โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บิ๊กอุ้ม เร่งอัพอันดับการศึกษาไทย จี้ 'บิ๊กศธ.-ผอ.รร.' ต้องเป็นผู้นำเปลี่ยนแปลง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 มิ.ย. 2567 เวลา 03.57 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2567 เวลา 03.57 น.

‘บิ๊กอุ้ม’ เผยผลจัดอันดับการศึกษาไทยดีขึ้น แต่ต้องเร่งพัฒนาแบบก้าวกระโดด จี้ ‘บิ๊กศธ.’ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า จากการประขุมผู้บริหารศธ. เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมได้รายงานการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา PISA โดยขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันขับเคลื่อนแผนการยกระดับผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือPISAไปพร้อมกันและขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ และมีการรายงานผลอย่างต่อเนื่อง และในการประเมิน PISA จะมีความแตกต่างจากเดิม คือ การประเมินด้านวิทยาศาสตร์ของ PISA จะมีการเพิ่มเติมเรื่อง “สิ่งแวดล้อม” ให้ความสำคัญกับการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในบริบทหรือสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย ในการจัดการกับประเด็นทางวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น จึงขอฝากให้ทุกหน่วยงานมีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทในระยะสั้นและมีแผนดำเนินการในระยะยาว

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้รับทราบรายงานผลการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาในการส่งเสริมสมรรถนะและความฉลาดรู้ของผู้เรียน ตามแนวทางการประเมิน PISA โดย สพฐ. ได้มีการขยายผลการพัฒนาสมรรถนะความฉลาดรู้ในระดับเขตพื้นที่ลงสู่สถานศึกษา โดยการพัฒนาครูแกนนำ 1,400 คน เพื่อขยายผลไปสู่ครู 3 โดเมน จำนวน 27,397 คน ใน 245 เขต 9,214 โรงเรียน เพื่อมุ่งพัฒนาสมรรถนะความฉลาดรู้ในระดับชั้นเรียน ทั้งด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และนำผลการสะท้อนการทำแบบทดสอบ Computer Based Testing ซึ่งในขณะนี้มีนักเรียนที่เข้าสู่ระบบ Computer Based Test (PISA Style) จำนวน 208,268 คน โดยเป้าหมายของการนำนักเรียนเข้าสู่ระบบนั้นอยู่ที่กว่า 500,000 คน

ในการนี้ สพฐ. ได้มีการถอดบทเรียนความสำเร็จในการยกระดับสมรรถนะความฉลาดรู้ที่สูงกว่า OECD ของโรงเรียนบ้านหลังเขาสังกัด สพป.กาญจนบุรี เขต 4 พบว่า สิ่งที่ทำให้ผลการสอบมีคะแนนสูง เนื่องจากผู้บริหารเห็นความสำคัญในการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ครูเติมเต็มการคิดวิเคราะห์ ให้เทคนิคและแนวทางในการอ่านขั้นสูง นักเรียนที่ผ่านแบบทดสอบตามแนวทาง PISA มีการ “เน้น ซ้ำ ย้ำ ทวน” ส่งผลต่อการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือ“ผู้บริหาร” เพราะการที่มีผู้บริหารหรือผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีวิสัยทัศน์ที่ดี เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ก็จะส่งผลให้เกิดการส่งเสริมการพัฒนาครู สู่การพัฒนานักเรียน

ทั้งนี้ สสวท. ได้ร่วมกับ สพฐ. ในการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนรู้ในการส่งเสริมสมรรถนะและความฉลาดรู้ของผู้เรียนตามแนวทางการประเมินระดับชาติ (PISA) ให้กับครูจำนวน 408 คน จากโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพมหานคร ที่เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 136 แห่ง เพื่อให้สามารถนำชุดพัฒนาความฉลาดรู้ฯ ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการขยายการอบรมให้กับหน่วยงานสังกัดต่าง ๆ อาทิ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ซึ่ง สสวท. จะเปิดหลักสูตรการอบรมการใช้ระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA ในสถานศึกษา รุ่นที่ 2 โดยสามารถลงทะเบียนและอบรมผ่านทาง https://teacherpd.ipst.ac.th ได้ตั้งแต่บัดนี้ – 31 ก.ค. 2567

รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณที่ร่วมดำเนินการรายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณและผลการใช้จ่ายงบประมาณฯ ให้แล้วเสร็จโดยไว และขอให้ผู้บริหารหน่วยงานติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมเน้นย้ำเกี่ยวกับการเร่งรัดก่อหนี้ผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยเฉพาะงบลงทุน ให้แล้วเสร็จ และตามที่ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการนำเข้าข้อมูล แผนงาน โครงการที่เป็นงบรายจ่ายลงทุนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ลงในระบบของกรมบัญชีกลาง ต้องชื่นชมทุกหน่วยงานที่ดำเนินการให้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด หากหน่วยงานใดไม่สามารถจัดทำได้ตามกำหนดหรือมีปัญหาติดขัด

