โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Happy Journey “เยา ยัง เยี่ยม” สัมผัสวัฒนธรรมร่วมสมัยไทย-จีน เต็มอิ่ม 3 วันรอบ “เยาวราช” มังกรที่ไม่เคยหลับใหล

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 31 ต.ค. 2568 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2568 เวลา 07.48 น.

“BEM” ร่วมกับ รฟม. ชวนนั่ง MRT สัมผัสสีสันร่วมสมัยไทย-จีน รอบ “เยาวราช” ในงาน Happy Journey ‘เยา ยัง เยี่ยม’ ย่านเยาวราชที่ยังสุดยอด และสุดเยี่ยมทุกยุคสมัย

ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน แลนด์มาร์กสุดคึกคักใจกลางกรุงเทพฯ อย่างย่าน “เยาวราช”ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายและมนต์ขลังแห่งวัฒนธรรมจีนเสมอ ด้วยวิถีชีวิตตามแบบฉบับคนไทยเชื้อสายจีน การเป็นศูนย์กลางแหล่ง “มู” อย่างวัดและศาลเจ้าชื่อดังหลายแห่ง ที่นี่ยังเคยเป็นศูนย์กลางโรงอุปรากรจีนที่ปัจจุบันเริ่มหาชมได้ยากแล้ว

เมื่อเพ่งมองไปยังศูนย์กลางของย่าน “ถนนเยาวราช”สองฟากฝั่งที่เต็มไปด้วยสตรีทฟู้ดและชาวต่างชาติพลุกพล่านแน่นขนัด การเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกนำพาความเป็นสมัยใหม่มาบรรจบกับวัฒนธรรมเก่าแก่อันมีเอกลักษณ์ แถมอยู่ร่วมกันอย่างลงตัวบนถนนที่มีชีวิตชีวาที่สุดเส้นหนึ่งของกรุงเทพฯ สายนี้

เพื่อไปสัมผัสกับวัฒนธรรมร่วมสมัยไทย-จีน กันแบบเต็มอิ่มในทุกมิติ จึงเป็นที่มาของงาน Happy Journey ‘เยา ยัง เยี่ยม’ ย่านเยาวราชที่ยังสุดยอด และสุดเยี่ยมทุกยุคสมัย โดย บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ร่วมกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ชวนลูกค้าคนพิเศษนั่ง MRT บุกเยาวราช ค้นหาเสน่ห์ของงิ้วกันแบบสด ๆ ใช้เวลาไปกับเวิร์กชอป เดินชิล ชม-แชะ-ชิม จัดเต็มความสุขและความสนุก ระหว่างวันที่ 28-30 พฤศจิกายน 2568 ณ MRT สถานีวัดมังกร

จากสำเพ็งสู่เยาวราช

“เยาวราช”เป็นชื่อถนนสายหนึ่งในเขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร แต่ในอดีตที่นี่คือชุมชน “ชาวจีนโพ้นทะเล”ที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่สุดในกรุงเทพฯ โดยมีพัฒนาการสืบเนื่องมาจาก “สำเพ็ง”

เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ทรงปราบดาภิเษกและขึ้นครองราชย์ เมื่อ พ.ศ. 2325 ทรงมีพระราชดำริให้สร้างพระนครแห่งใหม่ทางคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาฟากตะวันออก คือบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน แต่บริเวณที่โปรดให้สร้างพระบรมมหาราชวังนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของ“พระยาราชาเศรษฐี” และชุมชนชาวจีนจำนวนหนึ่ง จึงโปรดฯ ให้ชุมชนบริเวณนั้นย้ายไปอยู่ที่สวนบริเวณวัดสามปลื้มถึงคลองวัดสามเพ็ง หรือคือสำเพ็งในปัจจุบัน

เหตุการณ์นั้นปรากฏหลักฐานอยู่ในพระราชพงศาวดารฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ว่า “ให้พระยาราชาเศรษฐี และพวกจีนย้ายไปตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ ที่สวนตั้งแต่คลองวัดสามปลื้มไปจนถึงคลองวัดสามเพ็ง”

สำเพ็งจึงเป็นย่านชุมชนชาวจีนแห่งแรกที่ก่อตัวขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ นับตั้งแต่การสถาปนากรุงเทพฯ เป็นราชธานี และขยายตัวกลายเป็นย่านการค้าขนาดใหญ่ มีชาวจีนอาศัยอยู่จำนวนมากขึ้น ประกอบอาชีพต่าง ๆ โดยเฉพาะการค้าขาย

