โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เครื่องสำอางหมดอายุวันไหน ดูอย่างไร ?

Campus Star

เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2561 เวลา 11.56 น.
เครื่องสำอางจำพวกอายส์เมคอัพจะหมดอายุเร็วที่สุด เมื่อใช้นานประมาณ 3 เดือนแล้วไม่ควรใช้ต่อไป เนื่องจากมีแบคทีเรียปนเปื้อน และสารกันบูดอ่อนฤทธิ์ลง เมื่อเผลอเข้านัยน์ตา จะทำให้เยื่อบุตาอักเสบ อีกทั้งแป้งรองพื้นก็เช่นกัน

เครื่องสำอางที่หมดอายุอาจเป็นสาเหตุของปัญหาผิวหน้า เช่น สิว ฝ้า กระ หรือ ผื่นแพ้ต่างๆ อาจก่อให้เกิดโรคผิวหนังเรื้อรัง เยื่อบุตาอักเสบ ปากเปื่อยได้อีกด้วยดังนั้น สาวๆ จึงควรสังเกตวันหมดอายุก่อนใช้ และถ้าชิ้นไหนหมดอายุแล้วก็ให้โละทิ้งอย่าเสียดายไปเลยค่ะ เพราะนอกจากสาวๆ จะเสี่ยงต่ออาการแพ้สารเคมีต่างๆ ที่อยู่ในเครื่องสำอางสังเคราะห์ที่นำมาใช้กันแล้วนั้น การเสี่ยงต่อเครื่องสำอางที่หมดอายุก็มีไม่แพ้กันค่ะ วันนี้เรามีมีหลักพิจารณาว่าเครื่องสำอางหมดอายุหรือยังแบบง่ายๆ มาให้เช็คกันค่ะ

เครื่องสำอางหมดอายุวันไหน ดูอย่างไร

ลิควิดอายไลเนอร์ และมาสคาร่า

มีอายุการใช้งานเพียง 3-6 เดือน หลังการเปิดใช้ครั้งแรก เนื่องจากด้ามแปรง ที่ปัดขนตาเป็นที่สะสมของแบคทีเรีย จนอาจจะทำให้เกิดการอักเสบของผิวบอบบางรอบดวงตาได้ค่ะ

ครีมรองพื้น

มีอายุการใช้งาน 1 ปีหลังการเปิดใช้ครั้งแรกสำหรับแบบผสมน้ำ แต่ถ้ามีน้ำมันผสมสามารถใช้ได้ถึง 1 ปีครึ่ง ควรเก็บไว้ในตู้เย็น ปิดฝาให้สนิทจะทำให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น และอย่านำรองพื้นมาทาที่ผิวหน้าโดยตรง ควรใช้แปรงหรือฟองน้ำ ถ้ามีกลิ่นเหม็นหืน หรือเนื้อครีมเปลี่ยนสีต้องทิ้งทันที

น้ำยาทาเล็บ

มีอายุการใช้งาน 1 ปี หลังการเปิดใช้ครั้งแรก ควรหมั่นเขย่าขวดบ่อยๆ ช่วยไม่ให้น้ำยาทาเล็บเกาะตัวกัน แต่ถ้าน้ำยาจับตัวกันจนแข็งควรใช้ใช้น้ำยาล้างเล็บผสมลงไปผสมแล้วเขย่า จะสามารถทำให้น้ำยาเหลวได้เหมือนเดิม

น้ำหอม

ควรเก็บให้ห่างแสงแดดและความร้อน จะทำให้สามารถเก็บได้นานถึง 3 ปี แต่ถ้าเปิดใช้แล้วจะอยู่ได้ราว 1 ปีครึ่ง ถ้ามีกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนแรง หรือน้ำหอมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองไม่ควรใช้ต่อ

เมคอัพเนื้อครีม

เช่น ลิปสติก ดินสอเขียนขอบปากขอบตา บรัชออน อายแชโดว์แบบครีม มีอายุใช้งาน 2 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก และอย่าใช้มือสัมผัสโดยตรง ควรใช้แปรงแตะเนื้อครีมแทน ส่วนลิปกลอสนั้นมีอายุใช้งานเพียง 1 ปีเท่านั้น