ขอให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานในพื้นที่เร่งเข้าไปให้การช่วยเหลือทั้งด้านระบบและบุคลากร ฝากการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน โดยเฉพาะเขตตรวจราชการ 18 เขต (สป., สพฐ.) ขอให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และประธานกรรมการบริหารกลุ่มพื้นที่การศึกษา ประจำเขตตรวจราชการ ช่วยกำกับ ติดตาม เร่งรัด ดูแล แนะนำ และส่งเสริมสมรรถนะของผู้บริหารและสร้างเสริมสมรรถนะบุคลากรที่มีความสามารถ ในการเป็นพี่เลี้ยงให้หน่วยงานในพื้นที่ให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่า การทำงานให้สำเร็จนั้นไม่ได้อยู่ที่ผู้บริหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงผู้ร่วมงานที่มีสมรรถนะสูง ก็สามารถเป็นที่ปรึกษาหรือพี่เลี้ยงในการถ่ายทอดงานให้กับเพื่อนร่วมงานในองค์กรได้เป็นอย่างดี

ต่อประเด็นการติดตามความเรียบร้อยด้านอาคารสถานที่ของหน่วยงานในสังกัด รมว.ศธ. กล่าวว่า ต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อยของอาคาร สถานที่ และภูมิทัศน์ ทั้งภายในอาคารและบริเวณโดยรอบหน่วยงาน โดยขอให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ทั้งในระดับภาค ระดับจังหวัด ดูแลสถานที่ทำงานซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเรา โดยตนได้มอบหมายหัวหน้าผู้ตรวจราชการ ผู้ช่วยปลัด ศธ. และคณะ ตรวจสอบอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและบริเวณโดยรอบศธ. วางแนวปฏิบัติเป็น 2 แนวทาง คือ 1. ดำเนินการปรับปรุงได้ทันที 2. ต้องมีการวางแผนและดำเนินการในระยะกลางและระยะยาว อาทิ การตัดแต่งไม้ยืนต้น การซ่อมประตู/รั้วกระทรวง (บางส่วนที่ชำรุด) ซึ่งในการสำรวจตรวจสอบดังกล่าวนั้น ได้มีแบบประเมินเพื่อปรับปรุงและพัฒนาด้วย โดยหวังให้เป็นแนวทางให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้นำไปพัฒนาต่อไป

รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวต่ออีกว่า ได้รับทราบสรุป ขีดความสามารถขีดความสามารถการแข่งขันด้านการศึกษาของประเทศไทยปี 2567 จากรายงานของสถาบันเพื่อพัฒนาการจัดการนานาชาติ (International Institute for Management Development : IMD 2024) โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้ดำเนินการเปรียบเทียบสมรรถนะการศึกษาของประเทศไทยกับนานาชาติ โดยใช้ดัชนีเป็นกรอบหลักในการวิเคราะห์ โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการกำหนดนโยบายและวางแผนเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับสากลโดย ไอเอ็มดี

ได้จัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ รวม 67 ประเทศ ซึ่งในภาพรวมประเทศไทยมีอันดับดีขึ้น จากอันดับที่ 30 เป็นอันดับที่ 25 และมีอันดับด้านการศึกษาอยู่ในอันดับที่ 54 ซึ่งเท่ากับปีที่ผ่านมา โดยตัวชี้วัดที่มีอันดับดีที่สุด 3 อันดับแรก คือ งบประมาณด้านการศึกษาต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ความคิดเห็นต่อการบริหารจัดการศึกษาที่ตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจ และอัตราส่วนนักเรียนต่อครู 1 คนที่สอนระดับประถมศึกษา

ตัวชี้วัดที่มีการพัฒนามากที่สุด 3 ตัวชี้วัด ได้แก่ งบประมาณด้านการศึกษาต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) อัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษา และดัชนีมหาวิทยาลัย

“ภาพรวมของด้านการศึกษา 2 ปีย้อนหลัง มีประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ ผลการทดสอบ PISA ทั้ง 3 ด้าน ความคิดเห็นต่อทักษะทางภาษาที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกอบการ และอัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษา ที่ศธ.ต้องเร่งพัฒนา เพื่อให้เท่าทันระดับสากล ซึ่งจากผลการจัดอันดับนั้นสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีการพัฒนามาโดยตลอดและมีด้านที่ต้องเร่งพัฒนา การที่จะทำให้ประเทศไทยมีอันดับที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องต้องอาศัยการพัฒนาในการทำงานอย่างก้าวกระโดดมากกว่าที่เป็นอยู่

เนื่องจากทุกประเทศล้วนมีการพัฒนาเช่นเดียวกัน ขอให้ผู้นำทางการศึกษาทุกท่าน เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งในระดับส่านกลาง ระดับเขตตรวจราชการ ระดับภาค และระดับจังหวัด ส่งเสริมการพัฒนาและเสริมสร้างสมรรถนะของบุคลากรในองค์กร ส่งผลต่อการนำนโยบายไปพัฒนาร่วมกัน สร้างเด็ก เยาวชน และครูให้มีทักษะ ความรู้ ความสามารถที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เพื่อสะท้อนผลการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทย สิ่งที่สำคัญคือการสร้างความรู้ ความเข้าใจ มีการสื่อสาร สร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่อระบบการศึกษาให้มากที่สุด” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บิ๊กอุ้ม เร่งอัพอันดับการศึกษาไทย จี้ ‘บิ๊กศธ.-ผอ.รร.’ ต้องเป็นผู้นำเปลี่ยนแปลง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...