เมื่อบ้านเมืองเติบโตก็เริ่มแออัดไม่เป็นระเบียบ ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ในสำเพ็งที่สร้างด้วยไม้ไผ่ทำหลังคามุงแฝกซึ่งเป็นวัสดุติดไฟง่ายทำให้เกิดเพลิงไหม้บ่อยครั้ง กระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในย่านสำเพ็ง พระองค์จึงทรงถือโอกาสปรับปรุงชุมชน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการตัดถนนและจัดระเบียบที่อยู่อาศัยเสียใหม่

พ.ศ. 2435 เริ่มมีการตัด“ถนนเยาวราช”(เดิมชื่อ ถนนยุพราช) และสร้างเสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2443 รวมเวลา 8 ปี ถนนเส้นนี้ก่อให้เกิดย่านใหม่คือ “ย่านเยาวราช” ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจนเต็มไปด้วยร้านรวงและกิจการมากมายของชาวจีน

ตัวอย่างร้านค้าในย่านสำเพ็งและเยาวราชเมื่อปลายรัชกาลที่ 5 เช่น ร้านขายหมู ขายผัก ร้านหนังสือ ร้านเครื่องประดับเงินและหยก ร้านขายรองเท้าแตะ ของตกแต่งในงานศพ น้ำหอม อาหารกระป๋อง กระจกดอกไม้ สัตว์ต่าง ๆ ของจับฉ่ายจากยุโรป ฯลฯ ร้านค้าเหล่านี้เปิดขายในเวลากลางวัน แต่ยามค่ำคืนก็ยังมีกิจการที่เปิดรองรับลูกค้าที่ออกมาเที่ยวเตร่หาความสำราญอีกมากมาย

ระหว่างทศวรรษที่ 2460-2480 เยาวราชเจริญเติบโตขึ้นกว่าเดิม จนกลายเป็นเขตเศรษฐกิจและย่านกลางคืนของเมืองสมัยใหม่ มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยามค่ำคืนเกิดขึ้นแพร่หลาย ทั้งโรงมหรสพ โรงภาพยนต์ สถานกินดื่มสาธารณะ สถานเริงรมย์ ภัตตาคาร ร้านค้า ร้านกาแฟ โรงน้ำชา โรงยาฝิ่น บ่อนการพนัน หรือแม้แต่สำนักโสเภณี

ทั้งนี้ สถานบันเทิงซึ่งเป็นสีสันของถนนเยาวราชในยามค่ำคืนอย่างแท้จริงคือ ภัตตาคารที่มีชื่อเสียงโด่งดังในอดีตก็เช่น ภัตตาคารหย่งซิน(ย่งเฮง) ตั้งอยู่ที่สี่แยกวัดตึกภัตตาคารเยาวยื่น ตั้งอยู่บนชั้นสามของตึกที่อยู่ตรงข้ามกับโรงงิ้วเทียนกัวเทียน (โรงงิ้วทีอ่วยที) เป็นต้น

แต่ทั้งหมดทั้งมวลแล้ว สถานที่ที่ดึงดูดผู้คนมาเยาวราชมากที่สุดในอดีตเห็นจะเป็น “โรงงิ้ว”

ศูนย์กลางงิ้วแต้จิ๋วโลก

อุปรากรจีนหรือ“งิ้ว”มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและวรรณกรรมจีน เป็นมหรสพเก่าแก่ที่ไม่เพียงมีความเป็นมายาวนาน แต่ยังเกี่ยวข้องกับหลายมิติ ทั้งสังคม วัฒนธรรม หรือแนวคิดในการดำรงชีวิตของชาวจีน รวมถึงชาวจีนโพ้นทะเล

ต้นแบบของการแสดงงิ้วเกิดขึ้นเมื่อเกือบ 1,500 ปีก่อน ในสมัยราชวงศ์ถัง ก่อนจะพัฒนาเป็นงิ้วสมัยใหม่ในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ และแพร่หลายไปยังมณฑลต่าง ๆ ทั่วแผ่นดินจีน จนเกิดเป็นงิ้วนับร้อย ๆ ชนิด โดยมีงิ้วที่แพร่หลายเป็นวงกว้างราว 200 กว่าชนิด แต่ที่ยอมรับกันว่าเป็น“10 งิ้วที่ยิ่งใหญ่”ได้แก่ 1. งิ้วปักกิ่ง 2. งิ้วคุนฉี่ว์ หรือคุนจี้ว์ 3. งิ้วผิงอี้ว์ 4. งิ้วจิ้นจี้ว์ 5. งิ้วกุ้ยจี้ว์ 6. งิ้วฉินเซียง 7. งิ้วหวงเหมย 8. งิ้วเย่ว์จี้ว์ 9. งิ้วกวางตุ้ง และ 10. งิ้วแต้จิ๋ว