ครีมบำรุงผิว

ให้ลองสังเกตวันหมดอายุข้างกล่อง ระบุคำว่า MFD หรือ MFG คือวันผลิต มีอายุการใช้งาน 1 ปี หลังการเปิดใช้ครั้งแรก แต่ส่วนใหญ่ให้ดูสัญลักษณ์คล้ายรูปกระป๋องเปิดฝาที่ข้างบรรจุภัณฑ์ เช่น มีตัวเลข 12M อยู่ในกระป๋องแปลว่าหลังจากเปิดใช้มีอายุ 12 เดือน เป็นต้น

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สาวๆ ก็ควรเพิ่มความระมัดระวัง และช่างสังเกตเครื่องสำอางที่เราใช้ให้มากขึ้นนะคะ เพราะเครื่องสำอางในแต่ละแบรนด์ก็มีอายุการใช้งานแตกต่างกันไป รวมทั้งการเก็บรักษาก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งด้วยค่ะ

MFG หมายถึง วันเดือนปีที่ผลิต (Manufactured) 23 เมษายน 2010 หมดอายุ 23 เมษายน 2021

ผลสำรวจวิเคราะห์มาว่า มีแค่ 25% ที่สนใจวันหมดอายุ

เพราะผลจากการสำรวจวิเคราะห์ออกมาแล้วว่า มี สาวๆ จำนวนแค่ 25% เท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบ และสังเกตวันหมดอายุการใช้งานของเครื่องสำอางที่กำลังตัดสินใจซื้อ หรือที่กำลังใช้อยู่เป็นประจำ

เครื่องสำอางที่ดี และมีคุณภาพ

โดยเครื่องสำอางที่ดี และมีคุณภาพนั้นจะต้องระบุ วันเดือนปีที่ผลิต (Manufactured) พร้อมวันหมดอายุ “Best Before” หรือคำว่า “Exp.” อยู่บนฉลากผลิตภัณฑ์

และที่น่าตกใจมากที่สุดก็คือ ผู้หญิงอีก 75% ที่เหลือละเลย และไม่ใส่ใจว่าเครื่องสำอางที่หยิบมาใช้เป็นประจำนั้นหมดอายุการใช้งานแล้วหรือยัง แม้จะมีกลิ่นและสีผิดเพี้ยนไปจากเดิมก็ตาม จากการที่จะช่วยบำรุงผิวของเราให้สวย ที่อุตส่าห์ดูแลกันมาตลอดเวลา ก็กลายเป็นความอันตรายที่แอบแฝงไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้งของสาวๆ ทุกคนนั่นเองค่ะ

การที่สาวๆ ละเลยวันหมดอายุของเครื่องสำอาง แล้วยังนำมาใช้อย่างปกตินั้น อาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการอักเสบตามมา จนทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดผดผื่น บวมแดง เพราะสารเคมีหมดอายุและเชื้อแบคทีเรียที่ซ่อนตัวอยู่ด้วย ซึ่งแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญได้ระบุว่า เครื่องสำอางจำพวกอายส์เมคอัพจะหมดอายุเร็วที่สุด เมื่อใช้นานประมาณ 3 เดือนแล้วไม่ควรใช้ต่อไป เนื่องจากมีแบคทีเรียปนเปื้อน และสารกันบูดอ่อนฤทธิ์ลง เมื่อเผลอเข้านัยน์ตา จะทำให้เยื่อบุตาอักเสบ

อีกทั้งแป้งรองพื้นก็เช่นกัน หากนานเกินหนึ่งปี อาจจะทำให้เกิดอักเสบ ผิวหนังระคายเคือง บวมแดง ส่วน เครื่องสำอางที่ใช้กับบริเวณที่บอบบางมากๆ เช่น ดวงตาอย่างอายไลเนอร์หรือ มาสคาร่าไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น เพราะอาจเกิดการติดเชื้อโดยบังเอิญได้ รวมทั้งลิปสติกควรใช้พู่กันทาปากแต้มเนื้อลิปสติก ดีกว่าการใช้ทาลงบนริมฝีปากโดยตรง เพราะจะทำให้เนื้อลิปสติกปลอดจากการปนเปื้อนของแบคทีเรียและอยู่ได้นานยิ่งขึ้น

แต่ก็เป็นเรื่องปวดหัวให้สาวๆ กันอีกเช่นเคย เพราะเครื่องสำอางส่วนใหญ่มักจะบอกเฉพาะวันที่ผลิตเท่านั้น ต้องอาศัยการดมกลิ่นเข้าช่วยนั่นแหละนะในบางที อย่าเสี่ยงเลยจะดีกว่า

บทความแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...