โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชมคลิปหายาก !! ศึกชิงแชมป์โลก ครั้งแรกของเมืองไทย เรื่องเล่าจากตำนาน

Khaosod

อัพเดต 07 มิ.ย. 2562 เวลา 08.40 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2562 เวลา 08.40 น.

มวยสากล ศึกชิงแชมป์โลก ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อปี พ.ศ.2497 (ค.ศ.1954 ) วันเวลาผ่านไปเพียงแค่ 65 ปี (ปัจจุบัน พ.ศ.2562) แต่เชื่อหรือไม่..?!?! การจะหาบันทึกข้อมูลที่เที่ยงตรงและแม่นยำ ตลอดจนภาพบันทึกเหตุการณ์สำคัญๆในอดีตช่วงนั้น กลับคลุมเคลือไม่ชัดเจนอย่างไม่น่าเชื่อ

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2557 หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) เคยได้กากฟิล์ม ภาพยนตร์เรื่องราวๆดังกล่าว แต่มีเนื้อหาเพียงไม่กี่นาทีมาจำนวนหนึ่ง พร้อมเชิญ “จ่าแฉ่ง” สมชาย กรุสวนสมบัติ ,สร้อย มั่งมี และ “บิ๊กเหนาะ” ทัศนะเทพ รัตนจันทรา สื่อหมัดมวยอาวุโส มาร่วมให้ข้อมูลในการเปิดสัมนา ฉายให้ผู้สนใจได้รับชมไปพร้อมๆกันที่โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา แต่ภาพต่างๆเหล่านั้น ไม่มีบันทึกระหว่างการชกของคู่ชิงแชมป์โลกปรากฏแต่อย่างใด

เป็นเพียงบรรยากาศการเดินทางมาถึงสนามบินดอนเมืองของคณะแชมป์โลก พร้อมภรรยา และทีมงาน จากนั้นเดินทางไปเคารพ สุสานทหารสัมพันธมิตรที่เมืองกาญจนบุรี ซึ่งภาพจากเหตุการณ์บอกเล่าว่า จิมมี่ นั้นมีญาติเป็นทหารที่เสียชีวิตในช่วงเป็นเชลย ในค่ายกักกันของญี่ปุ่น ช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย จากนั้นมีภาพการซ้อมโชว์ของ จำเริญ โดยมี โผน กิ่งเพชร นักชกดาวรุ่งอาสาเป็นคนคู่ลงนวม ในการแถลงข่าว ตามหลักฐานด้วยภาพซึ่งเป็นฟิล์มใบ้ไม่มีเสียง คงมีเนื้อหาแต่เพียงเท่านี้

ขณะที่ ศึกชิงแชมป์โลกคู่แรกในเมืองไทย เป็นการชิงแชมป์แบนตัมเวต เอ็นบีเอ (สมาคมมวยนานาชาติ) หรือ สมาคมมวยโลก WBA ในปัจจุบัน เจ้าของตำแหน่งคือ จิมมี่ คารัทเธอร์ ชาวออสเตรเลีย กับ “จิ้งเหรนไฟ” จำเริญ ทรงกิตรัตน์ ผู้ท้าชิงชาวไทย เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2497 ภาพการชกเหล่านี้ เคยมีการบันทึกเป็นแผ่นฟิล์มฉายตามโรงภาพยนตร์ในเมืองไทยด้วยซ้ำ

ทว่าน่าเสียดายในปัจจุบันกลับไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรใดเก็บรักษาไว้แต่อย่างใด คงปล่อยให้แผ่นฟิล์มเรื่องราวเหล่านั้นชำรุดเลือนหายไปตามกาลเวลา จนเราไม่ทราบแม้กระทั่งว่า การชกนั้นจัดขึ้นที่ใดกันแน่ ระหว่าง สนามกีฬาจารุสเถียร (สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์) หรือ สนามศุภชลาศัย ทั้งๆที่เวลาเพิ่งผ่านเลยมาเพียงแค่ 65 ปีเท่านั้น
กระทั่งมีการชำระประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่าผู้ที่ร่วมในเหตุการณ์ และภาพข่าวเพิ่มเติมล่าสุดที่หามาได้ ว่าแท้ที่จริงแล้ว การชกมีขึ้นที่สนามศุภชลาศัย และ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเคยเสด็จทอดพระเนตร ด้วยซ้ำ

