#ย้อนคดีฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่นสังเวยรักสาวพรชนก
วันนี้มีคำพิพากษาคดีอันโด่งดังของผู้หญิง ชื่อพรชนก ผู้ที่เคยตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพครู กวดวิชาชาวญี่ปุ่น ทิ้งน้ำ คดีนี้เป็นเรื่อง รัก ลวง พราง มี 2 คดีซ้อนกันมีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนและโหดเหี้ยม สะเทือนขวัญทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นอย่างยิ่ง
อีจันขอไล่เรียงเหตุการณ์ว่า เกิดอะไรขึ้นก่อนจะบอกถึงผลคำ พิพากษาของทั้ง 2 คดี
คดีแรก เกิดขึ้นเมื่อปี 2557 หรือ เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน เป็นคดี นายโยชิโนริ ครูกวดวิชาชาวญี่ปุ่นหายตัวไปอย่างเป็นปริศนา
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อลูกชายชาวญี่ปุ่นเข้าแจ้งความให้ตำรวจช่วยตามหาพ่อ คือ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ ที่หายตัวไปติดต่อไม่ได้เกือบ 2 สัปดาห์
ลูกชายมีเบาะเพียงว่า พ่อมีภรรยาเป็นหญิงชาวไทย ชื่อ พรชนก
คดีนี้ได้เริ่มต้นขึ้นจากคดี…แจ้งคนหาย!!!
วันที่ 4 ตุลาคม 2557 ลูกศิษย์ของนายโยชิโนริ ชิมาโตะ โทรศัพท์สอบถามที่นิติบุคคล อาคารศรีวราแมนชั่น 2 ว่า ทำไมนายโยชิโนริถึงไม่ไปสอนภาษาญี่ปุ่นและไม่สามารถติดต่อได้?
หลังจากนั้น 10 วัน นายเทสซึโอะ ชิมาโตะ บุตรชาย ของนายโยชิโนริ ชิมาโตะ ก็เข้าแจ้งความกับ พนักงาน สอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ขอให้ช่วยตามหาตัว นายโยชิโนริ ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น วัย 79 ปี ซึ่งขาดการติดต่อจากตนไปตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2557
บ่ายวันเดียวกันลูกชายก็พาตำรวจเข้าตรวจสอบห้องที่นายโยชิโนริพักอยู่ คือ ห้องชั้น 10 ที่อาคารศรีวราแมนชั่น 2
เมื่อไปถึงห้องดังกล่าว ปรากฎว่า ห้องพักถูกล็อคจากด้านใน เมื่อขอให้เปิดประตู ก็พบหญิงสาวคนหนึ่ง เธอสวมวิกผมดูแปลกตา ตำรวจถามว่า เธอเป็นใคร ผู้หญิงปริศนาก็พูดจาบ่ายเบี่ยงตอบวกไปวนมา อ้างแต่ว่า มาเก็บของ และคุยภาษาญี่ปุ่นกับนายเทสซึโอะว่า รู้ว่านายโยชิโนริอยู่ที่ไหน ถ้าจะพาไปหา จะไปด้วยกัน หรือไม่
ตำรวจเห็นความผิดปกติ จึงเชิญหญิงคนดังกล่าวมาสอบสวนที่โรงพัก
ต่อมาทราบชื่อ นางพรชนก ไชยะปะ อายุ 47 ปี
และเมื่อค้นตัวก็พบว่า นางพรชนก มีเอทีเอ็มของนายโยชิโนริ ครูญี่ปุ่นที่หายตัวไป
ตำรวจตรวจสอบบัญชีธนาคารของนายโยชิโนริ ก็พบว่า นางพรชนก ได้นำบัตรเอทีเอ็มของ นายโยชิโนริ ไปกดเงินถึง 14 ครั้ง ได้เงินไป ทั้งหมดจำนวน 720,000 บาท โดยทำการกดครั้งแรก คือ วันที่ 28 กันยายน 2557 ซึ่งเป็นช่วงใกล้เคียงกับที่ นายโยชิโนริ ขาดการติดต่อ
นางพรชนก บอกเพียงว่า เธอเห็นนายโยชิโนริครั้งสุดท้าย ในวันที่ 21 กันยายน 2557
ตำรวจถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนายโยชิโนริ นางพรชนกก็ตอบเพียงว่าสนิทสนมกัน และดูแลกัน จนนายโยชิโนริไว้วางใจให้ถือเอทีเอ็ม
ตอนนี้ตำรวจเริ่มสงสัยว่า นางพรชนกน่าจะเกี่ยวพันกับการหายตัวไปของนายโยชิโนริ แต่เมื่อยังไม่มีหลักฐาน อื่นๆ ตำรวจจึงทำได้เพียงดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ หรือ บัตรเอทีเอ็มของนายโยชิโนริที่พรชนกไปกดเงิน ออกไปเกือบล้านบาท จากนั้นก็นำตัวนางพรชนกส่งศาล ต่อมานางพรชนกได้รับการประกันตัว แล้วหลังจากนั้น เธอก็หายตัวไป ติดต่อไม่ได้!!!
