โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ รับสื่อมีผลต่อการตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.ค. 2567 เวลา 07.46 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2567 เวลา 07.23 น.
นครินทร์ เมฆไตรรัตน์

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ รับ ไม่ว่าสื่อรายงานทางบวก หรือลบ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ ล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจของศาล เผยอยากทำให้ทุกอย่างโปร่งใส

วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กทม. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจัดโครงการศาลรัฐธรรมนูญพบสื่อมวลชน ประจำปี 2567 โดยมีนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ปาถกฐาพิเศษเรื่อง “บทบาทของสื่อในสังคมข้อมูลข่าวศาลยุคดิจิทัล” ตอนหนึ่งว่า ข้อมูลข่าวสารยุคดิจิทัลมีความยุ่งเหยิงมาก แน่นอน สื่อเป็นเครื่องมือของศาล และศาลต้องมีสื่อ ใช้สื่อเป็นอย่างน้อยต้องมีจดหมายข่าวต่าง ๆ

แต่ขณะเดียวกันเราต้องอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ถูกบีบโดยสื่อด้วย ไม่ว่าสื่อจะรายงานในทางบวก ทางลบ รายงานสถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ ก็ล้วนแล้วแต่มีผลต่อการตัดสินใจของศาลอยู่ด้วยในบางลักษณะ จะมากจะน้อยแล้วแต่ดุลพินิจของตุลาการแต่ละท่าน

บางท่านอาจจะคิดถึงสถานการณ์มากเป็นกรณีพิเศษ บางท่านอาจจะไม่สนใจสถานการณ์บ้านเมืองเลยก็ได้ โดยตนมอง สังคมไทยเราอยู่ในสังคม ที่มีสิทธิเสรีภาพพอสมควร ตนถือว่ามาก เมื่อเปรียบกับประเทศอาเซียนด้วยกัน น่าจะดีกว่าพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม มากกว่ามาเลเซีย สิงคโปร์ด้วยซ้ำ ในบางเรื่อง

นายนครินทร์กล่าวอีกว่า องค์กรศาล ไม่ใช่องค์กรที่จะต้องกระตือรือร้นสื่ออะไรทั้งหมด เมื่อไม่กี่วันมานี้ก็มีท่านตุลาการท่านหนึ่ง ก็บอกว่าควรจะสื่อให้เขาทราบดีไหม ว่าทำไมเราต้องประชุมวันที่ 18 (18 มิ.ย. มีกรณีพิจารณากฎหมายลูก สว. 4 มาตรา ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมถึงการยุบพรรคก้าวไกล และสถานะความเป็นนายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน)

ท่านบอกตนทางไลน์ แต่พวกเราก็เงียบไม่อยากบอก ซึ่งไม่ใช่สายมูอะไร ไม่มีเรื่องลึกลับซับซ้อนอะไรเลย ไม่ใช่ว่าเราจะไปตกลงกับใครจนกระทั่งมาประชุมวันที่ 18 เหตุผลง่ายมาก เพราะตุลาการท่านหนึ่งท่านขอลามาเป็นเวลานานหลายเดือนแล้ว ซึ่งถ้าไม่ประชุมกันสัปดาห์นั้น ก็ยกเว้นไปเลย

ก็ตกลงกันประชุมวันที่ 18 การประชุมไม่ได้มีอะไรลึกลับซับซ้อน โลกยุคดิจิทัลทำให้มนุษย์ติดต่อกันได้ เข้าถึงกันรวดเร็ว ง่าย แต่ในมุมกลับมันคือโลกของการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทำให้คนมีการรับฟังความอีกฝั่งน้อยเกินไป

“ผมฝากไว้จัดการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร และเรื่องจรรยาบรรณสื่อในยุคดิจิทัลอยู่ที่ไหน ถ้ามีการควบคุมดูแลกันบ้าง แต่การไม่ควบคุมกันเลย มันคือสังคมอนาธิปไตย เรายืนอยู่สองขา โลกฝั่งหนึ่งจะเป็นอนาธิปไตย หรือจะเป็นเผด็จการ แต่ผมว่าเราอย่าเป็นทั้งสองอย่างจะดีกว่า อยู่ตรงกลาง ๆ ให้สื่อยุคดิจิทัล เคลื่อนที่ไป” นายนครินทร์กล่าว

นายนครินทร์กล่าวว่า ตนหวังว่าการสัมมนาในวันนี้ อยากฟังสื่อที่มาร่วมวันนี้ด้วย พวกเราเองคงต้องคิดถึงความพอเหมาะพอควรที่จะสื่อกัน บางเรื่องเราตอบได้ แต่บางเรื่องต้องอย่าลืมศาลเป็นองค์กรที่อยู่กับความลับ ถ้าเราเปิดเผยทุกอย่างทั้งหมดอันนั้นไม่ใช่ศาล ความจริงองค์กรของรัฐบางประเภท ก็เปิดเผยทุกอย่างไม่ได้

เรายังคิดว่า เราต้องทำให้ทุกอย่างโปร่งใส เปิดเผยได้ทั้งหมด แต่บางเรื่องเปิดเผยไม่ได้ก็คือเปิดเผยไม่ได้ เพราะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินคดีความ ความมั่นคงบางเรื่อง ถ้าเราเปิดเผยความมั่นคงของประเทศต่อสาธารณชนทั้งหมดก็เรียบร้อยครับ รัฐจะไม่เหลือสภาพเลย ความมั่นคงเศรษฐกิจทั้งหลาย บางเรื่องเปิดเผยไม่ได้จริง ๆ ความพอเหมาะพอควรเราอย่าสุดโต่ง ตนว่าให้อยู่ในจุดที่มีความสมดุลกันระหว่างความโปร่งใสตรวจสอบได้ กับการต้องดูแลให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ รับสื่อมีผลต่อการตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...