โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ศาสนาคริสต์” กับ “ชาวเวียดนาม” ในจังหวัดนครพนม   และ “โบสถ์นักบุญอันนา” ที่สวยงาม

77kaoded

เผยแพร่ 06 พ.ย. 2562 เวลา 09.18 น. • 77 ข่าวเด็ด

https://youtu.be/vZ5HorKLiWs

 

นครพนม - จังหวัดนครพนม ประมาณ พ.ศ.2418  มีชาวเวียดนามอพยพเข้ามาพำนักอยู่มากพอสมควร เพราะเป็นจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับอินโดจีน จึงมีกลุ่มชาวเวียดนามเข้ามาอยู่กระจัดกระจายในหลายพื้นที่ ส่วนมากจะพักอาศัยอยู่ในชุมชนหนองแสง เขตเทศบาลเมืองนครพนม โดยส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์  นิกายคาทอลิค

ต่อมาปี พ.ศ.2419-20  ฝรั่งเศสนักล่าอาณานิคมเข้าปราบปรามชาวเวียดนามอย่างหนัก โดยยัดเยียดข้อหาต่างๆนาๆ สมาชิกของขบวนการและชาวเวียดนามอีกกลุ่ม จึงถอยร่นข้ามเทือกเขาอันนัม ที่มีความยาวประมาณ 1,100 กิโลเมตร (680 ไมล์) ซึ่งเป็นชายแดนตลอดแนวทิศตะวันตกของประเทศเวียดนามเชื่อมต่อกับลาวและทางตอนเหนือของกัมพูชา ซึ่งเทือกเขานี้มีชื่อเรียกในภาษาเวียดนามว่า “เจื่องเซิน”และ "ภูหลวง"ในภาษาลาว ก่อนจะข้ามแม่น้ำโขงมายังประเทศไทย โดยพำนักที่บ้านโพนบก(ชุมชนโพนบก) เขตเทศบาลเมืองนครพนม บ้านนาจอก และบ้านดอนโมง ต.หนองญาติ จ.นครพนม แต่ยังมีบางส่วนปักหลักอาศัยอยู่ที่เมืองท่าแขก ประเทศลาว

กระทั่งปี พ.ศ.2489 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีเครื่องบินไฟร์(Spitfire) ของฝรั่งเศส จำนวน 2 ลำ เหาะมาทิ้งระเบิดลงในเมืองท่าแขก ขณะที่ทางภาคพื้นดินก็มีกองกำลังติดอาวุธบุกเข้าไปในเมืองท่าแขก ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นอย่างมาก ชาวเวียดนามจำนวนมากที่อยู่ในลาวต้องอพยพหนีภัยสงคราม และมาตั้งหลักแหล่งในประเทศไทย ซึ่งชาวเวียดนามรุ่นนี้ ทางการไทยเรียกว่า“ญวนอพยพ” ส่วนมากจะพำนักในตัวเมืองจังหวัดนครพนม อีกบางส่วนก็กระจายไปอยู่บ้านดอนโมง บ้านนาจอก และชุมชนหนองแสง สร้างเป็นครอบครัวใหญ่จนถึงปัจจุบัน โดยชาวเวียดนามทั้งรุ่นแรกถึงรุ่นสุดท้ายกว่า 90 % นับถือศาสนาคริสต์

ตามประวัติระบุว่าศาสนาคริสต์  เข้ามาเผยแพร่ในเขตจังหวัดนครพนม   เมื่อปี   พ.ศ.2418  ซึ่งมาพร้อมๆกับชาวเวียดนามรุ่นแรกที่มาตั้งรกรากอยู่ในนครพนม และปี 2450 จึงได้สร้างโบสถ์หลังแรกไว้ถือศิลล้างบาปอย่างถาวรอยู่ที่บ้านคำเกิ้ม ต.อาจสามารถ  ต่อมาปี 2452 ก็สร้างโบสถ์แห่งที่สองขึ้นที่ชุมชนหนองแสง ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ชื่อว่าโบสถ์วัดนักบุญอันนา ซึ่งตัวอาคารมีสถาปัตยกรรมแบบโคโรเนียลก่อด้วยอิฐปูน ภายนอกสีเหลืองสวยงาม การก่อสร้างใช้วัสดุบางอย่างนำเข้ามาจากเมืองไซ่ง่อน ประเทศเวียดนาม ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา โดยมีบาทหลวงเอดัวร์ นำลาภ เป็นอธิการโบสถ์

ต่อมาเกิดกรณีพิพาทอินโดจีน  โบสถ์วัดนักบุญอันนาถูกฝรั่งเศสทิ้งระเบิดบอมบ์เมืองนครพนม ทำให้โบสถ์พังเสียหายจนไม่สามารถใช้ประกอบพิธีได้ ปี พ.ศ.2469 จึงมีการสร้างโบสถ์หลังใหม่เพื่อใช้ประกอบพิธีทางศาสนาของชาวคริสต์สืบต่อมา ซึ่งตัวอาคารโบสถ์หลังใหม่ลักษณะเป็นโบสถ์แฝด มีสะพานเชื่อมระหว่างกลางสามารถเดินข้ามได้ มีโดมทรงแหลมสูง โบสถ์แฝดหลังนี้จึงเป็นศูนย์กลางของคริสต์ศาสนิกชนในเขตเทศบาลเมืองนครพนม โดยเฉพาะชาวชุมชนตำบลหนองแสง ส่วนโบสถ์หลังเก่าที่ถูกระเบิดถล่ม ได้รับการบูรณะซ่อมแซมและจัดตั้งเป็นมูลนิธิบาทหลวง เอดัวร์นำลาภจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันโบสถ์วัดนักบุญอันนา ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่มีคนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่รวมกัน เช่น ชาวญวน ไทย จีน และลาว เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีโบสถ์ชาวคริตส์ กระจายอยู่อีกหลายชุมชน ในหลายอำเภอเช่น บ้านเชียงยืน บ้านปากทวย ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน บ้านนามน บ้านสุขเจริญ ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง ฯลฯ เป็นต้น

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...