“สถาบัน” ไม่ใช้ - ‘รายย่อย’ เมิน...ฉุด ‘กอง ETF-ไทย’ ไม่ปัง !!!
“ETF” หรือ “Exchange Traded Fund” เป็นกองทุนรวมดัชนี (Index Fund) ที่มีนโยบายการลงทุนตามดัชนีต่างๆ เช่น ตลาดหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ ตราสารหนี้ เป็นต้น โดยต้องการสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของดัชนีมากที่สุด (Passive Management)
แต่ดูเหมือนว่าในปัจจุบันนั้น สภาพคล่องและปริมาณการซื้อขายของกอง ‘ETF-ไทย’ จะไม่ได้โดดเด่นมากนัก เมื่อเทียบกับกอง ‘ETF- ต่างประเทศ’ ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมากจนเป็นกองทุนที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว มีการปริมาณการซื้อขายสูง และลงทุนไปในทุกสินทรัพย์ในปัจจุบัน
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้นำมุมมองของ “ผู้เชี่ยวชาญ” การลงทุนในอุตสาหกรรมกองทุน มาสะท้อนภาพ ‘กอง ETF’ ในไทยทำไมจึงไม่ปังมาแชร์ให้แก่นักลงทุนที่สนใจได้รับรู้กัน
“ETF-ไทย” ที่มีขนาดใหญ่-สภาพคล่องดี…มี ‘ต่างชาติ’ เข้าลงทุน
หากพูดถึงเครื่องมือการลงทุนอย่าง ‘กอง ETF’ แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นหนึ่งในกองทุนที่ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนทั่วโลกเป็นอย่างดี ไม่เพียงเฉพาะในตลาดพัฒนาแล้วเท่านั้น แต่กระจายไปยังทั่วทุกมุมโลกในปัจจุบัน ครอบคลุมไปในทุกประเภทสินทรัพย์หลักๆ ที่มีการลงทุนกันอยู่ในโลกเลยทีเดียว เข้าใจง่าย ประหยัด และช่วยในเรื่องของการกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี
“จึงไม่น่าแปลกใจที่ทางบลจ.เองก็พยายามจะแนะนำโปรดักต์ ‘กอง ETF’ มาเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนไทยเช่นกัน ทั้งบลจ.กรุงไทย, บลจ.เมย์แบงก์ (ปิดไปแล้ว), บลจ.กสิกรไทย, บลจ.ทหารไทย, บลจ.บางกอกแคปปิตอล และบลจ.วรรณ ซึ่งก็มีกอง ETF ที่ลงทุนหลากหลายทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ หรือทองคำ”
แต่ถือเป็น ‘สนามปราบเซียน’ มี ‘กอง ETF’ ที่ต้องปิดตัวไปในช่วงที่ผ่านมา ปัจจุบันมีอยู่ 16 กอง แต่ที่มีขนาดใหญ่และมีปริมาณการซื้อขายอยู่ในเกณฑ์ดีมีเพียง 2 กองเท่านั้น คือ ‘TDEX’ และ ‘BMSCITH’ ซึ่งลงทุนเกาะความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในภาพรวม เวลา ‘ต่างชาติ’ เข้ามาลงทุน ง่ายสุดส่วนหนึ่งก็เข้ามาซื้อ ‘กอง ETF’ ที่เป็นตัวแทนตลาดหุ้นไทยไปเลย ง่ายและสะดวกตามแนวคิดเบื้องหลัง นอกนั้นต้องเรียกว่า…ไม่ปัง!!!
ตัวโปรดักต์ไม่มีปัญหาอะไร แต่บลจ.ที่ทำ ‘กอง ETF’ พบว่าหนึ่งในสาเหตุที่สำคัญ น่าจะมาจาก ‘นักลงทุนสถาบันไทย’ เองก็ไม่เข้ามาใช้ประโยชน์ พอเป็นโปรดักต์ของ ‘บลจ.อื่น’ ก็ไม่เข้ามาใช้ลงทุน แต่ฟากของ ‘บลจ.ที่ไม่ใช้ประโยชน์’ ก็ให้เหตุผลน่าฟังว่า…ถ้า ‘กอง ETF’ มีขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องเพียงพอและตอบโจทย์การลงทุนได้ ก็พร้อมพิจารณาใช้เช่นกัน แต่สภาพที่เป็นอยู่มัน ‘ไม่ใช่’
“แล้วถ้าจะลงทุนใน ‘หุ้นไทย’ เอง ศักยภาพของบลจ.ไทยก็ลงทุนเองได้อยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นอะไรต้องมาลงทุนผ่าน ‘กอง ETF-หุ้นไทย’ เรียกว่า โปรดักต์เองที่ออกมาอาจไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน นี่ก็เป็นการมองต่างมุม”
จนนำมาสู่การปลดล็อกให้ บลจ.สามารถลงทุนในกองทุนของตัวเองได้ ตรงนี้ก็ดูไม่ได้ช่วยให้ ‘สภาพของกอง ETF’ ดีขึ้นกว่าในอดีตแต่ประการใด เพราะสุดท้ายก็คงเพียงเปิดทางให้บลจ.ที่ตั้งกอง ETF ขึ้นมา สามารถลงทุนในกองของตัวเองได้เท่านั้นบลจ.อื่นก็ ‘ยังเมิน’ อยู่นั่นเอง!!!
