางวิทยาศาสตร์ในสถาบันอุดมศึกษาของญี่ปุ่น800 - 200ความรู้ทั่วไป (Japan and the Wold)เพื่อวัดความรู้พื้นฐานสายมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ที่จำเป็นต่อการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของญี่ปุ่น โดยเฉพาะความสามารถทางด้านตรรกะและการใช้ความคิดหาเหตุผล800 - 200คณิตศาสตร์ (Mathematics)การวัดความพื้นฐานคณิตศาสตร์ที่จำเป็นต่อการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของญี่ปุ่น800 - 200
ส่วนภาษาที่ใช้สอบ ไม่ต้องตกใจนะว่าต้องเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดแน่ๆ เลย เราสามารถเลือกภาษาได้ว่าจะสอบเป็น ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาญี่ปุ่นในวิชาวิทยาศาสตร์, ความรู้ทั่วไป และ คณิตศาสตร์ ยกเว้น วิชาภาษาญี่ปุ่น ต้องสอบเป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้นค่ะ
การสมัครสอบ และ สถานที่สอบ (สมัครสอบที่ไหนสอบที่นั่น!)
กรุงเทพฯ
สมัครด้วยตนเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์
- สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นในพระบรมราชูปถัมภ์ (OJSAT) สาขาพหลโยธิน, จามจุรีสแควร์, ปิ่นเกล้า
สมัครด้วยตนเอง
- องค์การสนับสนุนนักศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น (JASSO)
เชียงใหม่
- สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขาภาคเหนือ
ค่าสมัครสอบ
ค่าสมัคร + ค่าส่งบัตรประจำตัวสอบและผลสอบ 419 บาท (ทางไปรฯ เพิ่มอีก 20 บาท)
ช่วงเวลาสอบ มี 2 ครั้ง/ปี ในเดือนมิถุนายน และ เดือนพฤศจิกายน
ประกาศผลสอบส่งทางไปรษณีย์ ครั้งที่ 1 ราวๆ กลางเดือนสิงหาคมครั้งที่ 2 ราวๆ กลางเดือนมกราคม
ผลสอบมีอายุ2 ปี
ถ้าน้องคนไหนวางแผนไว้ว่า รอบแรกจะสอบวิชาญี่ปุ่น แล้วรอบ 2 ค่อยไปสอบวิชาวิทย์กับคณิตละกัน อยากให้ล้มความคิดนั้นไปซะ! เพราะน้องๆ ไม่สามารถใช้ผลสอบจากครั้งที่ 1 มารวมกับครั้งที่ 2 แล้วยื่นเพื่อเรียนต่อได้นะคะ รอบไหนรอบนั้น ดังนั้นจงดูให้แน่ใจว่าแต่ละที่เขาต้องการผลสอบวิชาไหนบ้างนะคะ
ปกติแล้วการสอบ EJU จะเริ่มเปิดรับสมัครในเดือนกุมภาพันธ์ กับสิงหาคม อย่างรอบแรกจะเริ่มเปิดรับสมัครวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้แล้วเช่นกันค่ะ แต่ขอแนะนำว่าใครที่จะขอทุนมงหรือทุนรัฐบาลญี่ปุ่นควรสมัครสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปี เพราะผลสอบ EJU มักจะประกาศหลังวันปิดรับสมัครทุน อาจทำให้พลาดทุนที่เล็งไว้ได้เลยนะ
ตรงนี้จะเป็นเกณฑ์คะแนนผ่านสำหรับใครที่คิดจะยื่นสมัครทุนรัฐบาลญี่ปุ่นทางสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นฯ ได้แจ้งเอาไว้ว่า
1. ผลการสอบ JLPT จะต้องอยู่ในระดับ N2 หรือระดับ N1 ขึ้นไป
2. การสอบ EJU จะมีการสอบภาษาญี่ปุ่น (ความรู้ระดับ N3 ขึ้นไป ถ้าไม่มี ไม่ต้องสอบ) และสอบวิชาสามัญ แบ่งเป็น สายวิทย์ (วิทยาศาสตร์+คณิตศาสตร์ 2 ) และ สายศิลป์ (ความรู้ทั่วไป+คณิตศาสตร์ 1 ) จะสอบสายไหนขึ้นอยู่กับสายที่เรียนมา โดยจะต้องได้คะแนนวิชาภาษาญี่ปุ่นมากกว่า 200 คะแนน หรือ มีผลสอบ EJU วิชาสามัญสายศิลป์ หรือ สายวิทย์ รวมไม่ต่ำกว่า 240 คะแนน
สำหรับตัวพี่เองเพิ่งจะสอบ JLPT N4 ไปค่ะ ตอนนี้กำลังรอผลสอบอยู่ ถือว่ายังเป็นมือใหม่ทางด้านภาษาญี่ปุ่นอยู่เลย มีน้องๆ คนไหนเคยสอบ JLPT หรือ EJU แล้ว อยากแชร์ประสบการณ์การสอบว่ายาก-ง่ายแค่ไหน มีทริกในการสอบยังไงมาบอกเล่ากันได้นะคะ
ข้อมูลจาก
https://www.jeic-bangkok.org/eju
https://www.jeic-bangkok.org/othertest
https://www.jfbkk.or.th/three-fields/japanese-language-education/jpl_proficiency-test/?lang=th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...