โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีสังเกต ใบปริญญาปลอม ประกาศนียบัตรปลอม ของต่างประเทศ

Campus Star

เผยแพร่ 20 ก.ย 2562 เวลา 03.35 น.
ใบปริญญาปลอม หรือจริง จะรู้ได้อย่างไร? วิธีสังเกต ใบปริญญาปลอม ประกาศนียบัตรปลอม ของต่างประเทศ ตราประทับในปริญญาบัตรเป็นรอยนูน

ปัจจุบันปัญหา ใบปริญญาปลอม หรือการปลอมวุฒิการศึกษา ได้กลายเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก จะมีวิธีการสังเกต หรือเช็คอย่างไรได้บ้างว่า ใบปริญญานั้นเป็นของจริงหรือปลอม ในบทความนี้ขอเผยแพร่วิธีการพิสูจน์มาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านเป็นเกร็ดความรู้กันค่ะ

ใบปริญญาปลอม หรือจริง จะรู้ได้อย่างไร?

เว็บไซต์ของ HEDD (Higher Education Degree Datacheck) ซึ่งเป็นหน่วยงานให้บริการตรวจสอบคุณวุฒิของผู้สำเร็จการศึกษา รวมทั้งสถานะของสถาบันระดับอุดมศึกษาในสหราชอาณาจักร ได้เผยแพร่วิธีการเบื้องต้น ในการพิสูจน์ว่า ปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตร ที่ได้รับมาเป็นของจริงหรือไม่ ดังต่อไปนี้

1. ตราประทับในปริญญาบัตรเป็นรอยนูน  หรือตราประทับที่เป็นเอกลักษร์ของมหาลัยนั้นๆ

ตรวจดูตราประทับหรือตราที่สลักเป็นรอยนูนในปริญญาบัตร ซึ่งมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักรจะมีตราประทับดังกล่าวทำจากทองคำเปลว และเมื่อยกใบปริญญาขึ้นส่องกับแสงสว่างก็จะเห็นลายโฮโลแกรมหรือลายน้ำได้อย่างชัดเจน

2. ลายเซ็นของผู้ประสาธน์ปริญญาต้องเป็นลายมือเขียนด้วยน้ำหมึกปากกา

ลายเซ็นของผู้ประสาธน์ปริญญาจะต้องเป็นลายมือที่เขียนด้วยน้ำหมึกปากกา ไม่ใช่ลายเซ็นที่พิมพ์ออกมาจากเครื่องพิมพ์ และควรตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยผู้มอบปริญญาบัตรด้วยว่า ตราสัญลักษณ์และตราประทับที่ใช้นั้นมีความถูกต้องตรงกับของมหาวิทยาลัยจริง โดยอาจเปรียบเทียบกับในเว็บไซต์ทางการของมหาวิทยาลัย หรือส่งไปตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยต้นทางโดยตรง

อีกข้อสังเกตเรื่องการใช้ฟอนต์หรือตัวอักษร มีแนวโน้มว่ามหาวิทยาลัยปลอมในต่างประเทศ ชอบออกแบบปริญญาบัตรโดยใช้ตัวอักษรแบบโกธิค (Gothic) เพื่อสื่อว่าประวัติของมหาลัยมีความเก่าแก่และก่อตั้งมายาวนาน แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นแบบตัวอักษรค่อนข้างล้าสมัย เพราะสถาบันอุดมศึกษาจำนวนมากในปัจจุบันได้หันมาใช้แบบตัวอักษรที่ทันสมัยกว่า

3. ของจริงไม่มีคำผิดหรือคำที่พิมพ์ตกหล่น

ใบปริญญาหรือประกาศนียบัตรของจริงจะต้องไม่มีคำผิดหรือคำที่พิมพ์ตกหล่น และถ้าหากมีการใช้ภาษาอังกฤษแบบโอ่อ่าหรูหรา หรือใช้ภาษาโบราณเหมือนในยุคกลางมากเกินไป ก็ถือเป็นอีกข้อสังเกตว่าอาจเป็นใบปริญญาของปลอม อย่างในกรณีของมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร การใช้คำศัพท์ภาษาละตินในปริญญาบัตรมักเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าเป็นสิ่งที่ผิดปกติ เนื่องจากการใช้ภาษาละตินถือเป็นธรรมเนียมที่ใช้กันในสถาบันอุดมศึกษาของสหรัฐฯ เท่านั้น เช่น การเรียกเกียรตินิยมขั้นต้นว่า “คุมเลาเด” (cum laude) แต่ในสหราชอาณาจักร สถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ได้ยกเลิกการใช้คำศัพท์ละตินไปกว่าสิบปีแล้ว โดยใช้ภาษาอังกฤษแท้ เช่น คำว่า “with honours” สำหรับผู้ที่ได้เกียรตินิยมแทน

4. การเขียนชื่อมหาลัย มีการลำดับคำและใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่หรือพิมพ์เล็ก

