โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“หญ้าหวายข้อ” ใช้เลี้ยงสัตว์ ปลูกง่าย รายได้ดี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 19 ส.ค. 2565 เวลา 04.11 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2565 เวลา 10.00 น.

จุดเริ่มต้น หญ้าหวายข้อ ณ ตำบลนาหมื่นศรี

คุณนิคม เสนี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 บ้านนาจิก ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เกษตรกรผู้ปลูกหญ้าหวายข้อ เล่าว่า เมื่อปี 2547 จุดเริ่มต้นของการปลูกหญ้าหวายข้อนั้นเริ่มจาก คุณวีรศักดิ์ ดำชุม หรือ น้าลา เกษตรกรหมู่ที่ 6 บ้านหัวเขา ตำบลนาหมื่นศรี เป็นผู้นำพันธุ์หญ้าหวายข้อจากจังหวัดกระบี่เข้ามาปลูกในพื้นที่ตำบลนาหมื่นศรีเป็นคนแรก และได้แบ่งพันธุ์ให้เกษตรกรที่สนใจนำไปขยายพันธุ์ปลูกเพื่อเลี้ยงสัตว์และจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้เลี้ยงวัวชนมาจนถึงปัจจุบัน

คุณนิคม กล่าวว่า นอกจากงานประจำแล้ว ตนเองและภรรยาทำสวนยางพารา ทำนาปี ปลูกผักสวนครัว และสนใจทำอาชีพเสริมหารายได้เพิ่มให้แก่ครอบครัว โดยปลูกหญ้าหวายข้อมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ซึ่งเช่าพื้นที่ประมาณกว่า 1 ไร่ นำพันธุ์หญ้าหวายข้อมาปลูก เนื่องจากปลูกง่าย รายได้ดี ปลูกครั้งเดียวสามารถตัดขายได้ ทุก 40 วัน หมุนเวียนตลอดทั้งปี หลังจากตัดแล้วหมั่นดูแลกำจัดวัชพืช เน้นการบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพที่ทำใช้เอง ร่วมกับการใส่ปุ๋ยเคมีเพียงครั้งเดียวต่อรอบ ให้น้ำโดยวางระบบแบบสปริงเกลอร์วันละครั้ง หลังจากตัดหญ้าขายแล้วใช้เวลาประมาณ 18 วัน หญ้าจะงอกมาใหม่

ทั้งนี้ “หญ้าหวายข้อ” เป็นพันธุ์หญ้าที่มีโปรตีนสูง วัวชนและวัวพื้นบ้านชอบกิน เป็นที่ต้องการของตลาด โดยลูกค้าจะเหมาซื้อเป็นล็อก ขนาดล็อกกว้าง 5 เมตร ยาว 60 เมตร ในช่วงฤดูแล้ง ขายราคาล็อกละ 1,200-1,500 บาท ในช่วงฤดูฝน ขายราคาล็อกละ 1,000 บาท ลูกค้าจะเข้ามาตัดหญ้าเองเมื่อครบกำหนดวันตัด

วิธีการปลูกหญ้าหวายข้อ

หญ้าหวายข้อ ชอบดินพรุ น้ำแฉะ ถ้าปลูกบนโคกต้องมีระบบให้น้ำ

  • เริ่มจากการเตรียมพื้นที่

ใช้วิธีปิดหน้าดิน โดยตัดหญ้าในแปลงให้ผงแล้วปิดหน้าดินไว้ (หลักการ คือเมล็ดพืชทุกชนิดจะงอกเมื่อมีแสงแดดและอุณหภูมิที่เหมาะสม ถ้าแสงแดดและอุณหภูมิไม่เหมาะสม เมล็ดก็จะไม่งอก) หลังจากนั้น พ่นสารเคมีกำจัดวัชพืช ทิ้งไว้จนหญ้าแห้งแล้วทำการเผา ซึ่งความร้อนจะทำให้เมล็ดหญ้างอก เมื่อเมล็ดเริ่มงอกให้หว่านปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) ประมาณ 10 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อเร่งการเจริญเติบโต หลังจากนั้น พ่นสารเคมีกำจัดวัชพืชทิ้งไว้จนหญ้าแห้งแล้วทำการเผาซ้ำ เป็นการกำจัดวัชพืชสำหรับการปลูกหญ้าในปีแรก หลังจากนั้น เตรียมดินให้ละเอียดร่วนซุย

  • ขั้นตอนการปลูก

นำพันธุ์หญ้าสับเป็นท่อน ยาวประมาณ 1 คืบ ฉีดน้ำให้ชุ่ม บ่มทิ้งไว้ในร่ม 7-10 วัน เพื่อให้รากมันงอก แล้วนำไปโปรยลงในแปลงปลูก ไถกลบด้วยจอบหมุนเพื่อให้รากจมลงไปในดิน

  • การให้น้ำ

โดยทั่วไปหญ้าหวายข้อจะทนแล้งได้ดีมาก เกษตรกรมักปล่อยให้เติบโตด้วยการอาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติเป็นหลัก ในช่วงฤดูแล้งให้น้ำโดยวางระบบแบบสปริงเกลอร์กระจายน้ำทั่วทั้งแปลงวันละครั้ง ช่วงฤดูฝนไม่ต้องให้น้ำเนื่องจากอาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติ

  • การใส่ปุ๋ย

– เมื่อปลูกครั้งแรก ใส่ปุ๋ยหมัก 50 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับใส่ปุ๋ยเคมี โดยปุ๋ยเคมีแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือ

