โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทนายห่วง ‘ป้าติ๋ม’ ได้มรดก 100 ล้าน คนสงสัยต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ได้แค่ 49% เท่านั้น

The Bangkok Insight

อัพเดต 03 พ.ค. 2567 เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2567 เวลา 06.53 น. • The Bangkok Insight

ทนายห่วง "ป้าติ๋ม" ได้มรดก 100 ล้าน ส่วนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์มีปัญหา คนสงสัยต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ได้แค่ 49% เท่านั้น

จากกรณี นักธุรกิจหญิงฝรั่งเศส อายุ 59 ปี เจ้าของวิลลาให้เช่าบนเกาะสมุย จบชีวิตพร้อมยกมรดก 100 ล้าน ให้ป้าติ๋ม แม่บ้านคนสนิท ผู้ตายสามารถซื้อที่ดินบนเกาะสมุยได้อย่างไร เนื่องจากไม่ใช่คนไทย

มรดก 100 ล้าน

แต่จากการสอบถามข้อมูลจากทนายความท่านหนึ่งบนเกาะสมุย (ไม่ใช่ทนายของคนตาย) และผู้ประกอบการในพื้นที่ ให้ข้อมูลว่า ส่วนใหญ่หากชาวต่างชาติจะซื้อที่ดิน จะจ้างทนายความส่วนตัว ให้จัดการจดทะเบียนวิลลาเป็นบริษัทโดยให้คนไทยไม่ต่ำกว่า 2 คน เป็นคนจดเป็นบริษัทเป็นผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า เป็นนอมินี หรือ ตัวแทนอำพราง

จากนั้น ถึงค่อยนำชาวต่างชาติซึ่งเป็นเจ้าของที่จะจดทะเบียนตัวจริงเข้ามาถือหุ้น 49% ส่วนอำนาจการโอนที่ดินหรือจัดการหลังนี้จากนี้ ชาวต่างชาติจะมีอำนาจเต็มในการจัดการทั้งหมด ซึ่งในกรณีเคสแหม่มก็คงเป็นเช่นเดียวกัน

สอบถามถึงเรื่องนี้กับทนายเดชา กิติวิทยานันท์ หรือ ทนายเดชา เปิดเผยกับลุยชนข่าว ว่า กรณีการรับมรดกของป้าติ๋ม นั้น หากมีการระบุชื่อในพินัยกรรมชัดเจนก็สามารถครอบครองทรัพย์สินนั้นได้ทันที แต่จะติดปัญหากับกรณีสมบัติที่เป็นอหังสาริมทรัพย์ ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติ ตามกฎหมายแล้วสามารถครอบครอง อหังสาริมทรัพย์ในประเทศไทยได้เพียง 49% เท่านั้น การจะครอบครองจะต้องมีผู้ถือหุ้นหรือนอมินีมีส่วนร่วมด้วย เช่น บ้านหนึ่งหลัง ผู้ตายมีหุ้น 49% ที่เหลือจะต้องมีผู้ถือหุ้นหรือนอมินีหรืออาจจะเปิดในนามบริษัท เป็นผู้ดูแล

ป้าติ๋ม แม่บ้าน

ดังนั้น หากมีการยกทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ให้กับป้าติ๋มจะต้องตรวจสอบว่ามีสัญญา การครอบครองทรัพย์สิน เป็นเช่นไร ซึ่งอาจจะเป็นลักษณะหุ้นส่วน และมีการระบุรายละเอียดเช่นเสียชีวิตก็จะต้องทำตามสัญญานั้น แต่หากไม่มีการระบุก็จะเป็นการตกลงกัน สองฝ่ายในหุ้นส่วนของหญิงฝรั่งเศสและนอมินีจะดำเนินการอย่างไร กับอาจจะนำไปขายแล้วแบ่งเงินกัน หรือแบ่งหุ้นส่วนในการครอบครอง ส่วนสังหาริมทรัพย์ทรัพย์ แก้วแหวน เงินทอง รถยนต์ หากระบุชื่อป้าติ๋มในพินัยกรรมชัดเจนก็สามารถครอบครองทรัพย์สินได้ทันที

แต่ในส่วนนี้ก็ติดปัญหาอีกเช่นกัน “หากพบว่ามีทายาทหรือญาติของหญิงฝรั่งเศสมาปรากฏตัว และขอเป็นผู้จัดการมรดกก็สามารถทำได้” แต่ถึงอย่างไร ในพินัยกรรมระบุว่าเป็นชื่อป้าติ๋มก็ถือว่าชัดเจนแล้วว่าป้าติ๋มต้องได้รับทรัพย์สินนั้น

ที่มา: ลุยชนข่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...