การเขียนชื่อมหาวิทยาลัย มีการลำดับคำและใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่หรือพิมพ์เล็กอย่างถูกต้องตามชื่อมหาลัยหรือเปล่า? เช่น “มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์” ควรจะต้องสะกดเป็นภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการว่า The University of Manchester ไม่ใช่ Manchester University รวมทั้งตัวอักษร T ในคำว่า The จะต้องเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ ถือเป็นอีกจุดสังเกตที่สามารถบ่งบอกได้เช่นกัน

ภาพ : Mathyas Kurmann

5. ตำแหน่งที่ตั้งมหาวิทยาลัย

ที่อยู่ รหัสไปรษณีย์ รวมไปจนถึงการค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของมหาวิทยาลัยในแผนที่ดาวเทียมอย่าง Google Street View ก็สามารถเป็นอีกข้อสังเกตที่บอกได้ เพราะมหาวิทยาลัยปลอมมักจะให้ข้อมูลที่อยู่ที่ไม่น่าเชื่อถือ ยกตัวอย่างเช่น ลองเอาที่อยู่ไปเสิร์ชหามีบ่อยครั้งที่พบความจริงว่า มหาวิทยาลัยอันเก่าแก่และทรงเกียรติเป็นเพียงห้องแถวเล็ก ๆ ในย่านที่ไม่น่าจะเป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาขนาดใหญ่ได้ หรือไม่ที่อยู่ของบางมหาวิทยาลัยกลับกลายเป็นลานจอดรถ หรือพื้นที่เล็ก ๆ ใกล้วงเวียนกลับรถก็มี

จำไว้ว่าการให้ที่อยู่แบบข้อมูลไม่ครบถ้วน การให้ที่อยู่ที่ดูคล้ายกับบ้านพักอาศัยของคนทั่วไป หรือการใช้ตู้ ปณ. (PO Box) ซึ่งเป็นบริการตู้ไปรษณีย์ให้เช่า ให้สงสัยไว้ได้เลยว่ามหาวิทยาลัยแห่งนั้นอาจไม่ใช่สถาบันการศึกษาที่แท้จริง

6. ชื่อโดเมนหรือโดเมนเนมของเว็บไซต์มหาวิทยาลัย

การสังเกตชื่อโดเมนหรือโดเมนเนมของเว็บไซต์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยปลอมหลายแห่งเลือกใช้ชื่อโดเมน Ascension Island เพื่อให้ได้ตัวย่อ ac ในที่อยู่เว็บไซต์ ซึ่งเหมือนกับตัวย่อจากชื่อโดเมน Academia ที่สถาบันการศึกษาใช้กัน

ภาพ: Mometrix Test Prep

7. ใช้บริการตรวจสอบของมืออาชีพไว้วางใจได้

บางครั้งพวกมิจฉาชีพก็มีเล่ห์เลี่ยมที่แนบเนียนมากขึ้น อาจทำให้ถูกหลอกลวงได้ ดังนั้นแล้วอีกช่องทางที่จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะไม่โดนหลอกลวงก็คือ เลือกใช้บริการผู้ตรวจสอบมืออาชีพที่ไว้วางใจได้ ในสหราชอาณาจักรมีหน่วยงานของรัฐในลักษณะนี้ให้บริการอยู่ พวกเขามีฐานข้อมูลที่ละเอียดเพียงพอในการตรวจสอบคุณวุฒิของผู้สำเร็จการศึกษา หรือตรวจสอบสถานะของมหาวิทยาลัยว่ามีอยู่จริงหรือก่อตั้งถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

“สถานการณ์น่าเป็นห่วงขึ้นทุกที เพราะธุรกิจขายใบปริญญาปลอมเหล่านี้กำลังเติบโตขึ้น และใช้เทคนิคในการหลอกลวงที่ซับซ้อนแนบเนียนขึ้นทุกขณะ” นายจอร์จ กอลลิน หนึ่งในคณะกรรมการบริหารสภาตรวจสอบและรับรองสถาบันอุดมศึกษาของสหรัฐฯ กล่าวแสดงความกังวล

“โรงงานปั๊มปริญญาปลอมทำรายได้อย่างมหาศาล เพียงแค่ลงทุนก่อตั้งเว็บไซต์เท่านั้น คุณก็สามารถขายวุฒิการศึกษาให้กับลูกค้าทั่วโลกได้ในราคาแพง ธุรกิจแบบนี้ในสหรัฐฯ สามารถเรียกค่าปลอมวุฒิแพทยศาสตรบัณฑิตได้ถึงครั้งละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 304,000 บาท)”

“ยากที่จะเชื่อได้ว่าผู้ครอบครองวุฒิการศึกษาปลอมเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อ หรือเป็นฝ่ายถูกมหาวิทยาลัยเก๊หลอกลวง อันที่จริงพวกเขาทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่ากำลังจ่ายเงินซื้อคุณวุฒิในทางลัด การลงเรียนหลักสูตรปริญญาเอกทางไกลเพียงอาทิตย์เดียวแล้วสำเร็จการศึกษาได้ทันทีนั้น ทุกคนรู้อยู่ว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าใครหลงเชื่อว่านี่คือการศึกษาของจริงก็นับว่าโง่เต็มที” นายกอลลินกล่าวทิ้งท้าย

ขอบคุณข้อมูลจาก: bbc.com/thai

บทความแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...