โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บั้งไฟพญานาค” กับ “เม็ดเงินท่องเที่ยว” ที่พญานาคบันดาลให้

Businesstoday

เผยแพร่ 14 ต.ค. 2562 เวลา 07.35 น. • Businesstoday

“บั้งไฟพญานาค” กับตำนานความเชื่อว่า พญานาคที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง พ่นบั้งไฟเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในช่วงออกพรรษา 

แต่ละปีจะมีลูกไฟขนาดเท่าหัวแม่มือจนถึงขนาดเท่าไข่ไก้  สีชมพูอมแดง  ไม่มีเสียง  ไม่มีกลิ่น และไม่มีควัน  พุ่งจากท้องแม่น้ำโขงขึ้นสู่อากาศ แล้วค่อยๆ หายไปไป  ตั้งแต่หลังพระอาทิตย์ตกดิน ในเขตจ.หนองคาย  ไล่มาตามริมแม่น้ำโขง  ตั้งแต่ อ.โพนพิสัย  อ.ปากคาด  อ.รัตนาวาปี  อ.เมือง  อ.ศรีเชียงใหม่ อ.สังคม  รวมถึงจ.บึงกาฬ

ความเชื่อเรื่อง “พญานาค” อยู่คู่กับคนริมน้ำโขงมาอย่างยาวนาน  ในขณะที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าการบูชา“พญานาค” จะช่วยบันดาลเรื่องโชคลาภ ความสำเร็จและเงินทอง  ส่วนในความเป็นจริงอันนี้คงต้องแล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล  แต่ที่แน่ๆ ช่วงออกพรรษาของทุกปี  พญานาคจะบันดาลรายได้ท่องเที่ยวให้กับคนตามริมแม่น้ำโขงอย่างแน่นอน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
>> แห่ชมบั้งไฟพญานาค 3 หมู่บ้านริมโขงอุบลราชธานี>> หนองคาย เตรียมรับนักท่องเที่ยวชมบั้งไฟพญานาค

พญานาคพ่นบั้งไฟกับรายได้ ให้คนหนองคาย

ปีนี้วันออกพรรษาตรงกับวันอาทิตย์ 13 ต.ค. แต่จังหวัดหนองคายจัดงาน “ประเพณีออกพรรษาบั้งไฟพญานาคโลก” ตั้งแต่ 8 – 21 ต.ค. โดยกระจายกิจกรรมไปทั้ง 5 อำเภอ  โดย นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมปรากฎการณ์ “บั้งไฟพญานาค” ถึง 3 แสนคน  และคาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

จุดชมบั้งไฟพญานาค อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

หากย้อนกลับไปดูปรากฎการณ์ “บั้งไฟพญานาค” ในปีที่ผ่านๆ มา จะพบว่าที่พักทั้งโรงแรม  เกสท์เฮ้าส์  อพาทเมนต์เซอร์วิส  ในพื้นที่ถูกจองเต็ม 100% โดยเฉพาะที่พักซึ่งอยู่ติดริมน้ำโขง  หรือแม้แต่ที่กองร้อย อส.จ.หนองคาย  ก็มักจะมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการพักแรม  ทำให้ ต้องจัดจุดกางเต้นท์  ห้องน้ำ ห้องทำอาหาร และจุดจอดรถไว้รับนักท่องเที่ยว  ซึ่งรับได้ประมาณ 500 คนในทุกๆ ปี

หรือกรณีภาพยนตร์เรื่อง “นาคี2” ซึ่งเมื่อปี 2561  ภาพยนตร์เข้าฉายช่วงเทศกาลออกพรรษาพอดี ทำให้กระแสบั้งไฟพญานาคและกระแสของภาพยนตร์มาได้ถูกจังหวะ  ถูกเวลา  บวกกับความเชื่อและศรัทธาที่คุ้นเคยของคนไทย  ยิ่งหนุนให้ภาพยนตร์สามารถกวาดรายได้ทะลุ 400 ล้านบาท

ภาพยนตร์เรื่อง

พลังศรัทธาพ่อปู่ศรีสุทโธ ที่หลั่งไหลมาสู่ “คำชะโนด”

