โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สตาร์ทอัพสกินแคร์พันธุ์อึด ส่งทดสอบหน่วยซีล

Businesstoday

เผยแพร่ 21 พ.ย. 2562 เวลา 00.16 น. • Businesstoday

สองลูกหม้อวงการบิวตี้ ตั้งเป้าพัฒนาผลิตภัณฑ์สกินแคร์ประสิทธิภาพสูง “เอาอยู่”แม้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า ส่งผลิตภัณฑ์ทดสอบหน่วยปฏิบัติการพิเศษกองทัพอเมริกัน

หากถามทหารส่วนใหญ่ว่าอะไรเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้และต้องพกติดตัวไปยามปฏิบัติหน้าที่ คำตอบที่ได้อาจทำให้หลายคนประหลาดใจ เพราะสิ่งนั้นคือ ผ้าเช็ดทำความสะอาดผิวเด็ก หรือทิชชู่เปียก

Benjamin Bernet หนึ่งในสองลูกหม้อวงการบิวตี้ ให้เหตุผลว่าเนื่องจากทหารเหล่านี้ไม่ทราบว่าครั้งต่อไปที่จะได้อาบน้ำหรือได้ใช้ห้องน้ำ จะเป็นเมื่อไร

แต่ทิชชู่เปียกทั่วๆ ไป มักขาดง่าย อีกทั้งยังมีปัญหาเกี่ยวกับแพคเกจ เพราะถ้าซองถูกฉีกแล้ว ทิชชู่จะแห้งไว

ดังนั้น Bernet กับ Justin Guilbert จึงร่วมกันก่อตั้ง Bravo Sierra อันเป็นสตาร์ทอัพแห่งแรกที่มุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความ”เข้ม”ระดับกองทัพ หรือรับการกรำงานหนัก ไม่ว่าจะเป็นคลีนเซอร์ มอยส์เจอไรเซอร์ ลิปบาล์ม โรลออน ซึ่งใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มทหารและผู้บริโภคที่มองหาสกินแคร์ประสิทธิภาพสูง

แน่นอนว่า สินค้าเด่นของบริษัท คือทิชชู่เปียกที่ทำจากวัสดุผ้าซึ่งสามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้ 100% ประกอบด้วยสารต้านแบคทีเรีย และสามารถใช้ทำความสะอาดหรือเช็ดได้ทั้งตัว โดยแต่ละผืนแยกห่อกัน

ก่อนออกวางตลาด ทางบริษัทได้นำสินค้าชนิดนี้ไปทดสอบกับทหาร 1,000 นายประจำหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยจู่โจมกองทัพบกสหรัฐ หน่วยรบพิเศษกรีนเบอเรต์ หน่วยซีล และหน่วยรบพิเศษใหม่ของนาวิกโยธินสหรัฐ แม้แต่ชื่อแบรนด์ Bravo Sierra เองก็มีกลิ่นอายของกองทัพ

Guilbert อธิบายว่า ไอเดียของการเอาใจใส่ร่างกาย น่าจะเข้ากับไลฟ์สไตล์ของทหาร เพราะในช่วงปฏิบัติหน้าที่นั้นทั้งร่างกายและจิตใจต้องมีความพร้อมขั้นสูงสุด เนื่องจากหลายชีวิตฝากไว้กับทหาร

สองผู้ร่วมก่อตั้ง Bravo Sierra อยู่ในแวดวงสกินแคร์มานาน โดย Bernet เคยเป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดทั่วโลกด้านผลิตภัณฑ์เพื่อผู้ชายของ Kiehl ทั้งยังเคยร่วมงานกับ L’Oréal และ Glossier ส่วน Guilbert เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายการตลาดของ Garnier กับ Maybelline ทั้งยังร่วมก่อตั้งบริษัทผลิตน้ำผลไม้ Harmless Harvest

Guilbert ซึ่งปู่เป็นทหารผ่านศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝันที่จะทำแบรนด์อะไรสักอย่างเกี่ยวกับทหารมานานแล้ว และเล็งเห็นโอกาสที่จะตอบสนองความต้องการของทหาร ขณะเดียวกันก็สามารถเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่อยากสนับสนุนกองทัพได้ด้วย โดยเขาไม่ได้พุ่งเป้าไปที่สถาบัน แต่เน้นไปที่ทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่มากกว่า สินค้าของบริษัทผลิตในสหรัฐและบริจาค 5% ของยอดขายเข้าโครงการเพื่อครอบครัวและขวัญกำลังใจทหาร รวมถึงโครงการเพื่อสวัสดิการทหาร

สินค้าไลน์นี้เปิดตัวเมื่อเดือนส.ค. และตั้งราคาไม่สูง คือชิ้นละ 5-14 ดอลลาร์ หรือประมาณ 150-420 บาท

สินค้าชิ้นแรกที่เริ่มพัฒนาคือครีมโกนหนวด หลังจากไปสอบถามทหารว่าโกนหนวดกันยังไง และได้คำตอบว่าส่วนใหญ่มีแค่น้ำเย็น บางคนไม่มีน้ำสำหรับโกนหนวดเลย สตาร์ทอัพแห่งนี้จึงใช้สารทำละลายที่ได้จากมะพร้าวและมีความอ่อนโยนเป็นพิเศษ โดยสามารถใช้ได้ทั้งแบบมีน้ำและไม่มีน้ำ จากนั้นส่งไปให้ทหารที่ประจำการอยู่ฐานทัพต่างๆ ทดลองใช้ ปรากฏว่ามีการบอกต่อกันอย่างรวดเร็ว ถือเป็นการโฆษณาสินค้าไปในตัว เพราะทหารอเมริกันที่ประจำการ มีจำนวนกว่า 1.3 ล้านนาย และที่ปลดประจำการแล้วจำนวนกว่า 10 ล้านคน

Guilbert บอกว่าสินค้าขายได้ตามฐานทัพต่างๆ รวมถึงฐานทัพบนเกาะโอกินาวาและรัฐรัมสไตน์ในเยอรมนี สะท้อนว่าสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้จำนวนมาก นอกจากนั้น แบรนด์น้องใหม่แบรนด์นี้ยังพุ่งเป้ากลุ่มนักกีฬาอีกด้วย เพราะกลยุทธ์การตลาดที่มุ่งมัดใจทหารนั้น สะท้อนความมีประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ เนื่องจากหากผลิตภัณฑ์สามารถใช้ได้ดีกับทหารที่สมบุกสมบัน ก็น่าจะดีพอสำหรับผู้บริโภคกลุ่มอื่นๆ ที่มีกิจกรรมอย่างไปตั้งแคมป์หรือไปออกกำลังกาย

นอกจากนั้น บริษัทยังเล็งเห็นว่ายังมีช่องว่างอยู่ในส่วนของผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย ที่ราคาพอซื้อหาได้และใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ

ยอดขายของสตาร์ทอัพน้องใหม่ จะผ่านหลักล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้ แถมยังระดมทุนมาได้ 6.7 ล้านดอลลาร์จากกองทุนเพื่อการร่วมลงทุนอีกด้วย

ขณะที่บริษัท CB Insights ชี้ว่าตลาดสกินแคร์สำหรับผู้ชายกำลังเติบโต โดยเมื่อปีที่แล้วผู้ชายใช้เงิน 6,900 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 200,000 ล้านบาทไปกับผลิตภัณฑ์สกินแคร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...