เกาะติดข่าวกีฬา แค่กดติดตาม ไลน์@ข่าวสดกีฬา ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

การชกที่สื่อไทยรุ่นเก่าบอกเล่าถ่ายทอดกันมาว่า นักชกไทยแข็งแกร่งกว่าไล่ต่อยแชมป์โลกชาวออสซี่จนแทบจะเพียงข้างเดียว ก็ดูจะย้อนแยงกับภาพที่เล่าเรื่องด้วยแผ่นฟิล์ม แต่สิ่งที่เห็นได้ชัด คือพายุซึ่งโหมกระหน่ำลงมาอย่างหนักตั้งแต่ก่อนการชก จนทั้งคู่ต้องตกลงกติกาพิเศษ ด้วยการ “ถอดรองเท้า” ชกกัน ถือเป็นตำนานมวยสากลชิงแชมป์โลกคู่แรกในประวัติศาสตร์

เราจะได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของนักชกไทย ที่พยายามทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ แต่เนื่องจากกติกา มีการตกลงลดทอนกำหนดยก จากชก 15 ลงเหลือเพียง 12 ยก จึงเป็นเหตุให้ จิมมี่ ที่เริ่มจะอ่อนระโหยโรยแรง รอดพ้นจากการเพลี่ยงพล้ำไปได้หวุดหวิด แต่จุดเปลี่ยนสำคัญในความพ่ายแพ้ของจำเริญในการชิงแชมป์โลกครั้งแรกนี้ ก็น่าจะมาจากการที่มี ผู้ตัดสินชี้ขาดเพียงคนเดียว คือ บิลล์ เฮนเนเบอร์รี่ (Bill Henneberry) ผู้ห้ามบนเวที และให้คะแนนเป็นยกในยุคสมัยนั้น ที่ชี้ขาดให้ จิมมี่ คารัทเธอร์ แชมป์โลกชาติเดียวกับตนเป็นผู้ชนะไป ด้วยคะแนน 7-5 ยก

แม้ทีมงานฝ่ายไทยในยุครัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม “ใต้ผืนฟ้า..ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้” ตามวลีของ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจยุคนั้น และการเอาอกเอาใจ “เฒ่าแน็ต แฟลชเชอร์” ผู้ทรงอิทธิพลที่เป็นสักขีพยานมวยโลก รวมทั้งบันทึก สถิติผู้ชมมากสูงสุดถึง 69,819 คนเป็นครั้งแรกในประเทศไทย แต่ก็ไร้ผลที่จะสร้างโลกสวยให้จบลงด้วยชัยชนะของนักชกไทย

อย่างไรก็ตามแม้ จำเริญ จะใช้ความพยายามถึงสามครั้งสามครา ในการไขว้คว้าให้ได้มาซึ่งเข็มขัดแชมเปี้ยนโลกหวังมอบให้แก่ชาวไทยทั้งประเทศ ทว่าสุดท้ายเขากลับต้องผิดหวังทั้งหมด แต่นั่นก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักชกรุ่นหลังๆในเวลาต่อมา จนกระทั่ง โผน กิ่งเพชร ก้าวขึ้นครองแชมป์โลกสานฝันให้พี่น้องชาวไทยได้สำเร็จในที่สุด

และนี่คือ ภาพเหตุการณ์ไฮไลต์ ศึกชิงแชมป์โลกครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ.2497 หรือ ค.ศ.1954 เป็นบันทึกหายาก ที่น้อยคนจะเคยได้ชมกัน

– โดย สอดสร้อย สาวสังเวียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...