"สารี"ลั่นฟ้อง"รมว.พาณิชย์ หากยื้อชงครม.ขึ้นบัญชีคุมค่าหาหมอ
ที่กระทรวงพาณิชย์ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวภายหลังประชุมหารือกับกระทรวงพาณิชย์ เรื่องแนวทางการรักษาพยาบาล ว่า เห็นด้วยและคาดหวังว่ากระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้านำสินค้ายา เวชภัณฑ์และค่าบริการทางการแพทย์ เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ภายใน1-2สัปดาห์นี้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้เข้ารับบริการในโรงพยาบาลเอกชน ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมามูลนิธิได้รับเรื่องร้องเรียนกว่า 200 เรื่อง ถือว่าเป็นอัตราการร้องเรียนที่สูงมากเป็นอันดับสองของทุกเรื่องที่ร้องเรียนเข้ามา แสดงว่าอัตราค่าบริการทางการแพทย์และเวชภัณฑ์สูงมาก จนเป็นปัญหาต่อผู้ใช้บริการในวงกว้าง
น.ส.สารี กล่าวว่า มีการร้องเรียนเข้ามาอย่างมาก เช่น บางกรณีมีการรักษาพยาบาลเกินความจำเป็น ส่งผลทำให้ค่าใช้จ่ายสูงเกินความจำเป็น เช่น แค่มีดบาดแต่กลับให้คนไข้เข้าห้องผ่าตัด ทำแผลเหมือนมีการผ่าตัดหรือบาดแผลใหญ่มาก ทำให้เสียค่ารักษาพยาบาลสูงถึงหลักหมื่นบาท หรือบางกรณีผ่าตัดไส้ติ่งเสียค่าใช้จ่ายสูงถึง 6 หมื่นบาท ถ้าเป็นโรงพยาบาลรัฐจ่ายไม่ถึงหมื่นบาท
“ เมื่อเทียบค่าใช้จ่ายในกรณีเดียวกันระหว่างโรงพยาบาลรัฐกับเอกชนในสิงคโปร์ จะเสียค่าใช้จ่ายแตกต่างกันเพียง 2.4 เท่า แต่ในไทยเข้าโรงพยาบาลเอกชนจะจ่ายสูงถึง 14 เท่า และหากโรงพยาบาลเก็บสูงรัฐก็มีข้อบังคับให้จ่ายคืน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับประชาชน หรือ ในญี่ปุ่นค่าใช้จ่ายเท่ากันทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ไทยก็น่าทำได้เช่นกัน ”
น.ส.สารี กล่าวว่า อยากให้นำระเบียบการจ่ายค่ายา เวชภัณฑ์ และค่ารักษาการแพทย์ ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้กำหนดรวมกับภาคเอกชนแล้ว โดยกำหนดค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลแล้ว2,000 รายการ ก็แปลกใจว่าทำไมภาคเอกชนถึงไม่ยอมรับในข้อเสนอ ทั้งที่การกำหนดครั้งนั้นก็มีส่วนต่างของต้นทุนและกำไรไปแล้ว
น.ส.สารี กล่าวว่า ส่วนที่เอกชนกังวลว่าหากมีการควบคุมราคา เวชภัณฑ์และค่าบริการทางการแพทย์ จะมีผลกระทบต่อราคาหุ้นของโรงพยาบาลเอกชน เท่าที่ศึกษาก่อนหน้านี้ราคาหุ้นบางแห่งเคยต่ำลงถึง 3-3.50 บาท แต่ขณะนี้ราคาหุ้นพุ่งถึง 15 บาท หุ้นมีขึ้นมีลง จึงไม่ถือว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผลประกอบการในตลาดหุ้นลดลง เพราะมีปัจจัยหลายอย่างมากกว่านี้ รวมทั้งมีการให้ข้อมูลเชิงลึกว่ามีโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งให้แพทย์ต้องรักษาคนไข้ โดยให้ทำยอดค่ารักษาพยาบาลให้ได้ตามเป้าหมาย จึงทำให้ค่ารักษาพยาบาลแพงเกินความจำเป็น
“เอกชนจะรอดู หากกระทรวงพาณิชย์ ถอยไม่เดินหน้าหรือการเลื่อนเสนอครม. ตามมติกกร. ในการนำสินค้าเวชภัณฑ์และค่าบริการทางการแพทย์อยู่ในบัญชีควบคุม ก็จะฟ้องศาลปกครอง ม.157 กับอธิบดีกรมการค้าภายในและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ภายใน 2 สัปดาห์จากนี้ ”
นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวภายหลังประชุมหารือกับกระทรวงพาณิชย์ เรื่องแนวทางการรักษาพยาบาล ว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการการควบคุม ยาและเวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นๆ ของสถานพยาบาล เข้ามาอยู่ในบัญชีควบคุม เพราะโรงพยาบาลเอกชนมีมาตรการที่โปร่งใสอยู่แล้ว และที่ผ่านมามีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ควบคุมดูแลอยู่แล้ว มั่นใจได้ว่าการบริการของโรงพยาบาลมีความโปร่งใส