โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมาท์สนั่น! ดารารุ่นใหญ่ แยกบ้านหลังแต่งเมียอายุห่าง 20 ปี แท้จริงแล้วคือ…?

The Bangkok Insight

อัพเดต 16 มี.ค. 2565 เวลา 13.48 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2565 เวลา 13.40 น. • The Bangkok Insight

นง ทนงศักดิ์ เผยรักครั้งใหม่ แม้อายุห่าง 20 ปี แต่ไร้ปัญหา เคลียร์ข่าวเมาท์แยกบ้านหลังแต่งงาน ภรรยาแค่อยากมีพื้นที่ส่วนตัว ยันขาเตียงตอนนี้ยังแข็งแรง

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงรุ่นใหญ่มากความสามารถ สำหรับ นง-ทนงศักดิ์ ศุภการ วัย 61 ปี ที่โลดแล่นอยู่วงการบันเทิงมาเกือบ 40 ปี ชีวิตเจอจุดเปลี่ยนในชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งเฉียดตายเพราะไฟช็อต อีกทั้งต้องสูญเสียภรรยาด้วยโรคมะเร็ง กลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูก 3 คน กระทั่งมีความรักครั้งใหม่ ที่อายุห่างกันถึง 20 ปี จนตัดสินใจแต่งงานใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเมื่อปี 2559 ซึ่งล่าสุด นง ทนงศักดิ์ ได้มาเปิดใจผ่านรายการ Z Story Z Holiday ถึงเคล็ดลับความหวาน แม้อายุห่างแต่ไร้ปัญหาในการครองชีวิตคู่

นง ทนงศักดิ์ เคลียร์ปมแยกบ้านหลังแต่ง ยันอายุห่าง 20 ปี แต่ไร้ปัญหา ขาเตียงยังแข็งแรง

ช่วงนี้งานเยอะไหม ?

“ช่วงนี้มีละครถ่าย 11 เรื่องครับ”

ยังมีอีก 1 บทบาทก็คือการเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ?

“ผมมีลูก 3 คนครับ คนโตเป็นนักบินอยู่กรมฝนหลวง คนที่สองเป็นบาริสต้า และคนที่สามเป็นผู้จัดการการตลาดอยู่ที่ลาซาด้า”

ย้อนกลับไปหลังจากที่สูญเสียคุณภรรยา เราต้องกลายเป็นคุณพ่อที่เลี้ยงลูกโดยลำพัง มีความยากอย่างไรบ้าง ?

“ยากตรงที่เราเลี้ยงคนเดียว ตอนที่คุณแม่เขาอยู่ เราเป็นพ่อที่เลี้ยงลูกด้วยเหตุและผล แต่พอแม่เขาไม่อยู่ เราก็พยายามเลี้ยงด้วยความรัก ซึ่งความรักมันไม่มีเหตุผล เราก็จะสับสนกับตัวเราเอง โดยเฉพาะเมื่อลูกสาวเราเริ่มโตเป็นสาว ก็ต้องพาเขาไปเดินซื้อชุดชั้นใน หรือถักผมให้เขา พาเขาไปโรงเรียน ผมก็พยายามจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ อย่างทำอาหาร เราก็ทำหมด”

เห็นแบบนี้ก็มีปัญหาในเรื่องของลูกอยู่เหมือนกัน ?

“ทุกคนมีปัญหาอยู่แล้ว เพียงแต่ผมไม่ได้มองว่ามันเป็นปัญหา ผมมองว่ามันคืออุปสรรคที่เราต้องก้าวข้ามมันไปให้ได้ คนโตจนถึงคนเล็ก ก็จะมีปัญหาแตกต่างกันไป แต่คนที่สองก็จะหนักหน่อย เขาจะมีเรื่องเกเร เข้าห้องปกครองเกือบทุกสัปดาห์ สุดท้ายก็ถูกไล่ออกจากโรงเรียน เราเลยส่งไปต่างประเทศ พอไปอยู่ต่างประเทศ ก็ไปเจอเพื่อน แล้วก็พากันไปติดยา”

ตอนนั้นเรามีวิธีจัดการกับปัญหาของลูกทั้งสามคนอย่างไร ?

“สำหรับผม ผมจะมองว่าเขาไม่ใช่ลูกเรา คิดซะว่าเขาเป็นลูกเพื่อน พอคิดแบบนี้ทุกอย่างมันโอเคหมด มองให้เป็นคนอื่น คนนอกซะ เพราะถ้าเป็นคนอื่น เราจะแก้ปัญหาด้วยสติได้ แต่ถ้าคิดว่าเป็นของเรา เราจะรู้สึกเสียหน้า จะรู้สึกว่าทำไมฉันทุ่มเทขนาดนี้ ต่าง ๆ นานา อารมณ์เราจะมาเต็ม เราไม่ใช่ไม่รักเขานะ แต่เราจะปล่อยวางเรื่องของความคาดหวังไปได้บ้าง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น มันมักจะมาจากการคาดหวัง แค่นั้นเองครับ”

มีอะไรอยากจะบอก หรือให้กำลังใจคุณพ่อคุณแม่สมัยนี้ไหม ?