ตอนนี้ในคดีคนหาย ตำรวจยังไม่พบเค้าลางว่าจะได้พบตัว แต่กลับเห็นเค้าลางของเหตุอื่นที่น่าจะรุนแรงกว่า คนหาย!!!
ตำรวจแกะรอย…หาตัวนายชิโนริต่อไป เกิดอะไรขึ้นกับครูกวดวิชาวัยชราคนนี้กันแน่?
ตรวจสอบประวัตินายโยชิโนริย้อนหลัง นายโยชิโนริมาอยู่เมืองไทยนานแล้ว เขาพักที่อาคารศรีวราแมนชั่นตั้งแต่ ปี 2551 มีอาชีพเป็นครู สอนภาษาญี่ปุ่นแบบตัวต่อตัว นิสัยเป็นคนสุภาพเรียบร้อย ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ มีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจ และพักอยู่คนเดียว
ตำรวจย้อนดูภาพวงจรปิดในอาคารศรีวราแมนชั่น กล้องบันทึกภาพนายโยชิโนริครั้งสุดท้าย คือ วันที่ 21 กันยายน 2557
ภาพจากกล้องวงจรปิดไม่ได้เผยเพียงภาพสุดท้ายของนายโยชิโนริ เท่านั้น แต่ยังได้ให้เห็นความผิดปกติ ของนางพรชนกในขณะเข้าไปในห้องของนายโยชิโนริด้วย
ตำรวจไล่ดูภาพนางพรชนก ในวันที่มายังห้องของนายโยชิโนริ
นางพรชนกขับรถกระบะของตัวเองมาจอดไว้ด้านข้างอาคารห่างไปประมาณ 200 เมตร โดยไม่เข้ามา จอดยังที่จอดรถ ก่อนเดินลากกระเป๋าเดินทาง 1 ใบเข้ามาที่ล็อบบี้ของแมนชั่น ใช้คีย์การ์ดกดลิฟต์ ตัวกลางขึ้นมาที่ชั้น 9 แล้วเดินขึ้นบันไดหนีไฟไปชั้น 10 ก่อนจะใช้กุญแจไขเข้าห้องพักของนายโยชิโนริ
เป็นการเดินเพื่อเลี่ยงอะไรบางอย่าง?
พฤติกรรมนี้ ตำรวจมองว่า ไม่ใช่การมาที่ห้องคนรู้จักแบบปกติแน่ๆ
คดีคนหายจึงต้องถูกยกระดับการสืบสวนให้เข้มข้นขึ้นและสำคัญต้องแข่งกับเวลา ตำรวจเริ่มห่วงความปลอดภัยในตัวของนายโยชิโนริ
ต่อมา ชุดสืบสวนพบพยานที่ยืนยันได้ว่า ในวันที่ 21 กันยายน 2557 เห็นนายโยชิโนริมารักษาตัวที่โรงพยาบาลบางนา 2 โดยมีนางพรชนก เป็นผู้พามา
เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบางนายังจำนางพรชนกได้ เพราะได้ถามถึงความสัมพันธ์ของนางพรชนกกับคนไข้วัยชรา นางพรชนกบอกว่า นายโยชิโนริเป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่นให้ลูกชาย และเป็นคนแก่อยู่คนเดียว ลูกชายทอดทิ้ง ไม่มีเงินรักษาตัว เธอจึงต้องเป็นคนพามาหาหมอ เมื่อนางพรชนกจ่ายค่ายาเสร็จ ก็พานายโยชิโนริขึ้น รถกระบะขับออกจากโรงพยาบาลไป
จากนั้น ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2557 จนถึง วันที่ 21 ตุลาคม 2557 ก็ยังไม่มีใครพบเห็นนายโยชิโนริอีกเลย (วงจรปิด )
คดีคนหายเริ่มมีเงื่อนงำซับซ้อน ตอนนี้ตำรวจเชื่อว่า นางพรชนกหรือผู้หญิงที่อยู่กับครูชาวญี่ปุ่น คนสุดท้ายนี้ ต้องเป็นกุญแจสำคัญที่จะบอกได้ว่า นายโยชิโนริหายตัวไปได้อย่างไร? และตอนนี้นายโยชิโนริอยู่ที่ไหน?
