โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สนามบินสามเหลี่ยมทองคำ เติมฝัน “เจ้าเหว่ย” มังกรลุ่มน้ำโขง

The Story Thailand

อัพเดต 10 ม.ค. 2565 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2565 เวลา 00.00 น.

มีความชัดเจนจากแขวงบ่อแก้วต้นเดือนมีนาคม 2565 สนามบินนานาชาติบ่อแก้ว หรือสนามบินสามเหลี่ยมทองคำ จะเปิดบริการอย่างเป็นทางการ และนี่จะเป็นสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ของสปป.ลาว ที่ซุ่มก่อสร้างในช่วงโควิด-19 ระบาด ใช้เวลาประมาณ 18 เดือน ก็สร้างเสร็จ 

ก่อนหน้าโควิดมาเยือนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจะเดินทางไปเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ โดยเฉพาะการไปเสี่ยงโชคที่กาสิโนคิงส์โรมัน พวกเขาจะผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านสบรวก ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย นั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงไปขึ้นท่าเรือด่านสากลมังกร ฝั่งเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว 

เฉพาะชาวจีนจะเดินทางมาท่องเที่ยวและทำธุรกิจที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 3 แสนคน มีทั้งขับรถมาจากนครคุนหมิง ข้ามพรมแดนจีน-ลาว ด่านบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา ใช้ถนนสาย R3a เดินทางมายังแขวงบ่อแก้ว และเดินทางโดยเครื่องบินมาลงยังสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย และเดินทางโดยรถยนต์มาที่ด่านสบรวก อ.เชียงแสน นั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ

ในอนาคตนักท่องเที่ยวชาวจีนสามารถบินตรงมายังสนามบินนานาชาติบ่อแก้วโดยไม่ต้องมาแวะที่เชียงราย ซึ่งสนามบินแห่งนี้ เป็นความฝันของเจ้าเหว่ย ประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำมานานแล้ว

เดิมที เจ้าเหว่ย ประธานกลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำ ผู้ได้สัมปทานบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ วางแผนสร้างสนามบินนานาชาติ เรียกว่า "สนามบินสามเหลี่ยมทองคำ" ที่บ้านสีเมืองงาม และบ้านสีบุนเรือง เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ตั้งแต่ปี 2557 แต่มีชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินลุกฮือก่อการประท้วงต่อต้านอย่างต่อเนื่อง ปี 2560 เจ้าเหว่ย จึงพับแผนสร้างสนามบินแห่งนี้

ขณะเดียวกันทางการแขวงบ่อแก้วได้เปลี่ยนแผนปรับปรุงและขยายสนามบินห้วยซาย ซึ่งเป็นสนามบินของแขวงแทน ส่วนเจ้าเหว่ย ก็หันไปพัฒนาท่าเรือริมแม่น้ำโขง ยกระดับให้เป็นด่านสากลมังกร ตรงข้ามบ้านสบรวก อ.เชียงแสน โดยวางศิลาฤกษ์เมื่อเดือนมกราคม 2561

ในวิกฤติมีโอกาส ในโควิดระบาดก็มีการปัดฝุ่นสร้างสนามบินแบบเงียบ ๆ แต่อึกทึกในแวดวงรัฐบาลลาว ใครจะไปคิดว่า ช่วงล็อกดาวน์เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ธุรกิจส่วนใหญ่หยุดชะงัก กรรมกรว่างงาน แต่การก่อสร้างสนามบินกลับดำเนินไปอย่างรวดเร็ว 

เค้าลางการสร้างสนามบินนานาชาติ เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2563 สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีแผนการและการลงทุน เดินทางมาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เจ้าเหว่ยปูพรมแดงต้อนรับอย่างเอิกเกริก โดยรองนายกรัฐมนตรีลาว ได้ร่วมประชุมปรึกษาหารือกับเจ้าเหว่ย และคณะบริหารกลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำ 

ในการปรึกษาหารือครั้งนั้น คณะกรรมการคุ้มครองเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ เห็นชอบให้กลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำสร้างสนามบินนานาชาติ มูลค่า 150 ล้านดอลลาร์ เป็นสนามบินขนาดรันเวย์ยาว 2,500 เมตร กว้าง 60 เมตร สามารถรองรับเครื่องบินขนาดไม่เกิน 200 ที่นั่ง เช่น โบอิง 737-900ER, แอร์บัส 320 หรือ ATR-72 

