โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

การ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ / Ultraman Netflix (จบ)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 12 ก.ค. 2562 เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2562 เวลา 04.27 น.

การ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

Ultraman Netflix (จบ)

 

สําหรับแฟนยอดมนุษย์ปี 1966 น่าจะอึดอัดหรือขัดใจกับอุลตร้าแมน 2019 ของเน็ตฟลิกซ์นี้อยู่บ้าง

หนังการ์ตูนนี้สร้างจากมังงะปี 2011 ของ Eiichi Shimizu และ Tomohiro Shimoguchi

หนังละทิ้งยอดมนุษย์คนเดิมไปเกือบทั้งหมด เหลือเพียงชื่อและพิพิธภัณฑ์อุลตร้าแมนที่มีรูปปั้นของเขายืนตระหง่าน และหุ่นจำลองครั้งสู้กับเซ็ตตันท่ามกลางตึกรามบ้านช่องของโตเกียวเวลานั้น

หนังสือและหนังชุดใหม่นี้ไม่มีสัตว์ยักษ์ไคจู ไม่มียอดมนุษย์สูงเทียมตึก อุลตร้าแมนมาในรูปเสื้อเกราะและสัตว์ประหลาดมาในรูปเอเลี่ยนเผ่าพันธุ์ต่างๆ ที่แฝงกายบนโลกมานานแล้ว

คือไออ้อนแมนผสมเอ็มไอบีเสียมากกว่า

มิหนำซ้ำการเดินเรื่องในหนังการ์ตูนค่อนช้างช้า แอนิเมชั่นออกจะแกว่งแขนไปมาไม่ไปไหนเสียมากทั้งที่ใช้ซีจีแล้ว

ว่าที่จริงอ่านหนังสือน่าจะสนุกกว่า มีแปลไทยหลายเล่มแล้ว

 

เมื่อหนังฉายไปได้ 3 ตอน เนื้อเรื่องสำคัญคือชินจิโร่ บุตรชายฮายาตะเป็นผู้ได้รับคัดเลือกให้สวมชุดเกราะอุลตร้าแมนเพราะเขามีดีเอ็นเอของเผ่าพันธุ์อุลตร้า มนุษย์ดาวเซ็ตตันซึ่งเคยสู้กับยอดมนุษย์ 1966 กลับมาช่วยเหลือหน่วยวิทยะซึ่งมีอิเดะเป็นผู้อำนวยการ

และศัตรูตนแรกของพวกเขาคือเบมิวลาร์ ซึ่งเคยเป็นสัตว์ยักษ์ไคจูในยอดมนุษย์ 1966 ตอนปฐมฤกษ์ มันกลับมาเปิดฉากแรกของอุลตร้าแมน 2019 นี้เช่นกัน

ครั้งนี้มันมิใช่สัตว์ยักษ์ แต่เป็นเอเลี่ยนสวมชุดเกราะน่าเกรงขามและมีพลังเหนือชั้นกว่าชินจิโร่มาก

เมื่อหนังเริ่มอืด จึงถึงเวลาปล่อยตัวยอดมนุษย์หมายเลข 7 อุลตร้าเซเว่น!

 

อุลตร้าเซเว่นคือ แดน โมโรโบชิ ออกอากาศจำนวน 49 ตอน (ถูกแบนไป 1 ตอนในภายหลัง) เมื่อปี 1967 เนื้อเรื่องในยุค 60 นี้ไม่มีอะไรสัมพันธ์กับยอดมนุษย์ฮายาตะเลย ศัตรูเป็นเอเลี่ยนตัวเท่าคน รูปร่างหน้าตาพิลึกกึกกือเหลือคณาแต่เดินสองขาเหมือนฮิวแมนนอยด์ ความพิลึกกึกกือของสัตว์ประหลาดตัวเท่าคนนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของหนังปราบศัตรูต่างดาวแทบทุกเรื่องของญี่ปุ่นในเวลาต่อมา เรียกว่าไม่มีความเกรงใจคนดูหรือนักออกแบบเอาเสียเลย

