โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความแตกแยกในพรรคก๊กมินตั๋ง ที่แยกสมาชิกเป็นกลุ่มซ้าย ก๊กขวา

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 ม.ค. 2565 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2564 เวลา 06.09 น.
พรรคก๊กมินตั๋ง ทำกิจกรรมทางการเมืองที่เมืองอุรุมชี มณฑลซินเจียง ปี 1942

การเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน เป็นความร่วมมือกันเป็นไปเพื่อกำจัดลัทธิจักรรวรรดินิยม  แต่เมื่อหลังการเสียชีวิตของซุนยัตเซ็น (12 มีนาคม 1925) พรรคก๊กมินต๋งก็แตกออกเป็นฝ่ายซ้าย และฝ่ายขวา  

ฝ่ายขวา มีหูฮั่นหมินเป็นผู้นํา, ฝ่ายซ้าย มีเลี่ยวจงข่าย, วางจิงเว่ย เป็นผู้นำขณะซุนยัตเซนยังมีชีวิตอยู่ ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายไม่รุนแรง เนื่องจากความเคารพที่มีต่อซุนยัตเซ็น ซึ่งเขาเองก็ได้ยืนยันต่อสมาชิกก๊กมินตั๋งว่า ยังคงยึดมั่นในลัทธิไตรราษฎร์ของตน และไม่มีวันให้พรรคเป็นคอมมิวนิสต์ แต่จําเป็นต้องให้สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนอยู่ร่วมในพรรคเพื่อประโยชน์ในการปฏิวัติ

ภายหลังซุนยัตเซ็นเสียชีวิต อํานาจทางการเมืองของก๊กมินตั๋งอยู่กับวางจิงเว่ยและหูฮั่นหมิน, อํานาจทางการทหารอยู่กับเจียงไคเชก, หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋งคือเลี่ยวจ้งข่าย ฯลฯ ความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น วางจิงเว่ยได้เป็นสมาชิกในคณะกรรมการบริหารกลาง ซึ่งเป็นองค์กรบริหารสูงสุดของพรรค ทําให้ฝ่ายขวาแสดงความไม่พอใจที่พวกฝ่ายซ้ายมีอํานาจภายในพรรค ตามมาด้วยการลอบสังหารเลี่ยวจ้งข่าย(20 สิงหาคม 1925) หนึ่งในผู้ทำงานใกล้ชิดซุนยัตเซ็น ที่หน้าสำนักงานใหญ่พรรคก๊กมินตั๋ง

วันที่ 1-20 มกราคม 1926 มีการประชุมใหญ่พรรคก๊กมินตั๋ง สมาชิกคณะกรรมการกลางฝ่ายขวา “กลุ่มซานซี” เสนอให้ปลดที่ปรึกษาจากสหภาพโซเวียต และขับไล่สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ออกจากก๊กหมินตั๋ง แต่ที่ประชุมได้แถลงการว่า มติของกลุ่มซานซีให้เป็นโมฆะเพราะไม่มีองค์ประชุมที่สามารถออกกฎหมายได้ เลขาธิการใหญ่ของก๊กมินตั่ง มีมติให้สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์อยู่ร่วมในพรรคก๊กมินตั๋ง ที่ประชุมยังคัดเลือกสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เป็นคณะกรรมการกลางของพรรคก๊กมินตั๋งจํานวน 7 คน โดยซึ่ง 3 ใน 7 คน ได้เป็นสมาชิกคณะกรรมการถาวรด้วย สร้างความไม่พพอใจแก่สมาชิกกลุ่มซานซีอย่างมาก

ส่วนการลอบสังหารเลี่ยวจ้งข่าย ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนคือ วางจิงเว่ย, สวี่ฉงจื้อ และเจียงไคเชก ทว่ามีผู้สันนิษฐานว่า เจียงไคเชก ผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารครั้งนี้ ทั้งการสะสางคดียังทำให้เขามีสถานะและอำนาจสูงขึ้น

นอกจากนี้ยังมี “เหตุการณ์เรือรบจงซาน” หรือ “เหตุการณ์ 20 มีนา” เหตุการณ์สำคัญที่สร้างความแตกแยกในพรรคก๊กมินตั๋ง

เหตุการณ์เรือรบจงซานเป็นเหตุการณ์ใหญ่ในประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ เพราะพัวพันไปถึงผู้นําระดับสูงของรัฐบาลประชาชนที่มณฑลกวางตุ้ง, สั่นคลอนความร่วมมือระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน สุดท้ายได้ส่งผลกระทบต่อความก้าวหน้าของการปฏิวัติประชาชน

เหตุการณ์เริ่มขึ้นวันที่ 18 มีนาคม 1926 มีโจรสลัดปรากฏตัว ขึ้นที่บริเวณปากแม่น้ำจูเจียง เรือพาณิชย์ที่ถูกปล้นร้องขอความช่วยเหลือ ขณะนั้นโรงเรียนทหารหวงผู่ไม่มีเรือรบที่จะส่งไปช่วยได้ จึงโทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือจากสํานักงานโรงเรียนทหารที่เมืองกวางเจา โดยพวกฝ่ายขวาได้ถ่ายทอดคําสั่งปลอมของเจียงไคเชกแก่หลี่จือหลง-รักษาการอธิบดีกรมทหารเรือ และสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ ขอให้ส่งเรือรบทหารไปที่บริเวณหวงผู่