หลัง สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี กลับนครหลวงเวียงจันทน์ คณะรัฐบาลลาวได้อนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างสนามบินนานาชาติที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมื่อ 21 มิถุนายน 2563 ถัดมา คณะบริหารเขตเศรษฐกิจฯ ได้เจรจาไกล่เกลี่ยเรื่องการจ่ายค่าเวนคืนที่ดินกับชาวบ้านผ่านไปได้ด้วยความราบรื่น 

วันที่ 20 กันยายน 2563 บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างจากเมืองจีน จึงเริ่มลงมือก่อสร้างสนามบิน โดยไม่มีการแถลงข่าวใด ๆ จากคณะบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ประกอบกับช่วงนั้น โควิดระบาดหนักมีการล็อกดาวน์สามเหลี่ยมทองคำ ห้ามการเดินทางเข้า-ออก ยกเว้นคนงานจีนที่เดินทางมาสร้างสนามบิน

กระทั่งวันที่ 22 ธันวาคม 2564 ทีมงานประชาสัมพันธ์ของเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ จึงได้เผยแพร่ภาพสนามบินนานาชาติบ่อแก้วเป็นครั้งแรก โดยวันดังกล่าว ได้มีเครื่องบินของการบินลาว (Lao Airlines) และลาวเดินอากาศ (Lao Skyway) ได้ทดลองบินขึ้น-ลง เพื่อทดสอบรันเวย์ ระบบลงจอด และระบบสื่อสาร

สำหรับ เจ้าเหว่ย ประธานบริหารกลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำ เป็นนักธุรกิจจีนที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้นำรัฐบาลลาวเป็นอย่างมาก ช่วงเศรษฐกิจหยุดชะงักเพราะโควิด-19 เจ้าเหว่ยได้ถือโอกาสเดินทางไปสำรวจลู่ทางการลงทุนด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว ที่แขวงเชียงขวาง และแขวงหัวพัน

ปี 2550 รัฐบาลลาว อนุญาตให้สัมปทานแก่กลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำ ดำเนินโครงการเขตเศรษฐกิจเฉพาะสามเหลี่ยมทองคำ มีที่ตั้งอยู่ที่บ้านต้นผึ้ง เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ตรงข้ามกับ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และ จ.ท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน สหภาพเมียนมา โดยเจ้าเหว่ย เป็นประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ

เบื้องต้น กลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำใช้เงินลงทุนประมาณ 3,000 ล้านดอลาร์สหรัฐ โดยเน้นการสร้างแหล่งบันเทิงครบวงจรที่รู้จักกันในนามกาสิโนคิงส์โรมัน มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเสี่ยงโชคและนักท่องเที่ยวจากเมืองจีน

ตามสัญญาสัมปทานดังกล่าว กลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำ ได้สิทธิในการเช่าที่ดิน จำนวน 827 เฮกตาร์ หรือราว 5,000 กว่าไร่ จากรัฐบาล สปป.ลาว เป็นเวลา 99 ปี ต่อมา ปี 2557 รัฐบาลลาวได้ลงนามในสัญญาสัมปทานฉบับปรับปรุง ได้ขยายพื้นที่สัมปทานออกไปเป็น 2,173 เฮกตาร์ หรือ 13,582 ไร่ ซึ่งในพื้นที่ส่วนขยายใหม่ มีโครงการก่อสร้างสนามบิน ,สนามกอล์ฟ, พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเกาะดอนซาวและเมืองเก่าสุวรรณโคมคำ ฯลฯ

ถ้ายังจำกันได้ ต้นปี 2561 กระทรวงการคลัง สหรัฐอเมริกา ประกาศขึ้นบัญชีดำและคว่ำบาตรกิจการที่เกี่ยวข้องกับเจ้าเหว่ย เจ้าของกิจการกาสิโนคิงส์โรมัน อ้างพัวพันยาเสพติด การค้ามนุษย์ และการค้าสัตว์ป่าคุ้มครองหายากใกล้สูญพันธุ์