นอกจากริมน้ำโขง จ.หนองคาย อีกจุดหนึ่งที่กล่าวถึง “พญานาค” แล้วจะไม่เอ่ยถึงไม่ได้ก็คือ “คำชะโนด” จ.อุดรธานี  ดินแดนลี้ลับที่นอกจากเรื่อง “ผีจ้างหนัง” แล้ว  ตำนานพญานาคพ่อปู่ศรีสุทธโธนาคราช  และแม่ย่าศรีปทุมมา  แห่งวังนาคินทร์คำชะโนด  ก็ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเดินทางมาเยี่ยมเยือน

คำชะโนด จ.อุดรธานี

จากข้อมูลของ ททท. พบว่า “คำชะโนด” กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับ 1 ของอีสานตลอดทั้งปี 61  มีนักท่องเที่ยวมาเยือนถึง 2.5 ล้านคน  โดยเฉพาะวันหยุดจะมีนักเที่ยวเฉลี่ยถึงวันละ 12,000 คน  ส่วนวันธรรมดาเฉลี่ย 5,000 คน

หากนับเฉพาะตู้บริจาคซึ่งอยู่ตามจุดต่างๆ  เพื่อนำเงินบริจาคไปดูแลสถานที่ไว้รับนักท่องเที่ยว  แม้เฉลี่ยยอดบริจาคต่อคนจะอยู่ที่ 20 บาท  แต่หากรวมเงินบริจาคต่อวันจะมีรายได้ถึงวันละ
100,000 บาท 
แต่หากเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์หรือนักขัตฤกษ์จะมีเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าประมาณ
200,000 บาท  ซึ่งรายได้ดังกล่าวจะมีคณะกรรมบริหาร  และรายงานให้ประชาชนรับทราบ

ส่วนในปีนี้
(2562) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนคำชะโนดทั้งปี  ประมาณ 3 ล้านคน  และการใช้จ่ายต่อคนจะตกประมาณ 1,000 บาท  นั่นเท่ากับว่าทั้งปีจะมีเงินสะพัดเฉพาะที่คำชะโนดอย่างเดียวถึง
3 พันล้านบาท 
ซึ่งเงินจำนวนนี้จะกระจายไปถึงชาวบ้านในส่วน

ต่างๆ
ทั้งพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายของ  จุดขายดอกไม้ธูปเทียน  วัตถุมงคลหรือของขลัง  และพ่อค้าแม่ค้าที่ขายล๊อตเตอร์รี่  สำหรับคนที่มาขอโชคจากพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา

นี่ยังไม่นับรวมเงินที่จะกระจายไปยังกลุ่มชาวบ้านผ่านการจ้างงาน  เพื่อมาดูแลความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว  ทั้งเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร  คนทำความสะอาดสถานที่  หรือคนที่คอยบริการนักเที่ยว  หรือการใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการเดินทางท่องเที่ยวตามจุดอื่นๆ ในจังหวัดอุดรธานี

ตำนาน "บั้งไฟพญานาค"

บั้งไฟพญานาค หรือก่อนปี พ.ศ. 2529 เรียก บั้งไฟผี เป็นปรากฏการณ์ที่กล่าวกันว่าเห็นที่แม่น้ำโขง ลักษณะเป็นลูกกลมเรืองแสงลอยขึ้นจากน้ำขึ้นไปในอากาศ จำนวนลูกไฟมีรายงานระหว่างหลายสิบถึงหลายพันลูกต่อคืน บั้งไฟพญานาคเกิดช่วงวันออกพรรษาทุกปี

ตามพุทธประวัติความเป็นมาเมื่อครั้นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ เจ้าได้ตรัสรู้ พระองค์ได้เสด็จเผยแพร่พระศาสนาไปทั่วชมพูทวีป พญานาคีได้เกิดความเลื่อมใสและศรัทธายิ่ง จึงได้จำแลงกายเป็นบุรุษเพื่อขอบวชเป็นสาวก ค่ำคืนหนึ่งพญานาคีได้เผลอหลับไหลไปและคืนร่างเดิม

พระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องจึงขอให้ลาสิกขา เนื่องจากเป็นเดรัจฉานจะบวชเป็นภิกษุมิได้ พญานาคีจึงยอมทำตามคำขอแต่ขอว่ากุลบุตรทั้งปวงที่จะบวชให้เรียกขานว่า ''นาค'' เพื่อเป็นศักดิ์ศรีของพญานาคก่อนเข้าโบสถ์

จากนั้นเป็นต้นมาจึงเรียกขานกุลบุตรทั้งหลายที่จะบวชว่า ''พ่อนาค'' ต่อมาเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากเสด็จไปโปรดพุทธมารดาเป็นเวลา 3 เดือน เมื่อกลับสู่โลกมนุษย์ เหล่าบรรดาพญานาคี นาคเทวี พร้อมทั้งเหล่าบริวารจัดทำเครื่องบูชาและพ่นบั้งไฟถวาย ซึ่งต่อมาชาวบ้านเรียกว่า ''บั้งไฟพญานาค''

ลักษณะบั้งไฟพญานาคเป็นดวงไฟขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือจนถึงขนาดเท่าไข่ห่านหรือผลส้ม มีสีแดงอมชมพูออกสีบานเย็น หรือสีแดงทับทิม ไม่มีควัน ไม่มีเขม่า ไม่มีเปลว ไม่มีเสียง ไม่มีกลิ่น จะเริ่มปรากฏจากเหนือผิวน้ำ ตั้งแต่ระดับ 1–30 เมตร พุ่งสูงขึ้นไปประมาณระดับ 50–150 เมตร เป็นเวลาประมาณ 5–10 วินาที แล้วจะดับหายวับไปในอากาศ ทั้งที่ดวงไฟยังโตอยู่ มิได้หรี่เล็กลงแล้วค่อย ๆ ดับ และไม่มีลักษณะโค้งตกลงมาเหมือนดอกไม้ไฟ

งานวิจัยวิทยาศาสตร์ของไทยหลายฉบับสรุปว่า บั้งไฟพญานาค คือ ก๊าซมีเทน-ไนโตรเจนเกิดจากแบคทีเรียที่ความลึก 4.55–13.40 เมตร อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ปริมาณออกซิเจนน้อย ในวันที่เกิดปรากฏการณ์มีแดดส่องช่วงประมาณ 10, 13 และ 16 นาฬิกา มีอุณหภูมิมากกว่า 26 องศาเซลเซียสทำให้มีความร้อนมากพอย่อยสลายสารอินทรีย์ และจะมีก๊าซมีเทนจากการหมัก 3–4 ชั่วโมง มากพอให้เกิดความดันก๊าชในผิวทรายทำให้ก๊าซจะหลุดออกมาและพุ่งขึ้นเมื่อโผล่พ้นน้ำ ฟองก๊าซที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำบางส่วนจะฟุ้งกระจายออกไป ส่วนแกนในของก๊าซขนาดเท่าหัวแม่มือจะพุ่งขึ้นสูงกระทบกับออกซิเจน รวมกับอุณหภูมิที่ลดต่ำลงยามกลางคืนทำให้เกิดการสันดาปอย่างรวดเร็วจนติดไฟได้

*ที่มา *
>> ตำนานบั้งไฟพญานาค
>> บั้งไฟพญานาค

ทั้งหมดนี้เป็นรายได้ที่เกิดจากความศรัทธาและความเชื่อเรื่องพญานาคที่อยู่คู่กับคนไทย  ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต  และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของภาคการท่องเที่ยว  ทำให้เงินกระจายไปยังส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  สร้างรายได้กับคนในพื้นที่  ส่วนความเชื่อเรื่องการมีอยู่จริงหรือไม่ของพญานาคคงอยู่ความเชื่อของแต่ละบุคคล  แต่ที่แน่ๆ พญานาคแห่งลำน้ำโขง  และวังนาคินทร์คำชะโนด  ก็ด้วยดลบันดาลรายได้ด้านท่องเที่ยวในกับคนในพื้นที่อย่างแน่นอน

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
*>> ท่องเที่ยวไทยยังน่าห่วง ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการลด *
*>> ก.ท่องเที่ยวฯ มั่นใจนักท่องเที่ยวปี 62 แตะ 40 ล้านคน *

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...