แต่แล้วฉากในบาร์บนดาวตาตูอีนที่ปรากฏใน Star Wars episode IV 1977 ก็ปรากฏเอเลี่ยนหน้าตาพิลึกกึกกือพอๆ กัน ตอนที่ผู้เขียนนั่งดูหนังเรื่องนี้ในโรงหนังครั้งแรก ผู้ใหญ่ที่นั่งข้างๆ คนหนึ่งถึงกับสบถว่าหนังบ้าอะไรกัน

แดน โมโรโบชิ คนแรกหน้าตาดี อาวุธพิฆาตคือ Eye Slugger ซึ่งเป็นสันโลหะระหว่างตาไปจนถึงกลางศีรษะ ใช้ขว้างปิดเรื่องเช่นเดียวกับที่ยอดมนุษย์ใช้แสงสเปเชี่ยมปิดบัญชี แต่สำหรับแดน โมโรโบชิ ในอุลตร้าแมนเน็ตฟลิกซ์นี้เป็นหนุ่มสำอางปากคอเราะราย เขาเข้ามาสังกัดหน่วยวิทยะก่อน อายุมากกว่าชินจิโร่ และมีความสามารถด้านยุทธศาสตร์ เขาดูหมิ่นชินจิโร่เสมอ พอถึงเวลาสวมชุดเกราะอุลตร้าเซเว่นใช้อาวุธประจำตัวเป็นดาบยาว เขามีฝีมือดีที่สุด

พอหนังเริ่มอืดอีก จึงถึงเวลาเปิดตัวอุลตร้าแมนเอซ!

 

อุลตร้าแมนเอซออกฉายจำนวน 52 ตอนเมื่อปี 1972 เป็นการรวมร่างของเด็กหนุ่มสาวสองคนคือเซจิ โฮกุโตะ และยูโกะ มินามิ แต่ในหนังของเน็ตฟลิกซ์ครั้งนี้เขาคือเซจิ โฮกุโตะ เด็กมีปัญหาร่วมโรงเรียนเดียวกับชินจิโร่ เขาเปิดตัวด้วยการเข้ามาตีสนิทและกวนประสาทชินจิโร่ ยามค่ำคืนเขาสวมชุดเกราะอุลตร้าแมนเอซออกปล้นคนเลวที่รวยเพื่อเอาเงินไปใช้ส่วนตัว

เขามีพื้นเพมาจากไหน เอาเสื้อเกราะอุลตร้าแมนเอซมาจากไหน และเอาเงินไปใช้อะไร เป็นเรื่องที่ต้องไปหาหนังมาดูเอง

อุลตร้าแมนเอซเป็นเหมือนวัยรุ่นทั่วไป กร่างและใจร้อน นึกว่าตนเองเก่งเสียเต็มประดา ฉากที่เขาถูกอุลตร้าเซเว่นสั่งสอนปางตายดูแล้วน่าสงสารพอๆ กับสะใจ หากจะมีอะไรที่ควรค่าแก่การดูอุลตร้าแมนชุดนี้ก็น่าจะเป็นฉากนี้ วัยรุ่นทุกคนทำตัวน่าตบไปเสียทั้งสิ้น แต่ครั้นเรากระทำรุนแรงเกินเหตุเท่ากับเราต้อนเขาจนมุมและเขาจะไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆ อีก ชินจิโร่ซึ่งมีจิตใจเปิดกว้างมากกว่ากลับจะเป็นประโยชน์มากกว่าในกรณีนี้

ในหนังยังจะมีตัวละครอีกคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นอุลตร้าแมนแจ๊กในฤดูกาลที่สอง แต่สำหรับฤดูกาลแรกนี้เขายังเป็นแค่ฉากหลัง

อุลตร้าแมนแจ๊กปรากฏตัวครั้งแรกในหนังทีวีชุด The Return of Ultraman ซึ่งออกฉายก่อนอุลตร้าแมนเอซ คือเมื่อปี 1971 จำนวน 51 ตอน อันเป็นการกลับมาของอุลตร้าแมน อุลตร้าเซเว่น และอุลตร้าแมนคนใหม่ชื่อนิวอุลตร้าแมน