เจ้าเหว่ย เปิดแถลงข่าวตอบโต้สหรัฐฯอย่างแข็งกร้าว สรุปใจความได้ว่า "การคว่ำบาตรฝ่ายเดียวต่อประเทศอื่น ก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่มีเหตุผล และไร้สาระ มีจุดประสงค์อื่นเพื่อแสดงพฤติกรรมขยายอำนาจอิทธิพล พฤติกรรมนี้มันทำให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ ต่อสังคม เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ" เนื่องจากเขตเศรษฐกิจแห่งนี้ ไม่ได้มีแต่กาสิโน หากยังมีเขตอุตสาหกรรม เขตเกษตรกรรม, โรงแรม, สนามกอล์ฟ ฯลฯ

สาเหตุที่สหรัฐฯ เฝ้าจับตามองบทบาทของเจ้าเหว่ยในสามเหลี่ยมทองคำ เพราะในอดีตเจ้าเหว่ยเคยเข้าไปประกอบธุรกิจกาสิโนที่เมืองลา เขตปกครองตนเองในรัฐฉาน สหภาพเมียนมา ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ติดพรมแดนจีน-เมียนมา ซึ่งอยู่ในการดูแลของกองกำลังติดอาวุธเมืองลา

ต่อประเด็นการคว่ำบาตรกาสิโนคิงส์โรมัน รัฐบาลลาวได้ให้การสนับสนุนเจ้าเหว่ย นักธุรกิจจีนฉายา "มังกรลุ่มน้ำโขง" เต็มที่ เนื่องจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ได้จ่ายพันธะอากรให้แก่รัฐบาลลาวไปแล้ว 458 ล้านดอลลาร์ นับแต่ปี 2555 จนถึงกลางปี 2562 

การที่ เจ้าเหว่ย เร่งก่อสร้างสนามบินนานาชาติที่สามเหลี่ยมทองคำให้แล้วเสร็จ และจะเปิดบริการเดือนมีนาคม 2565 เพื่อรองรับการเปิดประเทศของ สปป.ลาว ตามแผนการท่องเที่ยวสีเขียวรัฐบาลลาวได้กำหนดไว้ 3 ระยะคือ ระยะที่ 1 (ม.ค.-มี.ค.2565) ,ระยะที่ 2 (เม.ย.-มิ.ย.2565) และระยะที่ 3 (ก.ค.2565 เป็นต้นไป)

ตามข้อมูลของเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ปี 2561 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปในสามเหลี่ยมทองคำ 452,571 คน ช่วงกลางปี 2562 มีโรงแรมเปิดให้บริการแล้ว 13 แห่ง ห้องพักรวม 1,303 ห้อง 

2 ปี ที่มีการล็อกดาวน์เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เพราะพิษโควิด-19 ทำให้กลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำสูญเสียรายได้มหาศาลจากการท่องเที่ยว ดังนั้น การลงทุนสร้างสนามบินนานาชาติบ่อแก้ว จึงเป็นความหวังของเจ้าเหว่ย มังกรลุ่มน้ำโขง ที่จะปลุกฟื้นเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ

สำหรับเมืองไทย สนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย อาจไม่ใช่ปลายทางของนักท่องเที่ยวจีนในอนาคต เที่ยวบินเช่าเหมาลำจากแผ่นดินใหญ่คงบินตรงมาที่บ่อแก้ว รวมถึงชาวจีนที่มากับขบวนรถไฟลาว-จีน สามารถท่องเที่ยวนครหลวงเวียงจันทน์ และหลวงพระบาง ก่อนนั่งเครื่องบินแวะมากาสิโนสามเหลี่ยมทองคำ

ขณะที่เจ้าเหว่ย ประธานกลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำ กำลังฝันหวานถึงอนาคตการท่องเที่ยวหลังโควิด แต่สหรัฐฯ คงกระอักกระอ่วนใจและเฝ้าจับตามองสนามบินแห่งนี้อย่างใกล้ชิด 

ขอบคุณภาพจาก เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ Golden Triangle Special Economic Zone

คอลัมน์ Mekong Connect เขียนโดย ประชา บูรพาภิวัฒน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...