โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

งัด “อวนรุน” ล่าปลาหมอคางดำ ประมงผ่อนเกณฑ์เฉพาะพื้นที่ระบาดหนัก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.ค. 2567 เวลา 13.01 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2567 เวลา 05.05 น.

กรมประมง เตรียม “ผ่อนผัน” ให้ใช้ “อวนรุน” กำจัดปลาหมอคางดำ หลังพบแพร่ระบาดไปทั่ว จนเครื่องมือประมงอื่นเอาไม่อยู่ เมื่อเทียบกับอัตราเจริญพันธุ์ของปลาหมอ แต่จะอนุญาตให้ใช้เฉพาะพื้นที่ที่กำหนด มีระยะเวลาการผ่อนผันถึงสิ้นปี พร้อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่พบการระบาดเป็นคนคอยกำกับดูแลการใช้เครื่องมือประมงประเภทนี้

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำ สัตว์น้ำต่างถิ่นที่พบการระบาดไปแล้วถึง 25 จังหวัด บริเวณอ่าวไทยตอนบน ไปจนถึง อ่าวไทยตอนล่างในจังหวัดสงขลา และไล่ไปถึงฝั่งทะเลภาคตะวันออกในจังหวัดระยองและจันทบุรี ที่สำคัญ นอกจากจะพบปลาหมอสีคางดำบริเวณปากแม่น้ำที่ไหลลงทะเลแล้ว ชาวประมงยังสามารถจับปลาหมอคางดำในทะเลห่างฝั่ง 3 ไมล์ทะเลได้ด้วย แสดงให้เห็นถึงการเป็นปลา 3 น้ำที่อาศัยอยู่ได้ทั้งน้ำจืด-น้ำกร่อย และน้ำเค็ม มีความสามารถในการขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว และยังสร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศแหล่งน้ำตามธรรมชาติ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ผู้ประกอบการประมง ด้วยการกินลูกกุ้ง ลูกปลา หอย ไปจนกระทั่งถึง เคย ส่งผลให้สัตว์น้ำท้องถิ่นหายไปจากระบบนิเวศ

หลังจากที่มีการบังคับใช้ แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567-2568 ภายใต้กรอบ 5 มาตรการ ได้แก่ การควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด, การ “กำจัด” ปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติด้วยการปล่อยปลาผู้ล่าอย่างต่อเนื่อง, การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดได้ไปใช้ประโยชน์, การสำรวจเฝ้าระวังการแพร่กระจายปลาหมอคางดำในพื้นที่เขตกันชน และการสร้างความรู้และการมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำนั้น

ขณะที่ทางสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กับสมาคมประมงท้องถิ่นที่พบการระบาดปลาหมอคางดำ ก็ได้ทำหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อกำหนดให้การแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำระบาด ให้เป็น “วาระแห่งชาติ” และเสนอให้มีการทำ “โครงการไล่ล่าปลาหมอคางดำ” โดยรัฐบาลสนับสนุนทางด้านงบประมาณให้กับ ชาวประมง ที่เข้าร่วมโครงการ ด้วยการรับซื้อปลาหมอคางดำ กก.ละ 15 บาท ภายในเวลา 3-6 เดือน และให้กรมประมงพิจารณาออกประกาศให้มีการ “ผ่อนผัน” ให้ใช้เครื่องมือประมงพื้นบ้านที่มีประสิทธิภาพในการจับปลาหมอคางดำ ทั้งในแม่น้ำ ลำคลอง หนอง/บึง และชายฝั่งทะเล ทั่วประเทศที่พบการระบาดด้วย

