โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ญี่ปุ่นเจอคลื่นร้อนกลางฤดูฝนเล่นงาน คนเป็นลมแดดดับแล้ว 6 ราย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ก.ค. 2567 เวลา 10.22 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2567 เวลา 10.08 น.
ภาพรอยเตอร์

ญี่ปุ่นเจอคลื่นร้อนกลางฤดูฝนเล่นงาน คนเป็นลมแดดดับแล้ว 6 ราย

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดดแล้ว 6 ราย ในกรุงโตเกียว ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังเผชิญสภาพอากาศร้อนอบอ้าวจากคลื่นร้อนในช่วงฤดูฝนที่เกิดขึ้นได้ยาก ส่งผลให้ทางการออกคำเตือนให้ประชาชนระวังสุขภาพจากสภาพอากาศที่แปรปรวนเช่นนี้

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จังหวัดชิซูโอกะ ทางตอนกลางของประเทศ เป็นภูมิภาคแรกที่มีอุณหภูมิพุ่งแตะ 40 องศาเซลเซียส ในปีนี้ ซึ่งเกินกว่าระดับ 35 องศาเซลเซียส ที่หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นจัดว่าอยู่ในระดับ “ร้อนจัด” สภาพอากาศร้อนจัดรุนแรงกลางฤดูฝนของญี่ปุ่นเช่นนี้เกิดขึ้นได้ยาก ซึ่งเจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาชี้ว่าสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของความกดอากาศสูงจากแปซิฟิกใต้

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า สถานีสังเกตการณ์สภาพอากาศในกรุงโตเกียวและจังหวัดวากายามา ระบุว่า ในวันจันทร์ (8 ก.ค.) อุณหภูมิในพื้นที่ดังกล่าวพุ่งสูงใกล้ระดับ 40 องศาเซลเซียส และในช่วงไม่กี่วันก่อนทางการยังประกาศแจ้งเตือนโรคลมแดดในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ โดยขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายนอกบ้านและใช้เครื่องปรับอากาศ อย่างไรก็ดี มีรายงานผู้เสียชีวิต 3 ราย จากโรคลมแดดในวันเสาร์ (6 ก.ค.) และอีก 3 ราย ในวันจันทร์ (8 ก.ค.) ขณะที่อุณหภูมิในช่วงเวลากลางวันวัดได้ 35 องศาเซลเซียส

ด้านสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินของญี่ปุ่นเตือนว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากอาการเหนื่อยล้าเนื่องจากอากาศร้อนทั่วประเทศอาจเพิ่มขึ้นอีก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ญี่ปุ่นเจอคลื่นร้อนกลางฤดูฝนเล่นงาน คนเป็นลมแดดดับแล้ว 6 ราย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...