โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การปลูกฝรั่งกิมจูแบบเกษตรอินทรีย์

รักบ้านเกิด

อัพเดต 25 ต.ค. 2562 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2562 เวลา 08.30 น. • รักบ้านเกิด.คอม

ฝรั่งกิมจู มีเปลือกบาง รสชาติหวาน กรอบอร่อย เป็นสายพันธุ์ฝรั่งที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมรับประทานกันในปัจจุบัน บางครั้งการปลูกฝรั่งในรูปแบบของการใช้เคมีทั่วไปอาจจะมีสารพิษตกค้างซึ่งไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากนัก อีกทั้งยังใช้ต้นทุนในการผลิตที่สูง แต่ทว่าการปลูกฝรั่งแบบเกษตรอินทรีย์ยังคงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพซึ่งมีความมั่นใจว่าจะปลอดภัยจากสารพิษ 100% อีกทั้งในกระบวนการผลิตจะใช้ต้นทุนไม่สูงมากนักและยังให้ผลผลิตได้ดีตลอดทั้งปีโดยปราศจากการใช้เคมีใดๆ

นายอดุลย์ โคลนพันธ์ เครือข่ายเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดและเกษตรกรผู้ผลิตข้าวอินทรีย์และพืชอินทรีย์แบบผสมผสาน บ้านเจริญสามัคคี ม.2 ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ให้สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด กล่าวถึงกระบวนการทำเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสานบนพื้นที่ 7 ไร่ ซึ่งอยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำห้วยโพธิ์ในโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กเพื่อการเกษตรของกรมชลประทาน โดยคุณอดุลย์ได้จัดสรรพื้นที่แบ่งเป็นการทำนา 2 ไร่ ปลูกพืชผัก-ผลไม้ 4 ไร่ ที่อยู่อาศัยและการเลี้ยงสัตว์ 1 ไร่ มีรายได้ส่วนใหญ่มาจากการจำหน่ายพืชผักสวนครัว มะละกอ และฝรั่งกิมจูที่ปลูกสลับกันกับไม้ผลชนิดอื่นๆกว่า 700 ต้น โดยในทุกขั้นตอนการผลิตจะเป็นรูปแบบของเกษตรอินทรีย์ 100% และคุณอดุลย์ยังให้คำแนะนำขั้นตอนวิธีการปลูกฝรั่งกิมจูแบบเกษตรกรอินทรีย์ที่ให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ดังนี้

การเตรียมดินและการปลูก : ทำการไถตากดินทิ้งไว้ 7 วัน แล้วไถพรวนดินรองพื้นด้วยมูลไก่แกลบที่ผ่านกระบวนการหมักและย่อยสลายดีแล้ว อัตรา 500 กก./ไร่ ทำการปลูกด้วยระยะห่าง 3x3 เมตร หรือขนาดของพื้นที่ปลูกตามความเหมาะสม โดยขุดหลุมปลูกด้วยกิ่งพันธุ์ที่ได้จากการตอน กลบดินให้แน่นพอควร ใช้ไม้ปักเป็นหลักผูกป้องกันลมโยกและรดน้ำทันที
การให้น้ำ : ใช้ระบบการให้น้ำแบบสปริงเกอร์ อย่างน้อย 2-3 วัน/ครั้ง เพื่อกระจายน้ำและสร้างความชุ่มชื้นในดินได้อย่างทั่วถึง
การให้ปุ๋ยทางดิน : ใช้ปุ๋ยหมัก(มูลไก่แกลบ 70% ,แร่ฟอสเฟต 15% ,ปูนโดโลไมท์ 15%) ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำไปโรยบริเวณรอบๆโคนต้นและทรงพุ่ม อัตรา 10 กก./ต้น แล้วพรวนดินกลบ(ก่อนใส่ปุ๋ยให้กำจัดหญ้าวัชพืชออกให้หมด) โดยทิ้งระยะห่างในการใส่ปุ๋ย 3 เดือน/ครั้ง
การให้ปุ๋ยทางใบ : ใช้น้ำหมักชีวภาพจากผลฝรั่ง อัตรา 1 ลิตร/ไร่ ปล่อยไปกับระบบการให้น้ำแบบสปริงเกอร์ 1 ครั้ง/เดือน
(สูตรการทำน้ำหมักชีวภาพ : สับหรือหั่นผลฝรั่งให้เป็นชิ้นเล็กๆ 3 กก. คลุกเคล้ากับกากน้ำตาล 1 กก.หมักทิ้งไว้ 1 เดือน ก่อนนำไปใช้งาน)
การกำจัดวัชพืช : ใช้วิธีการถอนหรือดายหญ้าแทนการใช้สารเคมีกำจัด แล้วนำหญ้าที่ได้ไปคลุมบริเวณโคนต้นฝรั่งเพื่อรักษาความชื้นในดิน

ศัตรูของฝรั่งและวิธีการป้องกัน :
หนอนแมลงวันทองเจาะผล : ป้องกันได้โดยนำถุงพลาสติกไปห่อผลฝรั่งไว้ในช่วงที่เริ่มติดผลขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว ซึ่งวิธีนี้จะช่วยตัดวงจรชีวิตของแมลงวันทองไม่ให้แพร่ขยายพันธุ์ต่อไป หรือหากพบการระบาดแล้วให้เก็บผลฝรั่งไปทำเป็นน้ำหมักชีวภาพเพื่อนำกลับมาบำรุงต้นฝรั่งต่อไป
เพลี้ยแป้ง : มักจะระบาดในช่วงที่สภาพอากาศมีความแห้งแล้ง ป้องกันและขับไล่ได้โดยการเปิดน้ำสปริงเกอร์ฉีดพ่นไปจนกว่าจะไม่พบการระบาด
การเก็บผลผลิต : ฝรั่งจะเริ่มเก็บผลผลิตได้ภายหลังจากที่เริ่มห่อผลแล้วประมาณ 45 วัน ขนาดของผลผลิตที่ได้เฉลี่ย 2 ผล/กิโลกรัม มีเปลือกบาง รสชาติหวานอมเปรี้ยว กรอบ อร่อย และสามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดทั้งปี อย่างน้อย 5-7 วัน/ครั้ง
การตัดแต่งกิ่ง : ทำการตัดแต่งยอดหรือกิ่งกระโดงออกภายหลังจากเก็บผลผลิต เพื่อให้ต้นฝรั่งแตกยอดใหม่พร้อมติดดอกออกผลต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...