โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตร.ภูธรภาค 1 คุมตัว ‘เสี่ยไฮ้ – สันติ’ พร้อม ‘แจ๊ค-นิวัฒน์’ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ร่วมกันฆ่าฯ-อำพรางศพ “กลิ่นเกสร วงษ์สิงห์” แถลงข่าว เตรียมฝากขัง ค้านประกันตัว

สวพ.FM91

อัพเดต 25 ธ.ค. 2562 เวลา 05.15 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2562 เวลา 05.14 น.

จากกรณี พบรถยนต์  หมายเลขทะเบียน 4กฐ- 6348 กรุงเทพมหานคร จมน้ำคลองชลประทาน ชัยนาท-ป่าสัก จ.สระบุรี พร้อมโครงกระดูกมนุษย์  เชื่อมโยงกับคดี การหายตัวของ  นางสาวกลิ่นเกษร วงษ์สิ่ง อายุ 33 ปี ชาว จ.ชัยนาท เมื่อปี 2559  
 
วันที่ 25 ธันวาคม 2562 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1),  พล.ต.ต.เอกภพ  ประสิทธิ์วัฒนชัย, พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1)  พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบก.สส.บช.ภ.1) และ พล.ต.ต.ชัยน์วัฒน์ อรัญวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี (ผบก.ภ.จว.สระบุรี) ร่วมแถลงจับกุม นายสันติ หรือ เสี่ยไฮ้ จึงทองดี อายุ 62 ปี และนายนิวัฒน์ หรือแจ๊ค เฉลิมวัฒน์ อายุ 36 ปี  2 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 294, 293/2563 ลง 24 ธันวาคม 2562 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทําลายศพฯ, ร่วมกันทําให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทําลายศพฯ, ร่วมกันกระทำการใดแก่ศพในประการที่น่าจะทําให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปเพื่ออําพรางคดี” โดยจับกุมตัวได้ในบริษัท ห้าดาวเคมีภัณฑ์ จํากัด ตำบลพระพุทธบาท  อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
 
พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) เปิดเผยว่า  เมื่อวันที่ 13  พฤศจิกายน 2559  นางลั่นทม วงษ์สิงห์ อายุ 57 ปี ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.พระพุทธบาท ว่า  นางสาวกลิ่นเกสร วงษ์สิงห์ อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นบุตรสาว หายตัวไป กระทั่งเช้าวันที่ 9 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา มีพลเมืองดีแจ้งตำรวจ สภ.หนองโดน ว่า พบรถยนต์จมน้ำอยู่กลางคลองชลประทาน ชัยนาท-ป่าสัก ต.บ้านโป่ง อ.หนองโดน จ.สระบุรี ก่อนเข้าตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว  โดยภายในรถยนต์พบผ้าปูที่นอนห่อโครงกระดูกมนุษย์, ซิลิโคน, เสื้อผ้า  เอกสารและบัตรหลายรายการ  เมื่อนำโครงกระดูกมนุษย์ไปตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม ดีเอ็นเอ จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พบว่า โครงกระดูกมนุษย์ที่พบ มีความสัมพันธ์ระหว่างนางลั่นทม กับนางสาวกลิ่นเกสร  เป็นมารดาและบุตรกันตามหลักถ่ายทอดพันธุกรรม  
 
ขณะที่การตรวจสอบรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ทะเบียน 4กฐ 6348 กรุงเทพมหานคร  กรมการขนส่งทางบก ยืนยันชื่อผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าว  คือ นางสาวกลิ่นเกสร ผู้ตาย รวมถึงเอกสารและสิ่งของต่างๆ บนรถ จึงยืนยันได้ว่าโครงกระดูกที่พบในรถ คือ นางสาวกลิ่นเกสร บุตรสาวของนางลั่นทม ที่มีการแจ้งความหายไว้ตั้งแต่ปี 2559
 
พล.ต.ท.อำพล กล่าวว่า   จากการสอบสวนทราบข้อเท็จจริงพบว่า  นางสาวกลิ่นเกสร ได้คบหากับนายสันติ ก่อนมีเหตุขัดแย้งทะเลาะวิวาทกันเรื่องความหึงหวง กระทั่งผู้ตายหายตัวไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ วัตถุพยานที่พบบนศพ ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าโรงงานที่เกิดเหตุ รวมถึงการสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆ จนทราบถึงความใกล้ชิดระหว่าง ผู้ต้องหา กับ ผู้ตาย และสถานที่สุดท้ายที่ ผู้ตาย เดินทางไป คือ โรงงานปุ๋ยดังกล่าว  เชื่อได้ว่า เป็นสถานที่ก่อเหตุฆาตกรรม
 
อย่างไรก็ตาม สาเหตุการเสียชีวิตนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบเนื่องจากไม่มีภาพวงจรปิดที่เห็นภาพ ก่อนจะใช้ผ้าปูที่นอนจากบ้านนายสันติ ห่อหุ้มศพผู้ตายไว้ แล้วนํามาทิ้งลงน้ำพร้อมกับรถยนต์เพื่ออําพรางคดี จนคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดสระบุรีอนุมัติหมายจับนายสันติ และนายนิวัฒน์ ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทที่ได้ร่วมกระทำผิด จนสามารถติดตามจับกุมตัวทั้งคู่ได้ในที่สุด
 
“ในชั้นจับกุม  ผู้ต้องหา ทั้ง 2 คน ยังให้การปฏิเสธ  แต่ให้การเป็นประโยชน์ในบางประเด็น   ไม่มีการพูดถึงเรื่องความหึงหวง  เจ้าหน้าที่เชื่อว่า  ยังมีผู้ร่วมก่อเหตุอีก  ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ส่วนขั้นตอนต่อจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะคุมตัวสองผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลจังหวัดสระบุรี ฝากขังผัดแรก ในวันพรุ่งนี้ (26 ธ.ค.) พร้อมสั่งค้านประกันตัวเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน” พล.ต.ท.อำพล กล่าว
 
ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรภาค 1  คุมตัวนายสันติ และนายนิวัฒน์ ขึ้นรถตู้ของ สภ.แก่งคอย  เพื่อเดินทางไปสอบปากคำต่อ  ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าว สอบถามถึงแรงจูงใจการก่อเหตุ หรือต้องการยืนยันความบริสุทธิ์หรือไม่ นายสันติ ปฏิเสธไม่ตอบคำถามใดๆ โดยพยายามยกมือปิดบังใบหน้า
 
ด้านทีมทนายความส่วนตัวของนายสันติ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การปฏิเสธตามสิทธิ์ผู้ต้องหา  และยืนยันความบริสุทธิ์ ทั้งยังไม่มีความกังวล  ขณะเดียวกัน มีการเตรียมยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว ทางครอบครัว ผู้ต้องหา จะรวบรวมหลักทรัพย์เพื่อขอยื่นประกันกับศาลต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...