จนกระทั่งถึงปี 1984 เขาจึงได้ชื่อว่าอุลตร้าแมนแจ๊ก

 

เออิจิ ซึบุรายา ถึงแก่กรรมเมื่อปี 1970 บุตรชายของเขา ฮาจิเมะ ซึบุรายา เป็นผู้สร้างหนังชุดที่สามและเปิดตัวอุลตร้าแมนแจ๊กก่อนที่จะถึงแก่กรรมเมื่อปี 1973 หนังต่อจากนี้อุลตร้าแมนเอซและอุลตราแม้นทาโร่ซึ่งโด่งดังมาก

เออิจิ ซึบุรายา (1901-1970) เป็นนักทำสเปเชียลเอฟเฟ็กต์คนแรกๆ ของโลกคนหนึ่ง เขามีส่วนร่วมในการสร้างก๊อดซิลล่าตั้งแต่แรกและเป็นผู้สร้างอุลตร้าแมนในเวลาต่อมา

ข้อเขียนจากตรงนี้ไปนำมาจากหนังสือ Eiji Tsuburaya : Master of Monsters เขียนโดย August Ragone สำนักพิมพ์ Chronicle Books ปี 2007 ปกแข็ง มีภาพประกอบทั้งสีและขาว-ดำหายากจำนวนมากเผย ให้เห็นเบื้องหลังการถ่ายทำหนังสัตว์ประหลาดหลายเรื่อง

หน้าปกเป็นรูปเออิจิยืนกำกับยอดมนุษย์ท่ามกลางตึกสูงโดยมีสัตว์ประหลาดก้ามปูคือมนุษย์ดาวบัลตันยืนอยู่เป็นฉากหลัง ว่าที่จริงมนุษย์ดาวบัลตันน่าจะเป็นศัตรูอุลตร้าแมนที่ร้ายกาจและกวนประสาทมากที่สุด มันยังไม่มีบทบาทในหนังใหม่ฤดูกาลที่หนึ่งนี้

เปิดไปหน้า 69 จะพบรูปเขายืนคุยกับคิงคองกลางเมืองอีกเช่นกัน จากหนัง King Kong vs Godzilla ปี 1962 ซึ่งเป็นหนังทำรายได้สูงมากและฟื้นชีพให้ก๊อดซิลล่าซึ่งซบเซาไปก่อนหน้านี้

 

ในหนังยอดมนุษย์ตอนที่สู้กับจิราส จิราสเป็นสัตว์ประหลาดที่ใครเห็นก็ต้องนึกถึงก๊อดซิลล่า และเบื้องหลังก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

จิราสใช้หัวก๊อดซิลล่าจากก๊อดซิลล่าปี 1966 ตอน Big Duel in the South Sea และลำตัวจากหนังปี 1964 Mothra vs Godzilla มารวมกันแล้วเติมครีบคอลงไป ยอดมนุษย์ปีนั้นกระชากครีบคอนี้ออกเลือดไหล แล้วใช้ครีบคอต่างผ้าแดงโบกสะบัดให้จิราสวิ่งขวิดเหมือนวัวกระทิง น่าสงสารมากๆ เป็นตอนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกได้ว่ายอดมนุษย์ใจร้าย

ยอดมนุษย์จะใจร้ายอีกครั้งในตอน Monster Graveyard วิญญาณสัตว์ประหลาดในสุสานอวกาศหลุดมาที่โลก มันเดินหงอยเหงาเศร้าสร้อยเตะก้อนหินไปเรื่อยๆ มิได้ตั้งใจจะทำลายเมือง หน่วยวิทยะทำพิธีสวดส่งวิญญาณในขณะที่ยอดมนุษย์ไล่ต้อนมันเกาะจรวดเพื่อจะได้ยิงออกนอกโลกกลับไปสุสาน

แม้ว่ายอดมนุษย์จะตั้งใจดี แต่วิธีการนั้นทารุณ วิญญาณสัตว์ประหลาดในชุดยางระบายสีเป็นโครงกระดูกก็ดูน่าขันเสียจนร้องไห้มิได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...