โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ไต้หวัน' จ่อคลายจำกัดเดินทางให้ 'ชาวฮ่องกง' ที่ได้รับผลกระทบจาก กม.มั่นคงจีน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 มิ.ย. 2563 เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2563 เวลา 10.19 น.
REUTERS/Laurel Chor

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า “ไต้หวัน” เตรียมผ่อนปรนมาตรการจำกัดการเดินทางให้กับ “ชาวฮ่องกง” เพิ่มเติม ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมเพื่อช่วยเหลือบุคคลที่ต้องการหลี้ภัยออกจากฮ่องกง ที่อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลจีน

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทางการไต้หวันระบุว่าจะมีการจัดตั้งสำนักงานใหม่ เพื่อช่วยเหลือบุคคลที่ต้องการเดินทางออกจากฮ่องกง หลังจากที่รัฐบาลจีนเตรียมบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ เพื่อกระชับอำนาจในการปกครองฮ่องกงและปราบปรามการเคลื่อนไหวทางการเมือในฮ่องกง โดยสำนักงานดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งตรงกับวันครบการส่งมอบฮ่องกงภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักรกลับคืนสู่จีนในปี 1997

ทั้งนี้ ไต้หวันประกาศใช้มาตรการจำกัดการเดินทางนับตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยผู้ที่เดินทางมายังไต้หวันจะต้องปฏิบัติตามมาตรการกักกันโรคอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ แม้ว่าไต้หวันจะไม่ได้ปิดกั้นการเดินทางเข้าสู่ประเทศทุกกรณี แต่ก็สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ศูนย์บริหารจัดการโรคระบาดส่วนกลางของไต้หวันเปิดเผยในวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า ชาวฮ่องกงที่ประสงค์จะเดินทางมายังไต้หวัน จะได้รับการอนุญาตเป็นกรณีพิเศษด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม แต่จะต้องได้รับการรับรองว่าปลอดภัยจากเชื้อไวรัส โดยจะต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วันเช่นเดียวกับการเดินทางมายังไต้หวันในกรณีอื่น ๆ

ขณะที่ทางการจีนได้ออกมาประณามการกระทำของไต้หวันในครั้งนี้ โดยระบุว่าจีนไม่ได้แทรกแซงสิทธิเสรีภาพของฮ่องกง และยังคงปฏิบัติตามหลักการ “หนึ่งประเทศสองระบบ” แต่การออกกฎหมายดังกล่าวเป็นการรักษาความมั่นคงภายในและต่อต้านการแทรกแซงจากต่างชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...