ชุดสืบสวนเร่งหาหลักฐานคลี่คลายข้อสงสัย เริ่มจากขอหมายค้นเข้าตรวจสอบทุกจุดที่ สัมพันธ์กับนางพรชนก หวังหาเบาะแสของนายโนชิโนริ ผลปรากฎว่า นางพรชนก หลบหนีออกจากบ้านและหายตัวไปเช่นกัน!!!
ตำรวจตรวจสอบประวัติของนางพรชนก พบชื่อเดิม คือ นางเพ็ญศรี เป็นชาวจังหวัดพิษณุโลก มีประวัติ เคยก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นใน ท้องที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ และเคยต้องคดียักยอก เคยแต่งงานกับชายชาวญี่ปุ่น แต่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุตกบันได ในปี 2546
(จำข้อมูลนี้ไว้นะ เดี๋ยวจะมีความสำคัญในตอนท้ายของคดี)
ข้อมูลนี้ยิ่งทำให้ตำรวจเห็นน้ำหนักของความไม่ธรรมดาของผู้หญิงคนนี้
ตรวจสอบประวัติครอบครัว พบนางพรชนกเคยมีสามีเป็นคนไทย ชื่อนายสมชาย แก้วบางยาง อายุ 47 ปี มีอาชีพขับแท็กซี่ ทั้งสองคนอยู่กินเป็นสามี-ภรรยามานานกว่า 10 ปี และปัจจุบันก็ยังมีความสัมพันธ์กันอยู่
ตำรวจจึงขอหมายค้นบ้านของนางพรชนกและสามีเก่า ซึ่งตั้งอยู่ที่แฟลตเคหะบางพลี แต่ไม่พบคนทั้งสอง มีพยานแจ้งว่า ทั้งนางพรชนกและนายสมชายขนเสื้อผ้าใส่รถแท็กซี่ออกไปจากบ้านพร้อมลูกสาว ตั้งแต่ วันที่ 17 ตุลาคม 2557 หรือ วันเดียวกับที่ได้รับการประกันตัวแล้ว
นางพรชนกยังมีบ้านอีกหลังในหมู่บ้านออคิดวิลล่า อำเภอบางเสาธง จ.สมุทรปราการ ตรวจสอบพบว่า เดิมเคยให้เช่า แต่ปลายเดือนกันยายน นางพรชนกกับนายสมชายผู้เป็นสามีเข้ามาพักที่บ้านหลังนั้น บอกเพื่อนบ้านว่าต้องซ่อมแซมบ้าน
บ้านหลังนี้มีเรื่องน่าสงสัย!!!
มีคนแจ้งว่า ได้กลิ่นเหม็น!!!
ตำรวจจึงทำการขุดค้นหาที่มาของกลิ่น แต่…ไม่พบ!!!!!
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบรถยนต์กระบะของนางพรชนกที่รับนายโยชิโนริ ออกจากโรงพยาบาลบางนา 2 ก่อนที่จะหายตัวไป
เจ้าหน้าที่มองหาหาคราบเลือดและร่องรอยการต่อสู้ แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดสังเกตเช่นกัน
จนถึงขณะนั้นก็ตำรวจยังยืนยันไม่ได้ว่านายโยชิโนริจะยังมีชีวิตอยู่ หรือไม่?
การค้นหาหลักฐานคว้าน้ำเหลว แต่การค้นหาตัวนางพรชนกมีเบาะแสเพิ่ม!!!
นางพรชนกกับสามีเก่ากบดานได้ไม่ถึง 3 วัน ก็จนมุม
ติดตามต่อ ใน#พรชนกกับสองคดี #ฆ่าสามีชาวญี่ปุ่น ภาค 2