จุดเริ่มต้น...รอยบากกล้องหน้า (Notch-Display) มีแบบไหนบ้าง?
กล้องหน้าโทรศัพท์มือถือได้ถูกพัฒนาไปมาก ตั้งแต่ยุคแรกติดอยู่ที่หน้าจอฝาพับ มาจนถึงติดเลนส์กล้องเข้าไปที่หน้าโทรศัพท์ ในสมัยนั้นไม่มีความรู้สึกว่าเกะกะ รุ่นที่ชัดๆ น่าจะเป็น Nokia 6680 มือถือติดกล้องหน้ารุ่นแรกของโนเกีย (ลองเข้าค้นหาได้ที่ www.siamphone.com) ที่เปิดตัวมาเพื่อใช้งานวิดีโอคอลล์เป็นหลัก ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อถ่ายภาพตัวเองแต่อย่างใด
Nokia 6680 โทรศัพท์มือถือติดเลนส์กล้องหน้าเครื่องแรกของโนเกีย
จุดเริ่มต้น (ที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องนัก) ต้องขอย้อนกลับไปราวๆ ปี 2014 โดยมี Sharp Aquos Crystal มือถือจอไร้ขอบเครื่องแรกของโลก ด้วยความต้องการให้มีดีไซน์ที่สวยงามและมีพื้นที่หน้าจอใช้งานได้มากที่สุด การออกแบบโดยการย้ายเซ็นเซอร์กล้องหน้าลงมาด้านล่าง ซึ่งถือว่าแปลกใหม่มาก แต่รุ่นนี้ไม่ได้รับความนิยมมากนัก ช่วงเวลานั้นมีอีกหลายหลายแบรนด์มือถือต่างก็พยายามปรับเปลี่ยนขยายพื้นที่หน้าจอให้ได้มากที่สุด จนสองปีต่อมา กระแส "จอไร้ขอบ" ก็ได้เริ่มต้นอย่างจริงๆ จังๆ
Sharp Aqous Crystal มือถือจอไร้ขอบรุ่นแรกของโลก
ปุ่มโฮมต้องย้าย!
Home Button On-Screen เข้ามาแทนที่
เพราะ “จอเต็มไร้ขอบ”
ปุ่มโฮมจึงต้องปรับเปลี่ยน
จนกระทั่งปี 2017 Essential Phone
ได้เปิดตัวด้วยดีไซน์ จอเต็ม ไม่มีปุ่มโฮม และ “ติ่งกล้องหน้า” นี่เองคือจุดเริ่มต้นของดีไซน์แบบเหนือความคาดหมาย มาถึงจุดนี้โทรศัพท์มือถือเริ่มมีหน้าตาแทบแยกกันไม่ออก เหมือนออกมาจากโรงงานเดียวกัน ถ้าแบรนด์ไหนไม่เปลี่ยนก็ดูจะเป็นที่ล้าสมัย
โทรศัพท์มือถือ Essential PH-1
มาถึงวันที่ “รอยบาก” เป็นที่รู้จักทั้งโลก ด้วยการเปิดตัวของ iPhone X ที่มาพร้อมกับเทรนด์ใหม่ของวงการโทรศัพท์มือถือ แต่ก็ถูกล้อเลียนต่างๆ นานา และโดนเย้ยอย่างหนักว่า “น่าชังที่สุด” แต่สุดท้าย “รอยบาก” ก็แพร่ไปยังสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ เกือบทุกแบรนด์
กล้องหน้า, เซ็นเซอร์, และลำโพงสนทนาต้องอยู่ข้างหน้าเท่านั้น!