ครั้งที่ 1 เมื่อหญ้าเริ่มงอกอายุได้ 15 วัน ให้หว่านปุ๋ยสูตร 18-4-5 ปริมาณ 25 กิโลกรัมต่อไร่ และปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) ปริมาณ 25 กิโลกรัมต่อไร่

ครั้งที่ 2 ก่อนตัดหญ้าขาย 15 วัน ให้หว่านปุ๋ยสูตร 18-4-5 ปริมาณ 25 กิโลกรัมต่อไร่ และปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) ปริมาณ 25 กิโลกรัมต่อไร่

– หลังจากตัดหญ้ารุ่นแรกแล้ว รอหญ้ารุ่นที่ 2 ให้สังเกตหญ้าเริ่มแตกตายาว 10-15 เซนติเมตร หรืออายุประมาณ 10 วัน หว่านปุ๋ยหมัก 50 กิโลกรัมต่อไร่ และหว่านปุ๋ยสูตร 18-4-5 ปริมาณ 50 กิโลกรัม ต่อไร่ และปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) ปริมาณ 50 กิโลกรัม ต่อไร่ ใส่ปุ๋ยเพียงรอบเดียว อีก 40-45 วัน สามารถตัดหญ้าขายได้เป็นรุ่นที่ 2 ได้ ส่วนในรุ่นต่อๆ ไป ดูแลบำรุงต้นหญ้าใส่ปุ๋ยเพียงครั้งเดียว 40-45 วัน สามารถตัดขายได้

  • การตัดหญ้า

โดยหญ้ารุ่นแรกสามารถตัดขายได้เมื่ออายุ 60 วัน ส่วนการตัดหญ้าหวายข้อครั้งต่อไปจะตัดทุกๆ 40-45 วัน เพราะเป็นช่วงที่หญ้าหวายข้อมีโปรตีนมากที่สุด ทั้งนี้ ควรตัดในระยะก่อนหญ้าหวายข้อออกดอกทุกครั้ง และควรตัดให้เหลือตอที่สูงจากพื้นไม่มาก ประมาณ 3-6 เซนติเมตรเท่านั้น ในรอบ 1 ปี สามารถตัดหญ้าขายได้สูงสุด 8 ครั้ง

ต้นทุนการปลูกหญ้า

ค่าไถ 2 ครั้ง คือ ไถ 7 จานเพื่อพลิกหน้าดิน

และไถจอบหมุนบดดินให้ร่วน พร้อมกลบท่อนพันธุ์ เป็นเงิน 1,000 บาท ต่อไร่

ค่าพันธุ์หญ้า 1 รถกระบะรั้วตอนเดียว เป็นเงิน 5,000 บาท ต่อไร่

ติดตั้งระบบน้ำ พร้อมปั๊มน้ำเครื่องยนต์เบนซิน เป็นเงิน 4,000 บาท ต่อไร่

ค่าแรงหว่านท่อนพันธุ์ เป็นเงิน 1,000 บาท ต่อไร่

ค่าปุ๋ยหมัก ไร่ละ 50 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 6 บาท ใช้ 8 ครั้ง เป็นเงิน 2,400 บาท ต่อไร่

ค่าปุ๋ยเคมี สูตร 18-4-5 หว่านไร่ละ 50 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 11 บาท ใช้ 8 ครั้ง เป็นเงิน 4,400 บาท ต่อไร่

ค่าปุ๋ยเคมี สูตร 46-0-0 หว่านไร่ละ 50 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 14 บาท ใช้ 8 ครั้ง เป็นเงิน 5,600 บาท ต่อไร่

รวมทั้งสิ้น 23,400 บาท ต่อไร่

สำหรับพื้นที่ 1 ไร่ สามารถขายหญ้าได้ 16,000 บาทต่อไร่ต่อครั้ง (คิดจาก 1 ไร่ ได้หญ้าจำนวน 80 เข่ง เข่งละ 200 บาท) ตัดหญ้าขายจำนวน 8 ครั้ง จะได้รายรับประมาณ 128,000 บาท เมื่อหักลบออกจากต้นทุน (128,000-23,400) จะทำให้คงเหลือผลกำไรสุทธิกว่า 104,600 บาทต่อไร่ต่อปี

คุณสันต์ สุขสุวรรณ เกษตรจังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมแปลงเกษตรกรพร้อมกล่าวว่า จังหวัดตรังพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน ในช่วงที่ผลผลิตราคาตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร ทางเกษตรจังหวัดตรัง กรมส่งเสริมการเกษตร มีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ระยะเก็บเกี่ยวสั้น ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร รวมถึงการปลูกหญ้าจำหน่ายให้กับผู้ที่เลี้ยงวัวชน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ฝ่าฟันวิกฤตช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อีกทางหนึ่ง

หากท่านใดสนใจ ต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเทคนิคการปลูก การจัดการแปลงหญ้าหวายข้อ สามารถติดต่อได้ที่ คุณนิคม เสนี โทร. 094-317-7132 หรือ สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง โทร. 075-299-788

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ.2564

สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปักษ์ ส่งตรงถึงบ้าน รวดเร็วทันใจอ่านได้ในทุกๆ 15 วัน สามารถสมัครสมาชิกได้ที่ คลิกลิ้ง https://shorturl.asia/0zJwQ - Line: @matichonbook หรือ สำนักพิมพ์มติชน เลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ติดต่อฝ่ายขาย 02-589-0020 ต่อ 3354

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...