โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การขนส่งเพื่อความยั่งยืน "สแกนเนีย" มุ่งลดคาร์บอน 50%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 มี.ค. 2564 เวลา 01.21 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. 2564 เวลา 01.21 น.

จริง ๆ แล้วเรื่องของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกี่ยวข้องกับการสร้างความยั่งยืนหลายประการด้วยกัน ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่าแต่ละบริษัทจะบริหารจัดการอย่างไร แต่สำหรับบริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์

ทั้งยังเกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยตรง จึงมีความคิดหลัก 3 ประการในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบการขนส่งที่ยั่งยืน (driving the shift towards a sustainable transport system) แม้สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกยังคงส่งผลกระทบธุรกิจอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างต่อเนื่อง แต่เป้าหมายด้านความยั่งยืนยังคงเดินหน้าต่อไป

“โจฮัน คลาสัน” ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดและหัวหน้างานด้านความยั่งยืน บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด บอกว่า ในปี 2564 คาดว่าจะเป็นปีที่ยากลำบากของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยต่อเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 แต่สแกนเนียผู้ผลิตรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่จากสวีเดนยังคงไม่ทิ้งเป้าหมายที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงสู่ระบบการขนส่งที่ยั่งยืน

ด้วยผลิตภัณฑ์ งานบริการ และเทคโนโลยีที่มีความพร้อมสำหรับธุรกิจลูกค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชนของประเทศไทย ด้วยการนำหลักการขนส่งที่ยั่งยืน 3 ประการมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งในระดับต่าง ๆ ได้แก่

หนึ่ง ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (energy efficiency) ซึ่งหมายถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ช่วยทำให้ใช้พลังงานน้ำมันสำหรับการเผาไหม้น้อยลง เมื่อเผาไหม้น้อยลงก็ปล่อยมลพิษน้อยลงไปด้วย แน่นอนว่าต้นทุนขนส่งลดลงไปด้วย ทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มผลกำไรให้ธุรกิจไปพร้อมกัน

สอง เชื้อทางเลือก และพลังงานไฟฟ้า (alternative fuels and electrification) โดยการพัฒนาการรองรับพลังงานทางเลือก และรถพลังงานไฟฟ้า ซึ่งแน่นอนว่าสามารถลดปริมาณการปล่อยมลพิษได้อย่างชัดเจน

สาม การขนส่งที่ชาญฉลาดและปลอดภัย (smart and safe transport) โดยสแกนเนียพัฒนาระบบการขนส่งอัจฉริยะและปลอดภัย เพราะนักขับคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในธุรกิจขนส่ง ระบบอัจฉริยะที่ช่วยให้ขับขี่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากจะช่วยลดอุบัติเหตุบนสังคมท้องถนนแล้ว ยังช่วยบริหารธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ซึ่งทั้ง 3 หลักการด้านการขนส่ง จะสามารถช่วยให้ระบบขนส่งของเราสะอาดปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“โจฮัน คลาสัน” กล่าวต่อว่า ตามความตกลงปารีส ปี 2559 มีหลายประเทศได้ร่วมลงนามกับองค์การสหประชาชาติเกี่ยวกับความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ทำให้สแกนเนียมุ่งมั่นอย่างมากที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนให้ทุกคนจริงจังกับความยั่งยืน เพราะไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไป สภาพอากาศที่ร้อนขึ้น ฝุ่น PM 2.5 รวมถึงการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก และภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลก ล้วนเกี่ยวข้องกับวิกฤตทางธรรมชาติ

“จุดประสงค์ของสแกนเนียคือการผลักดันการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบการขนส่งที่ยั่งยืนมากขึ้น ไม่ว่าเราจะอยู่ในยุโรป หรือไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใดในโลกก็ตาม และมากกว่าร้อยละ 25 ของไอเสีย คาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดมาจากอุตสาหกรรมการจราจร และระบบการจราจรขนส่งทางบก โดยเรามุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา”

ดังนั้น เพื่อเข้าสู่ระบบการขนส่งที่ยั่งยืนในแต่ละปี สแกนเนียจึงใช้งบประมาณจำนวนมากในการวิจัย และพัฒนาเพื่อความยั่งยืน พร้อมกับเพิ่มศักยภาพธุรกิจขนส่งให้กับลูกค้า แม้ในสถานการณ์โควิด-19 จะมีความรุนแรงต่อเนื่องยาวนาน แต่การดำเนินงานสู่ระบบการขนส่งที่ยั่งยืนยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง

โดยความร่วมมือ และทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อคงความเป็นผู้นำด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสนับสนุนให้ลูกค้าของเราสามารถสร้างความแตกต่าง ด้วยการทำตลาด และให้บริการไปพร้อมกับธุรกิจที่ยั่งยืนโดยการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของสแกนเนีย

นอกจากนั้น “โจฮัน คลาสัน” ยังบอกอีกว่า การขนส่งที่ยั่งยืนสามารถเพิ่มมูลค่า และโอกาสให้กับผู้ประกอบการขนส่งได้ พร้อมกับการลดมลพิษจากที่ปัจจุบันการตั้งเป้าหมายการลดมลพิษเพื่อความยั่งยืน เป็นเรื่องที่บริษัทชั้นนำหลาย ๆ บริษัทมีอยู่ในแผนพื้นฐานทางธุรกิจ และสแกนเนียมีผลิตภัณฑ์ การบริการที่พร้อมจะตอบโจทย์เหล่านั้นได้ พูดง่าย ๆ ว่าเรามีรถที่ตอบโจทย์ธุรกิจขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเรามีงานบริการที่มีคุณภาพ และระบบที่ช่วยวิเคราะห์เพื่อพัฒนาการขนส่งให้มีความยั่งยืนมากขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อปี 2563 ผ่านมา สแกนเนียเปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้าเต็มรูปแบบ สามารถเดินทางได้ไกลสูงสุดถึง 250 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และรถบรรทุกไฮบริด นอกจากนี้ยังเปิดตัวเครื่องยนต์ V8 ใหม่ ที่พัฒนาให้มีกำลังสูงขึ้น แต่ปล่อยมลพิษน้อยลงในตลาดยุโรปและอเมริกาใต้ แสดงให้เห็นว่าแม้ต้องประสบกับวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 แต่สแกนเนียไม่หยุดการพัฒนาด้านการขนส่งที่ยั่งยืน

เพราะประเทศไทยมีทรัพยากรที่ดีสำหรับผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างไบโอดีเซล เนื่องจากเป็นประเทศเกษตรกรรม และในปีเดียวกันสแกนเนียยังบรรลุการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับเป้าหมายของข้อตกลงปารีส (science based targets initiative (SBTi) ได้สำเร็จ

ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวคือการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนจากภายในองค์กรลงให้ถึงร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับปริมาณการปล่อยคาร์บอนในปี พ.ศ. 2558

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...