กมธ.วิฯ งบประมาณ 68 แจงผลพิจารณางบกองทัพ
กมธ.วิฯ งบประมาณ 68 แจงผลพิจารณางบกองทัพ 6 หน่วยงาน สังกัดกลาโหม พร้อมข้อเสนอแนะในภาพรวม
วันที่ 11 ก.ค. 2567 ที่ รัฐสภา นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 เปิดเผยผลการประชุม กมธ. ว่า มีหน่วยงานที่ผ่านการพิจารณา งบกลาง 11 รายการ 161 หน่วยงาน 13 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 6.10 โดยในส่วนของกระทรวงกลาโหม มี 6 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม, กองบัญชาการกองทัพไทย, กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ โดยในที่ประชุมของ กมธ. มีการพิจารณาหน่วยรับงบประมาณของกระทรวงกลาโหมในภาพรวม ดังนี้
ในปี 2568 กองบัญชาการกองทัพไทย ได้มีการกำหนดการเกณท์ทหารให้มีการปรับลดจำนวนลง โดยมีการปรับเปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจมากขึ้นตามความต้องการของประชาชน และในปีงบประมาณ 2568 จะมีการจัดตั้งคณะทำงานในการศึกษาเพื่อนำเอาเทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ มาช่วยในการดำเนินกิจการกองทัพ แทนจำนวนทหารเกณฑ์ที่มีจำนวนลดลง เพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทัพ ในส่วนของการดำเนินงานของ 3 เหล่าทัพ ได้มีการดำเนินการ ดังนี้
กองทัพบก ในปี 2567 ได้เร่งดำเนินการให้ความเร่งด่วนในการซ่อมปรับปรุงอาคาร สถานที่ทำงานและบ้านพักอาศัยให้แก่กำลังพลชั้นผู้น้อย รวมถึงซ่อมแซมบ้านพักให้กับครอบครัวทหารกองประจำการที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย อีกทั้งในปี 2568 กองทัพบกจะมีการส่งเสริมสวัสดิการแก่กำลังพลชั้นผู้น้อยให้มีจำนวนมากขึ้น
กองทัพเรือ ในปีงบประมาณ 2568 มีแผนในการจัดซื้อเครื่องบินลำเลียงจำนวน 2 ลำ มีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี จัดหาเรือน้ำมัน 1 ลำ ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี จัดหาเรดาร์ตรวจการทางอากาศ 1 ระบบ ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี จัดหาระบบควบคุมเครื่องจักร 1 ระบบ ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี และระบบควบคุมเครื่องจักรและจัดการแบบรวมการของเรือจักรีนฤเบศร ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี มีการเพิ่มขีดความสามารถระบบสื่อสารและระบบอาวุธของการปฎิบัติการทางเรือ 2 ระบบ ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี ทั้งหมดนี้เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินการตามภารกิจของกองทัพเรือในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ
กองทัพอากาศ ภารกิจหลักในปี 2567 กองทัพอากาศได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนชาวไทยจากเหตุการณ์ไม่สงบในต่างประเทศ เช่น อิสราเอล ทั้งนี้ในปี 2568 กองทัพอากาศยังเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน จากเหตุการณ์ไม่สงบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย
ทั้งนี้ กมธ. ได้มีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานต่างๆในภาพรวม ดังนี้
กองบัญชาการกองทัพไทย ได้มีข้อเสนอแนะในเรื่องการปรับอัตราเบี้ยเลี้ยง ค่าตอบแทนในกลุ่มงานที่กำลังเป็นที่ต้องการ เช่น วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เพื่อดึงดูดผู้ที่มีความสามารถเข้ามาทำงาน เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่กำลังเป็นปัญหาต่อประชาชนในปัจจุบัน
สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้มีข้อเสนอแนะให้จัดทำงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ควรมีการแสดงรายละเอียดรายการใช้จ่ายงบประมาณลงลึกถึงหน่วยงานระดับกองพัน เพื่อให้การพิจารณางบประมาณสามารถมองเห็นในภาพรวมของการใช้จ่ายงบประมาณและกำลังพลที่ต้องเข้าไปทำหน้าที่ได้ชัดเจนมากขึ้น
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ควรมีการรายงานหลักเกณฑ์การวิจัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศว่าเป็นอย่างไร และ MOU ที่สร้างความร่วมมือกับเหล่าทัพในการสนับสนุนการจัดซื้ออาวุธภายในประเทศว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง
สำหรับกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ โดยทั้งสามเหล่าทัพนั้น กมธ.หลายท่านได้ให้ข้อเสนอแนะในการจัดทำงบประมาณในหลายๆ โครงการให้มีความชัดเจนในรายละเอียด เพื่อให้เห็นถึงเหตุผลและความจำเป็นในการของบประมาณ การพิจารณาถึงการก่อสร้างอาคารต่างๆ ของแต่ละเหล่าทัพว่ามีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ เนื่องจากนโยบายการลดกำลังพลและขนาดของเหล่าทัพ อีกทั้งเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของกองทัพให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของกองทัพเอง
ซึ่งการพิจารณาแบบลงลึกในรายละเอียด การลงลึกในโครงการ รวมทั้งการปรับลดงบประมาณ จะเป็นการส่งไม้ต่อจากคณะกรรมาธิการ (คณะใหญ่) ให้กับคณะอนุกรรมมาธิการในการทำหน้าที่ดังกล่าว เพื่อพิจารณางบประมาณอย่างรอบคอบ คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การใช้งบประมาณแผ่นดินเกิดประโยชน์อย่างสูงสุด