“ลูกที่เกิดมา ในวันแรกที่เรารักเขา แค่เขามีทุกอย่างพร้อมนั่นคือโอเคแล้ว ส่วนอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ถ้าเขาเลือกที่จะทำ เรามีหน้าที่ที่จะคอยแนะนำและประคับประคอง แล้วก็ให้โอกาสเขาใหม่ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ให้โอกาสเขา ใครในโลกนี้ล่ะ ที่จะให้โอกาส”

เคยประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต เกิดอะไรขึ้นและเป็นอย่างไร ?

“1 มกราคม ปี 2537 ขึ้นไปถ่ายรูป โดยการขึ้นเครนริมถนน เราก็ขึ้นไปแล้วโดนสายไฟแรงสูง 20,000 โวลต์ 2 เดือนไม่ได้ลุกจากเตียง ทำกายภาพ 1 ปี แขนเกือบโดนตัด”

วินาทีที่เราโดน รู้สึกอย่างไร ?

“ก็คิดถึงลูก คิดถึงแม่ คิดถึงทุกคนที่เรารัก ภาพมาหมดเลยครับ ผมจะบอกเลยนะครับ น่ากลัวที่สุดเลย มนุษย์ทุกคนรู้ว่าต้องตาย แต่เราไม่เชื่อว่าเราจะตาย เขาบอกว่าถ้าเราเชื่อว่าเราจะต้องตาย เราจะเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตใหม่ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้น เปลี่ยนวิธีคิดของผมไปเลย ผมรู้สึกว่าความตายมันน่ากลัว เราไม่พร้อม ตอนนี้เราใช้ชีวิตเพื่อสิ่งที่เราเอาไปไม่ได้ ทำไมเราไม่เปลี่ยนทรัพย์พวกนั้น ให้เป็นอริยทรัพย์ คือ ทรัพย์ที่มีความสุขทางใจ”

ตอนนี้หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น ด้วยวิธีการวิ่ง ?

“ต้องบอกว่าชอบวิ่งออกกำลังกายมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว เพราะว่าตอนเด็ก ๆ ชอบเล่นกีฬา รู้สึกว่าการวิ่งคือพื้นฐานของกีฬาทุกประเภท จุดหักเหในเรื่องของการมาวิ่งก็คืออุบัติเหตุปี 37 แล้วก็ปี 48 ที่เสียภรรยาไป นั่นเป็นจุดหักเหที่เรารู้สึกว่าสุขภาพร่างกายคือสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของเรา อย่างตอนนี้เราอายุ 61 แต่เรามีสุขภาพร่างกายเหมือนวัย 40 ถึงได้มีแฟนอายุ 40 ได้ไงครับ”

หลายคนสงสัยว่าไปเจอแฟนคนนี้ได้อย่างไร ด้วยอายุที่ห่างกันถึง 20 ปี ?

“เราตามหามานานครับ ไปเจอเขาที่ฟิตเนส เราไปต่อยมวย แล้วเขาก็มาออกกำลังกาย เราปิ๊งเลย ได้คุยแล้วก็ชวนเป็นแฟนเลย ชอบเขาตรงที่เขาเป็นคนที่รักครอบครัวและกตัญญู ซึ่งเรามองว่าเรื่องนี้สำคัญ มนุษย์คนหนึ่งที่เกิดมา ถ้าเราไม่มีความกตัญญู ก็ไม่น่าที่จะเป็นมนุษย์ ซึ่งผมว่าเขาเป็นคนที่น่านับถือ”

ห่วงภาพของเราไหมว่าคนอื่นจะว่าจะพูดถึงอย่างไร ?

“คิดแค่ว่าเขาเข้ากับลูกของเราได้ไหม ถ้าลูกของเราโอเค พ่อก็จะเดินหน้าต่อ มีการพามาเจอ ทานข้าวด้วยกัน พอเขากลับ เราก็มานั่งถกกัน ซึ่งลูก ๆ เราโอเค ฝั่งเขาก็โอเค ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี”

อายุห่างกันมีปัญหาไหม ?

“ปัญหาคือมันไม่มีปัญหาครับ”

มีคนเมาท์ว่า แยกบ้านกันอยู่ ?

“เขาอยากมีบ้าน หลังจากแต่งงานแล้วเขาอยากมีพื้นที่ส่วนตัว อยากจะปลูกต้นไม้ เดินออกกำลังกาย เราก็แล้วแต่เขา ถ้าเขาต้องการอะไรก็ทำเลย เพราะผมก็มีที่ของผม ถ้าอยากไปหา ก็แค่ไปอยู่ด้วย ยืนยันว่าขาเตียงตอนนี้ยังแข็งแรงอยู่ครับ”

เคล็ดลับครองชีวิตคู่ ?

“เราเปลื่ยนความรักให้เป็นความเมตตา เพราะถ้าเรารักด้วยความเมตตา มันไม่เหมือนกับรักปกติ รักปกติคือรักที่อยากจะครอบครอง แต่ถ้าเราเมตตา อะไรที่เป็นความสุขของเขา เราก็จะมีความสุขไปด้วย ต่อให้คุณอยากจะเลิกกับเรา แล้วคุณมีความสุข เราก็ยินดี”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...