โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สลดชะตา "ม้าน้ำ" คนฮิตทำไวอากรา แฉไทยส่งออกอับดับ 1

Khaosod

อัพเดต 07 มิ.ย. 2562 เวลา 16.47 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2562 เวลา 16.26 น.

ม้าน้ำถูกจับทำยาโด๊ป แฉไทยส่งออกอับดับ 1 สูญไปหลายสายพันธุ์

ม้าน้ำถูกจับทำยาโด๊ป– วันที่ 7 มิ.ย. ซีเอ็นเอ็น รายงานสถานการณ์ประชาการม้าน้ำที่มีจำนวนลดลง สวนทางกับความนิยมของคนฮ่องกง ในฐานะ “ไวอากรา” ตามธรรมชาติ หรือ ยาเพิ่มสมรรภาพทางเพศ ตามความเชื่อของการแพทย์แผนจีน

ซาราห์ ฟอสเตอร์ ผู้จัดการโครงการ โปรเจ็กต์ ซีฮอร์ส มหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา กล่าวว่า จากงานวิเคราะห์ข้อมูลการค้าทั่วโลก ฮ่องกงเป็นประเทศที่มีการนำเข้าม้าน้ำราว 2 ใน 3 จากการนำเข้าทั้งหมดทั่วโลกระหว่างปี 2547-2560 ขณะที่กองทุนสัตว์ป่าโลกรายงานว่า ความนิยมนำม้านำมาใช้เป็นยารักษาโรคเป็นแรงผลักดันให้ยอดขายเพิ่มขึ้นในจีน ไต้หวัน และอินโดนีเซีย

ม้าน้ำถูกจับทำยาโด๊ป

ฟอสเตอร์กล่าวว่า มีการยึดม้าน้ำราว 37 ล้านตัว ทุกปี และการลักลอบยังมีอย่างมโหฬาร แม้ว่าหลายประเทศจะมีกฎระเบียบคุ้มครองม้าน้ำก็ตาม

งานวิจัยของ โปรเจ็กต์ ซีฮอร์ส ชี้ว่า ประชากรม้าน้ำอย่างน้อย 11 สายพันธุ์ ลดลงไปถึงร้อยละ 30-50 ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา

ทำไมม้าน้ำนำมาใช้ในการแพทย์แผนจีน

หลี่ซิ่ง เหลา ผู้อำนวยการโรงเรียนการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยฮ่องกง กล่าวว่า มีการกล่าวถึงม้าน้ำในตำรวจการแพทย์แผนจีนตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 700 แต่การใช้งานอาจย้อนไปมากกว่านั้น

“ตามทฤษฎีการแพทย์แผนจีน ม้าน้ำบำรุงและให้พลังงานร่างกายมากขึ้น ส่วนมากจะเป็นรูปแบบม้าน้ำอบแห้ง นำมาผสมกับสมุนไพรและต้มเป็นชา รักษาหอบหืด เสื่อมสมรรถภาพทางเพศชาย หย่อนสมรรถภาพ และหลั่งเร็ว”

เหลากล่าวด้วยว่า ไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์ชิ้นใดที่บอกว่า ม้าน้ำสามารถบรรเทาหอบหืดหรือเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ แลยังไม่มีการทดลองทางคลินิกใดๆ กับมนุษย์ด้วย

ฮ่องกง อดีตอาณานิคมของอังกฤษ สัมผัสทั้งการแพทย์แผนจีนและตะวันตก ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขฮ่องกงเมื่อปี 2560 ระบุว่า มีแพทย์แผนจีนขึ้นทะเบียนถึง 7,425 คน ขณะที่ราคาขายปลีกในเขตเชิงหว่านของฮ่องกงสูงถึงตัวละ 40 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 150 บาท) ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชายอายุเกิน 50 ปี

ซุกกระเป๋าเดินทางลอบเข้าฮ่องกง

ม้าน้ำทุกสายพันธุ์ถูกจัดสัตว์คุ้มครองตาม อนุสัญญาด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ตั้งแต่ปี 2545 สามารถส่งออกม้าน้ำได้หากได้จากแหล่งถูกกฎหมายและมีเอกสารพิสูจน์

บางประเทศอย่างไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ก็ห้ามส่งออกม้าน้ำ แต่มาตรการห้ามเหล่านี้ไม่สามารถรักษาจำนวนประชากรม้าน้ำได้ แต่กลับทำให้ตลาดมืดเกิดขึ้นมา

จากข้อมูลงานวิจัยของฟอสเตอร์ พนักงานสอบสวนผู้ลักลอบค้าม้าน้ำ 220 ราย ถึงแหล่งที่มาของม้าน้ำระหว่างปี 2559-2560 พบว่า ร้อยละ 95 นำเข้าจากบรรดาประเทศที่มีการห้ามส่งออก โดยไทยเป็นผู้เพาะเลี้ยงส่งออกม้าน้ำอันดับ 1 ไปร้านขายยาแผนจีนของฮ่องกง ถึงแม้ว่าไทยจะห้ามส่งออกม้าน้ำอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมกราคม 2559

ม้าน้ำอบแห้งซึ่งมีขนาดเล็กและไม่เน่าเสียง่ายต่อการลักลอบข้ามชายแดนฮ่องกง บางครั้งปะปนกับอาหารทะเลอบแห้งชนิดอื่นๆ ผู้ลักลอบค้าส่วนใหญ่ยอมรับว่านำม้าน้ำอบแห้งใส่กระเป๋าเดินทางเข้ามาฮ่องกง จึงเป็นเรื่องยากที่จะติดตาม ตรวจสอบ และแก้ปัญหา

ด้านบรรดาร้านขายยาแผนจีนในเขตเชิงหว่านไม่ได้ละเมิดกฎหมายการขายม้าน้ำ กระทรวงเกษตร ประมง และอนุรักษ์ ของฮ่องกง ระบุว่า มาตรการ CITES อนุรักษ์ม้าน้ำ กำหนดมาเพื่อควบคุมการนำเข้าและส่งออก แต่ฮ่องกงไม่ได้ห้ามการซื้อขายม้าน้ำภายในฮ่องกง

กระทรวงเกษตรพยายามสกัดกั้นการนำเข้าม้าน้ำอย่างผิดกฎหมายมาตลอด ในปี 2561 ทางการยึดม้าน้ำอบแห้งราว 175,000 ตัว น้ำหนักรวม 470 กิโลกรัม สำหรับโทษหนักสุดคือจำคุก 4 เดือน

ฟอสเตอร์กล่าวว่า ตลาดการแพทย์แผนจีนอาจเพิ่มความต้องการม้าน้ำ แต่หากสามารถยับยั้งการค้าได้ ไม่ได้แปลว่าจะเป็นการอนุรักษ์ประชากรม้าน้ำ เนื่องจากปัญหารากลึกมิใช่การแพทย์แผนจีน แต่เป็นอุตสาหกรรมประมง

พร้อมอธิบายว่า ปกติแล้ว เรือหาปลาไม่ได้สนใจจับม้าน้ำเนื่องจากเป็นสัตว์ค่อนข้างหายากในน้ำ แต่เพราะใช้อุปกรณ์จับปลาผิดประเภทอย่าง อวนลาก ทำให้สัตว์น้ำทุกชนิดติดเข้ามา ซึ่งนิยมใช้อย่างกว้างขวางในแอฟริกา ละตินอเมริกา เอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งภูมิภาคหลังสุดเป็นแหล่งชุกชุมของม้าน้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...