โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เวนคืนมอเตอร์เวย์หาดใหญ่-สะเดาพุ่ง ที่ดินสวนยางวาละล้าน-ดึงเอกชนร่วมทุน 30 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 03 พ.ค. 2561 เวลา 10.20 น.

“อาคม” เร่งชงบอร์ด PPP เคาะลงทุนมอเตอร์เวย์ “หาดใหญ่-สะเดา” มูลค่ากว่า 5.7 หมื่นล้าน แลกสัมปทานเก็บค่าผ่านทาง 30 ปี บูมเศรษฐกิจชายแดนไทย-มาเลเซีย เวนคืน 5,290 ไร่ ราคาที่ดินกระฉูดวาละ 1 ล้าน กระทบชิ่งจ่ายชดเชยทะลุ 6.9 พันล้าน กรมทางหลวงเตรียมรีเช็กข้อมูล หวั่นซ้ำรอยบางใหญ่-กาญจน์ บิ๊กรับเหมา ค้าปลีก ทางด่วน สนใจพรึ่บ

 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายในปีนี้กระทรวงคมนาคมจะเร่งผลักดันโครงการลงทุนก่อสร้างมอเตอร์สายหาดใหญ่-ชายแดนไทย-มาเลเซีย (สะเดา) ระยะทาง 62.59 กม. ซึ่งบรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติการเร่งด่วน (Action Plan) ปี 2561 ให้ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการ PPP และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเดินหน้าประกวดราคาในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 จากนั้นกลางปีเซ็นสัญญาและเริ่มการก่อสร้าง จะใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี ตามแผนพร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2565-2566

ลงทุน 5.7 หมื่นล้าน

สำหรับโครงการนี้กรมทางหลวง (ทล.) จะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนรูปแบบ PPP net cost ระยะทาง 33 ปี แบ่งเป็นระยะออกแบบก่อสร้าง 3 ปี และบริหารโครงการพร้อมบำรุงรักษาโครงการ 30 ปี ทั้งโครงการใช้เงินลงทุน 57,022 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 37,399 ล้านบาท ประกอบด้วย งานทางและโครงสร้าง 27,424 ล้านบาท ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 6,974 ล้านบาท งานระบบ 2,856 ล้านบาท และค่าลงทุนระยะเริ่มต้น 145 ล้านบาท ที่เหลือ 19,623 ล้านบาท เป็นวงเงินค่าบริหารและบำรุงรักษาโครงการ (O&M) ประกอบด้วยค่าบำรุงรักษา 12,440 ล้านบาท และค่าดำเนินงาน 7,183 ล้านบาท

“การลงทุนแบ่ง 2 ระยะ คือ ระยะแรกเอกชนเป็นผู้ออกแบบ จัดหาเงินทุน ก่อสร้างโครงการทั้งหมด โดยรัฐเป็นผู้เวนคืนที่ดิน และระยะที่ 2 เอกชนเป็นผู้ดำเนินงานและบำรุงรักษาทั้งโครงการตลอดระยะเวลาสัญญา 30 ปี โดยรายได้มาจากค่าผ่านทางและรายได้เชิงพาณิชย์จากศูนย์บริการทางหลวง ซึ่งตลอดเส้นทางมี 1 แห่ง บริเวณอำเภอหาดใหญ่ แบ่งเป็น 2 ฝั่ง ด้านทิศตะวันออกพื้นที่ 71 ไร่ และด้านทิศตะวันตกพื้นที่ 48.5 ไร่”

ค่าผ่านทางเริ่มต้น 10 บาท

นายอาคมกล่าวอีกว่า ขณะที่อัตราค่าผ่านทางจะใช้ระบบอัตโนมัติ (ETC) เป็นแบบไม่มีไม้กั้นและไม่ใช้บัตร เพื่อแก้ปัญหารถติดหน้าด่านเก็บเงิน ตลอดจนการเชื่อมต่อระบบการเดินทางด้วยบัตรใบเดียวหรือตั๋วร่วมเก็บตามระยะทางที่ใช้จริง มีคิดค่าแรกเข้าอยู่ที่ 10 บาท จากนั้นคิดเพิ่มกิโลเมตรละ 1.25 บาท เมื่อรวมตลอดเส้นทางจะมีอัตราค่าผ่านทางรวมอยู่ที่ 88 บาท

เมื่อสร้างเสร็จและเปิดให้บริการแล้ว คาดว่าจะมีปริมาณการจราจรเริ่มต้นในปี 2567 อยู่ที่ 20,910 คัน และมีรายได้จากค่าผ่านทาง 478 ล้านบาทต่อปี จากนั้นในปี 2596 ปริมาณการจราจรจะเพิ่มเป็น 46,050 คัน คิดเป็นการเติบโต 125% เช่นเดียวกับรายได้จะมีปริมาณการเติบโต 348% อยู่ที่ 2,145 ล้านบาท ทั้งนี้เมื่อรวมรายได้ตลอด 30 ปีของมอเตอร์เวย์สายนี้จะอยู่ที่ 41,767 ล้านบาท

