โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ย้อนเส้นทาง COFFEE BEANS by Dao สู่ หมีเนย Butterbear ตัวแม่สู่ตัวลูกปั้นร้านขนมยอดขายห้าร้อยล้าน

Thairath Money

อัพเดต 24 มิ.ย. 2567 เวลา 00.35 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2567 เวลา 00.35 น.
ภาพไฮไลต์

แล้วใครจะต้านไหว! ความน่ารักปุ๊กปิ๊กของ น้องเนย มาสคอตร้าน Butterbear ไอดอลสาวห้างแตกที่กำลังฮอตและเฟมัสที่สุดในวินาทีนี้ นอกจากกลยุทธ์ขายความน่ารักของ น้องเนย ที่ทำให้พี่สาวชาวจีนถึงขั้นบินมาไทยเพื่อรอเจอ อีกหนึ่งจุดแข็งของ Butterbear ร้านเบเกอรี่สัญชาติไทย "สุดยอดร้านสร้างสรรค์คอนเทนต์แห่งปี" ที่ว่ากันว่ายังเป็นสิ่งที่ทำให้สายเบเกอรี่หลายคนติดใจ นั่นก็คือ กองทัพขนมหน้าตาสดใหม่ที่อร่อยไม่แพ้ใคร

แท้จริงแล้วButterbear คือร้านขนมน้องใหม่ในเครือCOFFEE BEANS by Dao ร้านเค้กแบรนด์ไทยที่เอาชนะใจใครหลายคนด้วยรสชาติความอร่อยของเมนูเค้กในตำนานอย่างไวท์ช็อกโกแลตชีสเค้ก เครปเค้กสตรอว์เบอร์รี่ และซิกเนเจอร์บราวนี่ โดยเฉพาะเมนูเค้กมะพร้าวที่ทางร้านยังเป็นผู้กุมสูตรและผลิตเมนูฮิตเมนูนี้ให้กับ Starbucks ทุกสาขาในประเทศไทยอีกด้วย

ความพิเศษทั้งสองร้านที่เรากำลังพูดถึงนี้เอง คือ ร้านของ ดาว ณัฐธยาน์ บูมและเบลล์ ธนวรรณ-ธนาภา ปางพุฒิพงศ์ ‘แม่ลูกนักทำขนม’ ที่เรียกได้ว่าพวกเธอถูกเลี้ยงมาในครัว โตมาใต้ผ้ากันเปื้อน ทั้งคู่ใช้ฝีมือในการอบขนมชั้นเลิศ ปั้นธุรกิจด้วยใจรัก โดยปีที่ผ่านมา COFFEE BEANS by Dao ทำรายได้ไปก่า 500 ล้านบาท ส่วน Butterbear ที่เปิดตัวปีแรกก็ทำรายได้ไปกว่า 7 ล้านบาท แถมกำลังโด่งดังเป็นที่รักของพี่สาวโซเชียลทั้งในไทยและต่างประเทศ

“บัตเตอร์บันจิ้มดิป โดนัทครีมนมไส้ทะลัก คุกกี้พี่หมีทำขนม โมจิโดนัท บราวนี่ แพนเค้กหมีเนย ไปจนถึงชาไทยปั่น” It’s Butterbear Your Buttery Best Friend!!

Thairath Money คอลัมน์ BrandStory พาย้อนเส้นทางจาก COFFEE BEANS by Dao สู่ Butterbear ทายาทร้านขนมที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ ‘ด้อมน้องเนย’ จุดเริ่มต้นของธุรกิจแม่ที่มีอิทธิพลถึงธุรกิจลูก บทเรียนและแรงบันดาลใจที่ทำให้การอบขนมไม่ได้เป็นเพียงแพชชั่น แต่ก้าวสู่ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เบื้องหลังความเชี่ยวชาญด้านขนมที่เป็นแต้มต่อให้ Butterbear มั่นใจในทุกย่างก้าวของการทำมาร์เก็ตติ้ง อะไรทำให้อาณาจักรขนมหวานของแม่ลูกคู่นี้น่าจับตา