ล่าสุด กรมประมง ได้จัดทำประชาพิจารณ์การรับฟังความคิดเห็นต่อ ร่างประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดชนิดเครื่องมือ รูปแบบของเครื่องมือ ขนาดเรือ วิธีการทำประมง พื้นที่ทำการประมงและเงื่อนไขที่อนุญาตผ่อนผันให้ใช้ทำการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. … โดยมีหลักการและเงื่อนไขอนุญาตผ่อนผันให้ใช้เครื่องมือ “อวนรุน” ประกอบเรือกลทำการประมงพื้นบ้านหรือประมงน้ำจืด เพื่อ “กำจัด” ปลาหมอคางดำในบริเวณพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด ตามที่ กรมประมง ประกาศกำหนด โดยรูปแบบของ อวนรุน ที่จะนำมาใช้ในการกำจัดปลาหมอคางคำจะต้อง

1) มีขนาดคันรุนยาวไม่เกิน 16 เมตร 2) ห้ามติดโซ่ แต่ให้มีการถ่วงน้ำหนักด้วยการติดตั้งถ่วงน้ำหนักที่แนบกับเชือกคร่าวล่าง 3) ขนาดของตาอวนตลอดผืนไม่น้อยกว่า 3 ซม. 4) การทำประมงอวนรุนจะต้องอยู่ภายใต้การ “ควบคุมกำกับดูแล” ของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มี ผู้ว่าราชการจังหวัด นั้น ๆ มอบหมาย 5) ให้คณะกรรมการประมงประจำจังหวัด วางแผนการกำกับติดตามและรายงานผลการดำเนินการใช้อวนรุนให้ กรมประมง ทราบภายใน 30 วันหลังสิ้นสุดระยะเวลาที่อนุญาตผ่อนผันให้มีการจับปลาหมอคางดำด้วยวิธีอวนรุน 6) การผ่อนผันให้ใช้อวนรุนนี้ให้บังคับใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 หรือภายในเวลา 5 เดือนนับจากนี้ไป

มีรายงานข่าวจาก สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เข้ามาว่า สมาคมมีการหารือกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องการขอผ่อนผันให้ใช้เครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมายเป็นกรณีพิเศษเป็นการชั่วคราว เพื่อใช้กำจัดปลาหมอคางดำ เนื่องจากเครื่องมือประมงปัจจุบันไม่สามารถกำจัดปลาหมอคางดำให้ทันกับการแพร่ระบาดได้ โดยเครื่องมือประมงผิดกฎหมายที่ขอผ่อนผัน ได้แก่ อวนรุน, ลอบพับได้ (ไอ้โง่) และโพงพาง โดยทราบว่าขณะนี้ กรมประมง ได้ทำการประชาพิจารณ์การผ่อนผันให้มีการใช้ “อวนรุน” เสร็จแล้ว “ควรกำหนดพื้นที่นำร่องในการใช้อวนรุนเพื่อติดตามผลการจับปลาหมอคางดำและไม่ควรปล่อยปลาผู้ล่า อาทิ ปลากะพง ในขณะนี้ การปล่อยปลาผู้ล่าจะต้องปล่อยหลังจากกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่นั้น ๆ ให้มีปริมาณเหลือน้อยที่สุดจึงจะได้ผล”

ทั้งนี้ อวนรุน จัดเป็นเครื่องมือในการทำประมงที่ใช้อวนลักษณะคล้ายถุง โดยปากอวนประกอบกับคันรุนติดตั้งบริเวณหัวเรือ ใช้จับสัตว์น้ำด้วยวิธีผลักด้วยแรงคนหรือเครื่องยนต์ให้เคลื่อนที่ในแนวราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สัตว์น้ำที่อยู่ด้านหน้าของปากอวนเข้ามาติดอยู่ที่ก้นถุงอวน ที่ผ่านมา “อวนรุน” จัดเป็นเครื่องมือการทำประมงที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากการใช้อวนรุนลากจะทำลายพันธุ์สัตว์น้ำ โดยเฉพาะ ลูกกุ้ง นับเป็นการสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจจากสัตว์น้ำ แต่ที่ผ่านมา กรมประมงได้อนุญาตให้มีการใช้ อวนรุน ทำการประมงภายใต้การควบคุมเป็นบางพื้นที่ได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : งัด “อวนรุน” ล่าปลาหมอคางดำ ประมงผ่อนเกณฑ์เฉพาะพื้นที่ระบาดหนัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...