โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระพุทธรูปคันธารราฐ สมัยรัชกาลที่ 1 ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับศิลปะแบบคันธารราฐ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 ก.ย 2568 เวลา 17.24 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2568 เวลา 17.24 น.
พระคันธารราฐ ปางขอฝน สมัยรัชกาลที่ 1 ในหอพระคันธารราฐ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (ขอบคุณภาพจากเพจ หอสมุดพิกุลศิลปาคาร)

พระพุทธรูปคันธารราฐ สมัยรัชกาลที่ 1 ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับศิลปะแบบคันธารราฐ

พระพุทธรูปแบบ “คันธารราฐ” หรือบ้างก็สะกดว่า “คันธาระ” (Gandhara) เป็นพระพุทธรูปยุคแรก ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยอิทธิพลทางศิลปะแบบกรีก ในดินแดนตอนเหนือของอนุทวีปอินเดีย ซึ่งเคยตกอยู่ใต้การครอบครองของชาวกรีกตั้งแต่ครั้งพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งมาซิโดเนียยกทัพมายึดครองไว้ได้

และศิลปะแบบกรีกก็ได้ส่งอิทธิพลต่อช่างฝีมือในการสร้างสรรค์งานประติมากรรมในศาสนาพุทธ ที่เดิมไม่นิยมการสร้างรูปเหมือนของพระพุทธเจ้า แต่มักใช้สัญลักษณ์แทนพระองค์เป็นหลัก และหันมาทำรูปเหมือนตามแบบนิยมของศิลปะกรีก กลายมาเป็นพุทธศิลป์ที่รู้จักกันดีในชื่อ “พระคันธารราฐ” ตามชื่อแคว้นที่ศิลปะแบบนี้เจริญรุ่งเรืองอยู่ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือของประเทศปากีสถาน

ในประเทศไทยเราก็มีพระพุทธรูปที่ถูกเรียกว่าเป็นพระคันธารราฐเหมือนกัน และมีความเก่าแก่กว่าสองร้อยปี ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปัจจุบันรักษาอยู่ในหอพระคันธารราฐ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แต่ที่พระพุทธรูปองค์นี้ได้ชื่อว่า “พระคันธารราฐ” ก็มิใช่เพราะ พระองค์นี้เป็นพระที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบคันธารราฐแต่อย่างใด

ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล บรรยายลักษณะของพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ องค์พระสูง ๖๕ ซม. มีลักษณะดังต่อไปนี้คือ รัศมีเป็นรูปบัวตูมหรือลูกแก้ว พระพักตร์ไม่ค่อยสวยงามมากนัก ครองจีวรตามแบบจีนพระหัตถ์ขวากวักเรียกเม็ดฝนพระพักตรซ้ายรองรับเม็ดฝน ประทับนั่งขัดสมาธิราบ”

ส่วนเหตุที่ได้ชื่อว่า “พระคันธารราฐ” นั้น ม.จ.สุภัทรดิศ อธิบายว่า น่าจะเป็นเพราะมีตำนานหนึ่งที่เล่าว่า ในแคว้นคันธารราฐมีพญานาคตนหนึ่งชื่อเอลาปัตตร์ หรืออรวาลเป็นผู้ให้น้ำ แต่แรกได้ทำให้เกิดน้ำท่วมในแคว้นนั้น แต่ต่อมาเมื่อหันมานับถือพระพุทธศาสนาแล้ว จึงได้ให้น้ำทำให้แคว้นนั้นเกิดความสมบูรณ์พูนสุข “ด้วยเหตุนั้นจึงเรียกพระพุทธรูปปางขอฝนว่าพระคันธารราฐ”

ดังนั้นคำว่า “คันธารราฐ” ที่ใช้ในเมืองไทยแต่เดิมมาจึงหมายถึงปางพระพุทธรูป ไม่ใช่รูปแบบศิลปะที่ใช้ในการสร้าง ซึ่งก็ยังมีพระพุทธรูปอีกองค์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันกับพระคันธารราฐในกรุงเทพฯ โดยองค์นี้ประดิษฐานอยู่ที่วัดใหญ่สุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งตำนานวัดเล่าว่าเป็นพระเก่าแก่สร้างในสมัยอยุธยา แต่ ม.จ.สุภัทรดิศ ตั้งข้อสังเกตว่ามีความเป็นไปได้ที่พระองค์นี้จะสร้างเลียนแบบพระคันธารราฐที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1

ส่วนพระพุทธรูปในเมืองไทยที่สร้างขึ้นตามแบบศิลปะคันธารราฐจริงๆ นั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้โปรดให้สร้างขึ้นเป็นพระยืนปางขอฝน หลังการเสด็จพระพาสประเทศอินเดีย เมื่อ พ.ศ. 2418 ซึ่งเป็นช่วงที่นักวิชาการตะวันตกกำลังให้ความสนใจศึกษาศิลปะแบบคันธารราฐ และลงความเห็นว่าที่นี่น่าจะเป็นต้นกำเนิดของการสร้างพระพุทธรูป

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

“พระพุทธรูปสำคัญ สมัยรัตนโกสินทร์”. ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล. ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤศจิกายน 2525

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระพุทธรูปคันธารราฐ สมัยรัชกาลที่ 1 ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับศิลปะแบบคันธารราฐ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...