การหาวิธีซ่อนเซ็นเซอร์กล้องหน้าจึงเป็นเรื่องทางนวัตกรรมที่แต่ละค่ายต้องหาวิธีให้เจอ การย้ายตำแหน่งเซ็นเซอร์และกล้องหน้าเป็นเรื่องที่ท้าท้ายมากๆ บางแบรนด์มือถือ ใช้กล้องหน้าแบบ Pop-Up
ที่จะเลื่อนออกมาเมื่อใช้, ย้ายกล้องหน้าไปที่มุมเล็กๆ บนหน้าจอ หรือ แบบสไลด์ เลื่อนกล้องขึ้นมาจากด้านหลัง
Oneplus 7 Pro กล้องหน้าแบบป๊อปอัพ (Pop-UP)
Samsung Galaxy Note 10 Plus กล้องหน้าแบบเจาะรู (Punch-Hole)
ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีกล้องหน้าแบบใหม่ Notch Less Display ชนิดที่ฝังไว้ใต้หน้าจอโดยไม่มีรอยบากใดๆ ทั้งสิ้น (แต่ละแบรนด์มือถือจะใช้ชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป) โดยเมื่อเรียกใช้งานกล้อง พื้นที่หน้าจอตรงส่วนนั้นจะหายไปเพื่อให้เซ็นเซอร์หรือเลนส์บริเวณนั้นทำงาน และ จะกลับมาแสดงผลจุดนั้นแบบปกติ เมื่อปิดการใช้งาน.
เรามาดูกันว่า
Notch-Display หรือ รอยบากกล้องหน้าโทรศัพท์มือถือในแบบต่างๆ มีอะไรบ้าง? [Infographic]
- Notch - ติ่ง/รอยบากจากการเปิดตัวของ Essential Phone ตามต่อมาด้วย iPhone X รูปแบบนี้โดนเย้ยอย่างหนักว่า
“น่าชังที่สุด” แต่สุดท้ายก็ใช้รอยบากนี้เกือบทุกรุ่นที่เปิดตัวในช่วงนั้น
- Waterdrop - หยดน้ำรอยเว้าหรือหยดน้ำ เป็นแนวคิดที่คล้ายกับรอยบาก แต่มีขนาดเล็กลงและกินพื้นที่หน้าจอน้อย โทรศัพท์ยอดนิยมบางรุ่นที่มีรอยบากหยดน้ำ โดยส่วนใหญ่เป็นมือถือจาก BBK Electronics ได้แก่ OPPO, OnePlus, Realme, Vivo และ Samsung Galaxy A และ M series บางรุ่น
- Punch-Hole - เจาะรู : จะมีขนาดเล็กพอที่จะวางลงได้โดยไม่กินพื้นที่หน้าจอมาก
- Pop-up - ป๊อปอัพกลไกที่จะเลื่อนกล้องที่ซ่อนไว้ออกมา โดยใช้มอเตอร์ภายใน ซึ่งแบบนี้จะให้พื้นที่หน้าจอมือถือเต็มโดยไม่มีรอยบากหรือติ่งใดๆ ทั้งสิ้น
- Slider - สไลด์ : กล้องหน้าแบบเลื่อนขึ้นมาจากตัวเครื่องด้านหลัง
*** โทรศัพท์มือถือของคุณ “มีรอยบากกล้องหน้าแบบไหน” 1-2-3-4-5 ?? ***อ่าน & แสดงความเห็นที่ Siamphone Facebook : https://bit.ly/2rPo0xI
และทั้งหมดนี้เป็นรอยบากกล้องหน้าในแบบต่างๆ เหตุผลเพื่อการออกแบบสมาร์ทโฟนที่สวยงาม ใช้งานหน้าจอได้เต็มพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2020 เราคงได้เห็นการแข่งขันด้านเทคโนโลยีหน้าจอกันอย่างดุเดือด เรียกได้ว่า "ใครซ่อนกล้องได้ก่อนชนะ" เป็นแน่
เทคโนโลยีหน้าจอของ Samsung ในแบบต่างๆ
อ้างอิง :https://news.siamphone.com/news-34764.htmlhttps://www.siamphone.com/spec/apple/iphone_x.htmhttps://news.siamphone.com/news-31129.htmlhttps://www.essential.com/phonehttps://www.apple.com/th/iphone/compare/