ณัฐธยาน์ ปางพุฒิพงศ์ แม่ผู้มีใจรักการทำขนม

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2540 ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ธุรกิจไทยน้อยใหญ่จำนวนมากได้รับผลกระทบ ซึ่งนั่นรวมไปถึงครอบครัวของ ดาว ณัฐธยาน์ ปางพุฒิพงศ์ ผู้ก่อตั้ง ‘คอฟฟี่บีนส์ บาย ดาว’ COFFEE BEANS by Dao หรือในขณะนั้นที่เธอคือ ภรรยาและแม่ของลูกๆ ได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นแอร์โฮสเตสมาเป็นเวลากว่า 8 ปี

ในขณะนั้นวิกฤติที่เข้ามาทุกทางทำให้เธอตัดสินใจหาทางช่วยครอบครัวแบ่งเบาภาระและหารายได้ เธอตัดสินใจทบทวนตัวเลือกและสานต่อเรื่องทั้งหมดจากความชื่นชอบของตนเอง นั่นก็คือ ‘การทำอาหาร’ ดาว ณัฐธยาน์ ผู้มีสกิลการทำอาหารและทำขนมที่ผ่านการศึกษาโดยตรงจากโรงเรียนสอนทำอาหารชื่อดังในอังกฤษ เลอ กอร์ดอง เบลอ ตัดสินใจเริ่มต้นเส้นทางใหม่ เปิดร้านขายเค้กเล็กๆ ใต้คอนโดของตัวเองแถวย่านเอกมัย

จากเมนูเค้กทั่วๆ ไปไม่กี่เมนูก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เพราะความโดดเด่นในเรื่องรสนิยมการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีมาใช้ ทำให้เค้กของเธอมีเนื้อสัมผัสและรสชาติที่ไม่เหมือนเค้กทั่วไป ทำให้เค้กของเธอกลายเป็นเค้กสไตล์โฮมมี่ๆ แต่พรีเมียม ซึ่งนั่นทำให้การตั้งราคาขายที่ค่อนข้างสูงกว่าท้องตลาดไม่เป็นอุปสรรค และยังทำให้จุดนี้กลายเป็นเอกลักณ์ของ COFFEE BEANS by Dao อีกด้วย

โดยหลังจากที่หลายคนในย่านนั้นได้ลิ้มลองรสชาติก็เริ่มบอกต่อกันปากต่อปากถึงรสมือของเธอ COFFEE BEANS by Dao เป็นที่รู้จักมากขึ้น และทำให้เธอก้าวสู่การเป็นเจ้าของร้านอาหารอย่างเต็มตัว COFFEE BEANS by Dao ขยับขยายสู่เมนู ‘อาหารหลัก’ นำเมนูโฮมเมดที่เดิมทีจะทำให้คนในบ้านทานสู่โต๊ะอาหารลูกค้า

ทุกอย่างเป็นเมนูของที่บ้าน ทั้งสตูว์ลิ้นวัว ข้าวกะเพรา ฯลฯ ตอนนั้นทำเองทุกอย่างเลย ตั้งแต่เข้าครัวจัดร้าน เสิร์ฟอาหาร กระทั่งเก็บร้าน แรกๆ มีลูกมือประมาณ 10 คน ทุกคนเหนื่อยกันมากค่ะ อย่างตัวดาวเองได้นอนแค่วันละ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น ลูกๆ สองคนก็เลี้ยงกันอยู่ในห้องครัว คลานเล่นกันใต้เคาน์เตอร์ทำขนมนั่นล่ะค่ะ เด็กๆ จึงเติบโตมาพร้อมร้านนี้

