โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ม้าเหล็กไต้หวัน ชนรถบรรทุก ตกราง ผู้โดยสารดับกว่า 50 และยังติดในซากรถอีกกว่า 70 คน

TOJO NEWS

เผยแพร่ 03 เม.ย. 2564 เวลา 05.05 น. • digivalve

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 2 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่นของไต้หวัน เกิดอุบัติเหตุรถไฟโดยสารพุ่งชนรถบรรทุกจนตกราง

โดยรถไฟขบวนนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังเขตไถตง (TAITUNG) ก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุตกรางภายในอุโมงค์ทางตอนเหนือของเมืองฮัวเหลียน เป็นเหตุให้ตู้โดยสารบางตู้กระแทกเข้ากับกำแพงอุโมงค์อย่างจัง

กระทรวงคมนาคมไต้หวันรายงานยอดผู้เสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 50 คน และยังมีผู้โดยสารที่บาดเจ็บสาหัสถูกนำส่งโรงพยาบาลอีกเป็นจำนวนมาก นับเป็นอุบัติเหตุรถไฟชนครั้งเลวร้ายที่สุดของไต้หวันในรอบ 4 ทศวรรษ

รถไฟขบวนนี้มีผู้โดยสารราว 350 คน โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยเหลือผู้โดยสารราวๆ 80-100 คน ออกจากตู้โดยสาร 4 ตู้แรกของขบวนรถ ส่วนตู้โดยสารที่ 5-8 นั้น อยู่ในสภาพพังยับไม่ต่างจากเศษเหล็ก และยังยากที่จะเข้าไปสำรวจภายในได้

สำนักข่าวของไต้หวันรายงานว่า สาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้น่าจะเกิดจาก “รถบรรทุก” ที่ถูกจอดไว้ริมทาง ไหลมาขวางรางในขณะที่รถไฟแล่นมาพอดี

โดยสำนักงานดับเพลิงไต้หวันได้เผยภาพซากรถบรรทุกคันดังกล่าว ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากขบวนรถไฟที่ตกรางมากนัก สื่อโทรทัศน์ท้องถิ่นเผยคลิปสัมภาษณ์ผู้โดยสารชายคนหนึ่งที่ให้ข้อมูลว่า “รถไฟชนเข้ากับรถบรรทุก… รถคันนั้นไหลลงมาขวางราง”

ภาพถ่ายจากจุดเกิดเหตุเผยให้เห็นสภาพของตู้โดยสารภายในอุโมงค์ที่พังยับเยินและฉีกขาดจากแรงกระแทก ส่วนผู้โดยสารที่รอดชีวิต ก็พากันหอบหิ้วสัมภาระออกจากขบวนรถซึ่งอยู่ในสภาพเอียงกะเท่เร่

เหตุสลดนี้เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นวันหยุดเทศกาลเช็งเม้ง ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเดินทางไปทำพิธีเซ่นไหว้และปัดกวาดหลุมศพของบรรพบุรุษทางฝั่งตะวันออกของไต้หวัน

เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 คน บาดเจ็บอีกไม่ต่ำกว่า 40 คน โดยหน่วยกู้ภัยกำลังเร่งช่วยเหลือผู้โดยสารที่ยังติดอยู่ในตัวตู้โดยสาร อีกราวๆ 70 คน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...