“สถาบัน” ไม่ใช้… ‘รายย่อย’ เมิน
ด้าน “ดร.สมชัย อมรธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน และลูกค้าสัมพันธ์ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความคิดเห็นว่า กองทุน ETF ในประเทศที่ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างน้อยนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ‘สถาบัน’ ไม่ได้ให้ความสนใจมากนักและ ‘นักลงทุน’ มีความรู้และความเข้าใจตราสารทุนรายตัวค่อนข้างสูง ทำให้ความสนใจในการลงทุนตามอุตสาหกรรมของบริษัทจดทะเบียนหรือตามดัชนีไม่ได้รับความสนใจนัก เมื่อเทียบกับการลงทุนที่คัดเลือก ‘หุ้นรายตัว’ และมองว่าการลงทุนแบบอิงตามอุตสาหกรรมไม่ได้ประสิทธิภาพเท่ากับหุ้นรายตัว จึงทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนตราสารทุนรายตัวมากกว่า
ดร.สมชัย อมรธรรม
“ส่วน ‘กอง ETF-ต่างประเทศ’ ที่ได้รับความสนใจสูงกว่า ‘กอง ETF-ในประเทศ’ มองว่า กอง ETF ต่างประเทศ มีขนาดที่ใหญ่กว่าและจำนวนตราสารทุนที่เยอะกว่า ทำให้นักลงทุนบางรายที่ไม่มีความเข้าใจหลักทรัพย์หรือข้อมูลบริษัทมากนัก จึงหันมาลงทุนในรูปแบบตามอุตสาหกรรมผ่าน ‘กอง ETF’ แทน จึงทำให้กองทุน ETF เติบโตอย่างรวดเร็ว”
ขณะเดียวกันราคาหลักทรัพย์ของตราสารทุนต่างประเทศที่ค่อนข้างสูง ทำให้การจะกระจายการลงทุนให้ครอบคลุมหรือหลักทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ จะต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งที่มากเพียงพอ จึงทำให้การลงทุนรูปแบบกอง ETF ที่ใช้เงินค่อนข้างน้อยกว่าและสามารถกระจายการลงทุนได้ครอบคลุมกว่า ได้รับความสนใจจากนักลงทุนในวงกว้างต่างกับในไทยนั่นเอง
“โดยนักลงทุนที่สนใจจะลงทุนใน ‘กอง ETF’ แนะนำให้เลือกลงทุนใน ‘กอง ETF-ต่างประเทศ’ จะเหมาะสมกว่า เนื่องด้วยจำนวนเงินที่ใช้ค่อนข้างน้อยกว่า ขนาดตลาดที่ใหญ่กว่า การกระจายการลงทุนได้ครอบคลุม ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีกว่า ส่วนการลงทุนตราสารทุนในประเทศ บางโอกาสใช้การลงทุน ‘รายหลักทรัพย์’ จะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า”
ท้ายสุด ‘กอง ETF’ ในไทยเสมือนหนึ่งเจอกับเงื่อนปมที่ยากจะแก้ไขได้ ‘สถาบัน’ ไม่เข้ามาใช้ ‘รายย่อย’ มีทางเลือกใน ‘หุ้นรายตัว’ ที่โบรกมาพร้อมคำแนะนำ ราคาเป้าหมาย การเข้าถึงก็ง่ายไม่ต่างกัน เรียกว่า…สภาพแวดล้อมโดยรวมไม่เอื้อให้ ‘กอง ETF’ ปังในไทยเหมือนในต่างประเทศแต่ประการใด ถือเป็นโจทย์ที่ยังไม่มีใครแก้ได้จวบจนปัจจุบัน