โดยนอกเหนือจากบทบาทเจ้าของร้านที่ส่งต่อความโฮมมี่สุดพิถีพิถัน เธอยังมีอีกบทบาทในการส่งต่อความตั้งใจเรื่องการทำอาหารสู่ลูกๆ จากบทความ สเต็ปชีวิต แอร์โฮสเตส แม่บ้านและเจ้าของ COFFEE BEANS by Dao ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ ทำให้เห็นถึงความใกล้ชิดระหว่างเธอและลูก โดยเฉพาะ บูม ธนวรรณ วงศ์เจริญรัตน์ ลูกสาวคนกลางที่ซึมซับการทำขนมมาจากคุณแม่ตั้งแต่สองขวบ ทำให้เธอชื่นชอบและมีความฝันในการทำธุรกิจของตนเอง อย่างไรก็ตามเธอเริ่มเป็นที่รู้จักในปี 2555 จากการเป็นศิลปินดูโอ้หญิงวง เอ บี ควีน ค่ายกามิกาเซ่ ก่อนบินไปเรียนต่างประเทศ

บูม ธนวรรณ วงศ์เจริญรัตน์ ลูกสาวที่โตมาในครัวของแม่

หลังเรียนจบเธอกลับมาช่วยคุณแม่ดูแล COFFEE BEANS by Dao พร้อมกับเริ่มต้นปั้นแบรนด์ขนมคลีนใหม่ของตัวเองที่ชื่อว่า‘สกินนี่ลิเชียส’ Skinnylicious ในช่วงที่ขนมคลีนเริ่มเป็นที่นิยมในหมู่สาวไทย เพื่อตอบโจทย์ตลาดขนมคลีนในขณะนั้นที่ยังไม่มีใครทำแบรนด์ขนมเพื่อสุขภาพอย่างจริงจัง ปัจจุบัน Skinnylicious โด่งดังทั้งในร้านค้าออนไลน์และมีหน้าร้านวางขายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ทำรายได้สูงถึง 40 ล้านต่อปี ในช่วงสามปีที่ผ่านมา

ต่อด้วยในปีที่ผ่านมา เธอและน้องสาวเบลล์-ธนาภา ปางพุฒิพงศ์ จับมือกันคิดสูตรขนม ทุ่มแรงกายแรงใจปั้น ‘Butterbear’ หมีเนย แบรนด์น้องใหม่ที่กำลังสร้างปรากฏการณ์สุดคึกคักให้กับวงการคาเฟ่และธุรกิจร้านอาหารไทยในขณะนี้

ปรากฏการณ์ ด้อมน้องเนย Butterbear

จากมาสคอตประจำร้านที่ยืนเหงาๆ น้องเนย กลายเป็นดาราสาวหน้าใหม่ที่เดบิวต์สู่วงการ T-POP พร้อมปล่อยซิงเกิลและกำลังจะมีมิวสิกวิดีโอของตนเองอีกด้วย เรียกได้ว่าในตอนนี้ที่กระแสพุ่งฉุดไม่อยู่ น้องเนย จัดงานโชว์ตัวเซอร์วิสแฟนๆ เปิดโอกาสให้ถ่ายรูปกระทบไหล่ฟรี แม้ไม่ได้มาซื้อขนมที่ร้าน

หมีเนย = แบรนด์ "สร้างภาพจำพร้อมสื่อสารกับคนได้โดยไม่ต้องพูดถึงขนม"

  • Mascot to Brand Personality

    Butterbear สร้างตัวตนและสตอรี่ให้กับ น้องเนย จนกลายเป็นมาสคอตที่มีเสน่ห์ที่ใครเห็นก็ยิ้มตามไปกับความน่ารัก ผ่านการวางคาแรกเตอร์ที่ไม่ใช่มาสคอตหมี แต่นี่คือ เด็กคนหนึ่งที่มีอารมณ์ ความรู้สึก ทำให้ น้องเนย มีบุคลิกเหมือนเด็กๆ สดใส ขี้อ้อน ขี้เล่น กล้าแสดงออก แถมยังอ่อนน้อม ซึ่งมากไปกว่านั้นแบรนด์ยังเขียนเส้นเรื่องต่อเนื่องให้กับ น้องเนย ไม่ว่าจะเป็น เด็กต้องไปโรงเรียน ทำการบ้าน ทันกระแสโซเชียล และที่สำคัญคือ ชอบเต้น เต้นเก่งแบบที่เก็บทุกเพลงฮิต คัฟเวอร์เป๊ะทุกท่า