เช้าวันรุ่งขึ้น (19 มีนาคม) หลี่จือหลงลงนามในคําสั่งระดมกําลังส่งเรือรบจงซานและเรือรบเป่าปี้ออกไป เมื่อเรือรบแล่นถึงหวงผู่ก็ไปรายงานตัวกับโรงเรียนทหาร แต่ไม่มีคนมารับรอง หลังจากขอคําแนะนําจากเจียงไคเชกแล้ว เรือรบจงซานก็แล่นกลับไปยังเมืองกวางเจา เจียงไคเซกแปลกใจว่าเขาไม่ได้สั่งให้ส่งเรือรบออกมา และเขียนไว้ในบันทึกประจําวันว่า

ขณะนั้นเขารู้สึกว่าที่ปรึกษาชาวโซเวียตไม่พอใจเขาและกําลังคิดหาวิธีกําจัดเขาทิ้ง เขาเห็นว่าการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของเรือรบจงซานครั้งนี้ เป็นเจตนาของที่ปรึกษาชาวโซเวียตที่ต้องการใช้อํานาจบีบบังคับจี้ตัวเขาออกนอกประเทศ

ขณะนั้นเกิดข่าวลือในกลุ่มคนสนิทของเจียงไคเชกว่า “พรรคคอมมิวนิสต์ได้วางแผนร้ายก่อความวุ่นวายเพื่อโค่นล้มรัฐบาล พวกเขายุยงให้เรือรบจงซานแล่นเข้ามาในบริเวณหวงผู่เพื่อจี้ตัวผู้บัญชาการโรงเรียนเจียงไคเชก และส่งตัวเขาไปเมืองวลาดีวอสตอค…”

พวกคนสนิทของเจียงไคเชกจึงเสนอให้เขารีบลงมือชิงความได้เปรียบเสียก่อน

วันที่ 20 มีนาคม 1926 เจียงไคเชกประกาศภาวะฉุกเฉินในเมืองกวางเจาโดยพลการ (ไม่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกลาง พรรคก๊กมินตั๋ง) เขาอ้างว่ามีข่าวลือว่า “พรรคคอมมิวนิสต์จีนกําลังก่อกบฏ พวกเขาวางแผนปลุกระดมกรมทหารเรือให้ก่อรัฐประหารแบบติดอาวุธ”

เจียงไคเชกจับกุมตัวหลี่จือหลงรักษาการอธิบดีกรมทหารเรือและเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ด้วย, ยึดเรือรบจงซานและกรมทหารเรือ, ส่งทหารไปปิดล้อมคณะกรรมการประท้วงหยุดงานเมืองกวางเจาและฮ่องกง, ปิดล้อมบ้านพักของที่ปรึกษาชาวโซเวียต, คุมขังสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ทํางานด้านการเมืองในโรงเรียนทหารหวงผู่ และในกองทัพที่หนึ่งของกองทัพปฏิวัติประชาชน

หลังจากเกิดเหตุการณ์ วางจิงเว่ย หัวหน้ารัฐบาลประชาชน และประธานคณะกรรมการการทหารโกรธมาก เขาพูดกับคนใกล้ชิดว่า “อย่างนี้ไม่เรียกว่าก่อกบฏหรือ”

อันที่จริงเหตุการณ์เรือรบจงซานไม่ใช่แผนร้ายของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและเจียงไคเชก แต่เป็นหลุมพรางของฝ่ายขวาในพรรคก๊กมินตั๋งที่ต้องการโจมตีพรรคคอมมิวนิสต์จีน

พอหลังการประชุมใหญ่พรรคก๊กมินตั๋งในเดือนมกราคม 1926 พวกฝ่ายซ้ายได้รับชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ ในหน่วยงานต่างๆ ของ พรรคก๊กมินตั๋งที่จัดตั้งขึ้นภายหลังล้วนมีสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนดํารงตําแหน่งผู้บริหาร ในกองทัพปฏิวัติประชาชนเองก็มีสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนกว่า 1,000 คน วางจิงเว่ยก็เอนเอียงไปทางฝ่ายซ้ายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

วางจิงเว่ยขณะนั้นเป็นทั้งหัวหน้ารัฐบาลประชาชน, ประธานคณะกรรมการกลางการเมืองพรรคก๊กมินตั๋ง และประธานคณะ กรรมการการทหาร เมื่อถึงพวกฝ่ายขวาในพรรคก๊กมินตั้งทนเห็นพรรคคอมมิวนิสต์เติบโตไม่ได้ ทางออกในเวลาจึงออยู่ที่ “เจียงไคเชก”

หลังเกิดเหตุการณ์เรือรบจงซาน เจียงไคเชกได้ใช้อํานาจทางทหาร สั่งจับสมาชิกก๊กหมินตั๋งฝ่ายซ้าย และสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์บางส่วน, สั่งปลดที่ปรึกษาของโซเวียตและองค์การคอมมิวนิสต์สากลออกจากทุกตําแหน่ง

ข้อมูลจาก

เส้าหย่ง, หวังไห่เผิง (เขียน) กำพล ปิยะศิริกุล (แปล). หลังสิ้นบัลลังก์มังกร, สำนักพิมพ์มติชน 2560

ทิพย์สุดา ปิยะพันธ์. บทบาทการเมืองของพรรคกั๋วหมินตั่งก่อนการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ค.ศ. 1912-1949, สารนิพนธ์ศิลปศาสตร์มาหบัณฑิต สาขาวิชากประวัติศาสตร์เอเชีย พฤษภาคม 2551, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

เผยแพร่ข้อมูลในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 มิถุนายน 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...