โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

ย้อนที่มาอนุสาวรีย์ "พระเจ้าตาก" ที่วงเวียนใหญ่ นับสิบปี กว่าส.ส.ธนบุรี จะผลักดันสำเร็จ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 28 ธ.ค. 2563 เวลา 08.41 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2563 เวลา 08.18 น.

ย้อนที่มาอนุสาวรีย์ “พระเจ้าตาก” ที่วงเวียนใหญ่ หลายสิบปี กว่าส.ส.ธนบุรีจะทำสำเร็จ

พระเจ้าตาก – วันที่ 28 ธันวาคม นับเป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระมหากษัตริย์แห่งกรุงธนบุรี ซึ่งในแต่ละปี จะมีคณะบุคคล องค์กรต่างๆ และประชาชน ร่วมไปถวายบังคมพระเจ้าตากสินมหาราชในพื้นที่ต่างๆที่มีพระราชานุสาวรีย์อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช ที่วงเวียนใหญ่ ซึ่งแต่ละปี ไม่เพียงแต่มีประชาชนเข้ามาแสดงความเคารพ แต่ยังจะมีงานประจำปีที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองอีกด้วย

สำหรับที่มา อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ที่วงเวียนใหญ่ ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน โดยเฉพาะชาวฝั่งธนบุรีนั้น เนื้อหาจากบทความเรื่อง “ข้อมูลใหม่เรื่อง ‘พระเจ้าตากสิน’ ว่าด้วย เมืองตาก – อนุสาวรีย์ที่วงเวียนใหญ่-นครศรีธรรมราช” โดย วิภา จิรภาไพศาล ที่เผยแพร่ผ่าน หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน เมื่อปี 2561 ระบุว่า

“ใครๆ ต่างรู้จักพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินที่วงเวียนใหญ่ หากค้นคว้าในวิกิพีเดียก็จะรู้ลึกลงไปอีกว่า ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ออกแบบ และมีพระราชพิธีเปิดและถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ.2497 ฯลฯ

แต่กว่าที่พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้จะแล้วเสร็จ มีบุคคลที่ริเริ่ม ผลักดัน เกาะติดอย่างต่อเนื่องจนก่อสร้างแล้วเสร็จ คงต้องยกเครดิตนี้ให้ ทองอยู่ พุฒพัฒน์ กับเวลา 32 ปี (พ.ศ.2465-97) ในการทำงานนี้

ทั้งนี้ ส.ส.ทองอยู่  พุฒพัฒน์ (พ.ศ.2442-2514) เป็นคนบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี เรียนจบจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วเป็นครูตั้งแต่อายุ 23 ปีที่โรงเรียนฝึกหัดครูวัดบวรนิเวศ กรุงเทพฯ

ครูทองอยู่ต้องสอนวิชาประวัติศาสตร์ จึงต้องค้นคว้าหลักฐาน และพบว่า เรื่องราวของพระเจ้าตากได้ผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่ควรจะเป็น ครูทองอยู่จึงได้เห็นพระราชกรณียกิจของพระเจ้าตากมากมายที่พึงได้รับการยกย่องให้เป็นมหาราช และพระองค์พึงมีอนุสาวรีย์ที่จังหวัดธนบุรี

ต่อมา พ.ศ.2465 ในระหว่างที่นายทองอยู่เป็นครูที่โรงเรียนฝึกหัดครูวัดบวรนิเวศ เสนอความคิดเรื่องพระบรมราชานุสาวรีย์กับเพื่อนครู แต่ถูกมองเป็นเรื่องขบขันที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าใครขืนอุตริกระทำขึ้นก็อาจนำภัยเข้ามาสู่ตัวเอง

แต่เขาไม่เคยละทิ้งความตั้งใจ เมื่อมีการเลือกตั้งครั้งแรกหลังปฏิวัติ 2475 ครูทองอยู่จึงลาออกมาสมัคร ส.ส. และได้รับเลือกให้เป็น ส.ส. จังหวัดธนบุรีคนแรก ส.ส. ทองอยู่จึงผลัดดันการสร้างราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากตั้งแต่นั้น เป็นต้นมา

ปี พ.ศ.2477 ส.ส. ทองอยู่ จึงเชิญประชุมผู้แทนตำบลของจังหวัดธนบุรีทั้งหมด เพื่อหารือเรื่องพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินอีก

เมื่อรัฐบาลเห็นชอบในหลักการ แต่กลับไม่คืบหน้า นายทองอยู่ก็ทำหนังสือถึง พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น รวมถึงจัดตั้งคณะกรรมการและพากันเข้าเฝ้า พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เพื่อขอความร่วมพระทัยในการสร้าง

นายทองอยู่ ยังติดตามเรื่องการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินอย่างต่อเนื่อง เข้าพบนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นๆ อีกหลายรัฐบาล จนเริ่มมีการออกแบบ กระทั่งอีก 10 ปีต่อมา ปี 2492 อดีต ส.ส.ทองอยู่ ซึ่งตอนนั้นเป็นประธานสภาเทศบาลนครธนบุรี ได้ร่วมกับ ส.ส.จังหวัดธนบุรี ชื่อ นายเพทาย โชตินุชิต ผลัดดันให้รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม จัดสร้างอนุสาวรีย์นี้ให้เป็นจริง

โดยทางรัฐบาลตั้งกรรมการขึ้นชุดหนึ่ง และอนุมัติงบประมาณให้ 2 แสนบาท แต่การจัดสร้างทุกอย่างต้องใช้เงิน 5 แสนบาท อดีต ส.ส.ทองอยู่ และคณะจึงรณรงค์หาเงินจนสร้างและเปิดราชานุสาวรีย์นี้ได้สำเร็จในวันที่ 17 เมษายน 2497 ซึ่งวันนี้ถูกคำนวณว่า คือวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดข้อมูลผู้ผลักดันสร้างอนุสาวรีย์ ‘พระเจ้าตาก’ คนแรก เผยคือ ส.ส. ที่เคยเป็นครูประวัติศาสตร์

ข้อมูลใหม่เรื่อง ‘พระเจ้าตากสิน’ ว่าด้วย เมืองตาก-อนุสาวรีย์ที่วงเวียนใหญ่-นครศรีธรรมราช

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...