  • Viral & Trendy

    นอกจากนี้ Butterbear ยังใช้สื่อโซเชียลมีเดียมาต่อยอดการมีส่วนร่วมได้อย่างเก่งกาจ หลังจากช่วงต้นปีที่คลิปน้องเนยโชว์สเตปในวันเด็กที่หน้าศูนย์การค้า Emquatier เป็นไวรัล แบรนด์ก็เริ่มปั้นช่อง TikTok และแอคเคานต์ใน X (Twitter) เพื่อสื่อสารกับแฟนคลับ โดยเฉพาะพี่เลี้ยงน้องเนย (ทีมการตลาดของแบรนด์) ที่ขยันทำคอนเทนต์ในโซเชียลไม่หยุด จนแฟนคลับพากันตามติดชีวิตน้องเนยผ่านโลกออนไลน์แบบไม่หยุดพักเช่นเดียวกัน นอกจากนี้แบรนด์ยังขยันจัดอีเวนต์โชว์ตัวเป็นประจำที่สาขาศูนย์การค้า Emsphere ชั้น G จนเกิดปรากฏการณ์ห้างแตกเพราะเพราะพี่สาวโซเชียลทั้งไทย-จีนรวมตัวกันรอเจอน้องเนยที่จะมาต้อนรับลูกค้าที่หน้าร้านประจำทุกวันเสาร์-อาทิตย์

วินาทีนี้เราเห็นแล้วว่าความเก่งของ Butterbear ที่ทำให้มาสคอตทั่วไปกลายเป็นที่รักของผู้คน เกิดจากการวางแผนทุกอย่างมาเป็นอย่างดี แบรนด์สามารถจับทางได้ว่าผู้คนสมัยนี้มีพฤติกรรมการบริโภคอย่างไร และใช้โอกาสตรงนั้น ความตั้งใจสร้างสิ่งที่จับต้องได้ เข้าถึงใจผู้คน ทำให้น้องเนยกลายเป็นตัวแทนของแบรนด์ได้อย่างง่ายดาย จึงไม่แปลกที่‘ด้อมน้องเนย’ จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และนั่นทำให้ Butterbear ยิ่งเป็นมากกว่าร้านขนม!!

เรามาดูในส่วนของรายได้บ้างดีกว่า ข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจและการค้า ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา Butterbear หรือ บริษัท บัตเตอร์แบร์ จำกัด ทำรายได้รวมถึง 7,441,961 บาท กำไรสุทธิ 276,340 บาท ปัจจุบัน Butterbear มีทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ ศูนย์การค้า Emsphere, Samyan Mitrtown และ Centralworld

ด้าน COFFEE BEANS by Dao หรือ บริษัท ดาว คอฟฟี่บีนส์ จำกัดของคุณแม่ยังคงคว้ารายได้หลักร้อยล้านต่อเนื่อง

  • ปี 2566 รายได้รวม 536,137,994 บาท กำไรสุทธิ 593,262 บาท
  • ปี 2565 รายได้รวม 484,097,454 บาท กำไรสุทธิ 100,956 บาท
  • ปี 2564 รายได้รวม 312,106,478 บาท กำไรสุทธิ 84,675 บาท

ปัจจุบัน COFFEE BEANS by Dao มีทั้งหมด 9 สาขาในประเทศไทย ทั้งรูปแบบสแตนด์อโลนและในห้างหรูชั้นนำ ขึ้นแท่นเป็นร้านอาหารและเบเกอรี่ยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องความพรีเมียม ทั้งการให้บริการ บรรยากาศร้าน มาตรฐานของวัตถุดิบ และรสชาติที่ยังคงความอร่อยของรสชาติเค้กแบบไทยๆ สไตล์ COFFEE BEANS by Dao มาเป็นเวลากว่า 28 ปี.

อ้างอิง COFFEE BEANS by Dao

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ย้อนเส้นทาง COFFEE BEANS by Dao สู่ หมีเนย Butterbear ตัวแม่สู่ตัวลูกปั้นร้านขนมยอดขายห้าร้อยล้าน

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...