ร่นเวลาเดินทางเหลือ 60 นาที

ทั้งนี้มอเตอร์เวย์สายนี้จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่กระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ควบคู่ไปกับเพิ่มมูลค่าการค้าด่านชายแดนไทย-มาเลเซียหรือด่านสะเดา ซึ่งเป็น 1 ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งมียอดการค้า 3.2 แสนล้านบาทต่อปี และยังสามารถลดต้นทุนการขนส่งและระยะเวลาเดินทางได้เกือบครึ่งหนึ่ง จากเดิม 90 นาทีเหลือไม่ถึง 60 นาที

และยังเป็นเส้นทางสายใหม่ที่จะกลายมาเป็นเส้นทางสายหลักส่งเสริมการค้าชายแดนและลดปัญหาจราจรแออัดบริเวณด่านชายแดน เนื่องจากปัจจุบันเริ่มปริมาณขนส่งสินค้ามากขึ้น ทำให้รถติดจนต้องลงทุนก่อสร้างด่านศุลกากรแห่งที่ 2 ที่ด่านชายแดนสะเดา ในอนาคตจะแยกเส้นทางรถยนต์ส่วนบุคคลและรถบรรทุกรวมถึงรถทัวร์โดยสารสาธารณะออกจากกันแบบด่านชายแดนของประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์เพื่อแก้เรื่องความแออัดดังกล่าว

ราคาที่ดินทะลุ 1.5 ล้าน/วา

แหล่งข่าวจากกรมทางหลวงกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้จะเปิดพื้นที่พัฒนาใหม่ เนื่องจากตลอดแนวเส้นทางจะเวนคืนสร้างถนนใหม่ มีแนวเวนคืนกว้าง 80 เมตร คาดว่าจะมียอดเวนคืนเป็นที่ดิน 5,290 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นสวนยาง 2,856 ไร่

อาคารและสิ่งปลูกสร้าง 291 หลัง ในเบื้องต้นที่ปรึกษาประเมินจะมีค่าเวนคืน 6,974 ล้านบาท แต่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาที่ดินปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้นมาก ล่าสุดที่ดินบริเวณด่านสะเดาแห่งที่ 2 อยู่ที่ตารางวาละ 1.5 ล้านบาท อีกทั้งยังต้องจ่ายค่าทดแทนให้กับเจ้าของสวนยางที่ถูกเวนคืนด้วย

“ขณะนี้กรมทางหลวงกำลังจะสำรวจยอดผู้ถูกเวนคืนที่แท้จริง เพื่อประเมินค่าชดเชย และออก พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน คาดว่าจะใช้เวลา 8 เดือน ถึง 1 ปีในการดำเนินการ จากนั้นจะเริ่มเวนคืนให้แล้วเสร็จบางส่วนก่อนส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนเพื่อก่อสร้างโครงการ จะได้ไม่มีปัญหาเหมือนกับสายบางใหญ่-กาญจนบุรี”

เวนคืน 4 อำเภอ

สำหรับแนวเส้นทางมอเตอร์เวย์หาดใหญ่-สะเดา พาดผ่านพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา โดยจุดเริ่มต้นโครงการอยู่บริเวณจุดตัดกับถนนเพชรเกษม กม.1242+135 บริเวณ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา แนวสายทางมุ่งหน้าลงด้านทิศใต้ มีจุดสิ้นสุดโครงการที่ชายแดนไทย-มาเลเซียบริเวณที่ตั้งของด่านศุลกากรสะเดา แห่งที่ 2 อ.สะเดา จ.สงขลา

ในช่วง กม.11+630 จะมีทางเชื่อมระยะทาง 7.83 กม. เชื่อมต่อการเดินทางสู่สนามบินหาดใหญ่ และทางหลวงหมายเลข 4135 (ถนนเข้าสนามบินหาดใหญ่) ส่วนการออกแบบจะเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร มีการควบคุมทางเข้าออกอย่างสมบูรณ์ มีด่านเก็บค่าผ่านทาง 4 ด่าน พร้อมมีที่พักริมทาง 1 แห่ง

เอกชนไทย-เทศสนใจตรึม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2561 กรมทางหลวงได้จัดทดสอบความสนใจภาคเอกชน มีเอกชนจากหลากหลายประเทศเข้าร่วมรับฟังทั้งจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย อาทิ บริษัท Vinci Concession, บริษัท UEM Grouo Berhad บริษัท Sojitz บริษัท Egis บริษัท Mitsubishi

ขณะที่เอกชนจากประเทศไทยมีกลุ่มทุนใหญ่ อาทิ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์, บมจ.ช.การช่าง, บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น, บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น, บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) รวมถึงกลุ่มยักษ์ใหญ่ค้าปลีกอย่าง บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...