สิ่งที่ทำให้งิ้วแพร่หลายคือการตั้งใจถ่ายทอด “คุณธรรม”ตามคำสอนขงจื๊อ การดูงิ้วจึงเป็นจุดบรรจบให้คนโบราณในยุคที่การศึกษายังไม่ครอบคลุมสามารถพูดคุยถกเถียงเรื่องความผิดชอบชั่วดีได้ เพราะคนที่รู้หนังสืออ่านเรื่องเหล่านี้ได้จากตำรา ส่วนคนที่อ่านไม่ออกก็รู้จากการดูงิ้ว

ในบรรดา 10 งิ้วที่ยิ่งใหญ่ คนไทยคุ้นเคย“งิ้วแต้จิ๋ว”มากที่สุด เพราะแพร่หลายในถิ่นจีนโพ้นทะเล รวมถึงประเทศไทยซึ่งมีกลุ่มคนแต้จิ๋วเป็นจีนกลุ่มใหญ่เป็นผู้ชม ประกอบกับความโดดเด่นหลายประการที่ทำให้งิ้วประเภทนี้กลายเป็นศิลปการแสดงที่มีพัฒนาการต่อเนื่องแบบไม่เคย “ตาย” แม้จะมีอายุเก่าแก่กว่า 450 ปี เก่าแก่กว่า “งิ้วปักกิ่ง” งิ้วแห่งชาติจีนที่เพิ่งสมบูรณ์เมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมาด้วยซ้ำ

ประเทศไทยยังมีส่วนช่วยสืบทอดไม่ให้งิ้วแต้จิ๋วเสื่อมหายไป ในยุคที่จีนเกิดจลาจล มีสงครามกลางเมือง และสงครามกับญี่ปุ่น ช่วงเวลานั้นงิ้วเก่าแก่บางชนิด เช่น งิ้วคุนฉี่ว์ เกือบจะสูญสิ้นไปจากแผ่นดินจีนแล้ว รัฐบาลถึงกับต้องเชิญศิลปินเก่าแก่มาช่วยฟื้นฟูในช่วงหลัง ส่วนงิ้วแต้จิ๋วมีไทยเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ (ชั่วคราว) ระหว่างพ.ศ. 2468-2500 ก่อนจะส่งกลับจีนเมื่อการเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ และศูนย์กลางที่ว่าก็อยู่ที่เยาวราชนี้เอง

ช่วงเวลาดังกล่าว กรุงเทพฯ เหมือนเป็นศูนย์กลางงิ้วแต้จิ๋วโลก เฉพาะถนนเยาวราชมีโรงงิ้วสำหรับคณะงิ้วแสดงประจำอยู่ถึง 10 แห่ง และเปิดแสดงทั้งกลางวัน-กลางคืน ก่อนจะซบเซาลงในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ออกนโยบายให้ปิดโรงเรียนจีน บรรดาครูงิ้วที่มาอยู่ไทยจึงเดินทางกลับจีน

ราวทศวรรษ 2500 เริ่มมีคณะงิ้วแต้จิ๋วจากฮ่องกงกลับเข้ามาในไทย และงิ้วก็รับความนิยมอย่างสูงอีกครั้ง แต่ 10 ปีต่อมาก็ต้องยุติกิจการ เพราะรัฐบาลไทยประกาศห้ามงิ้วจากฮ่องกงแสดงในไทยจากปัญหาทางการเมือง ช่วงเดียวกันนั้นเริ่มเกิดการบรรยายภาษาไทยข้างเวทีงิ้ว เพราะคนไทยสนใจดูงิ้วมากขึ้น โดยเฉพาะที่แสดงตามศาลเจ้า ซึ่งช่วงหัวค่ำจะเป็นงิ้วเรื่องบู๊ มีการต่อสู้ สนุกสนาน สามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนได้เป็นอย่างดี

เรื่องราวของ “งิ้ว” ที่เยาวราช จึงอยู่ในความรับรู้และความทรงจำของคนไทยเรื่อยมาจวบถึงปัจจุบัน

มังกรที่ไม่เคยหลับใหล

ตั้งแต่มีการตัดถนนเยาวราชในสมัยรัชกาลที่ 5 ย่านเยาวราชซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ได้หมายถึงเฉพาะแค่ถนนเยาวราช หากรวมถึงชุมชนสำเพ็ง ทรงวาด เจริญกรุง ผดุงด้าว พาดสาน และตลาดน้อย พื้นที่เหล่านี้กลายย่านหลักของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนเรื่อยมา ทั้งยังเติบโตเป็นย่านการค้าสำคัญที่มีสินค้าหลากหลาย

เหตุผลสำคัญที่ทำให้เยาวราชเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นเพราะกิจการของชาวจีน ธุรกิจการค้าในย่านเยาวราช มีทั้งการเงิน การธนาคาร ร้านทอง ภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านค้า ของเล่นเด็ก เสื้อผ้า เครื่องประดับ อาหารแห้ง รวมถึงโรงแรมที่พักต่าง ๆ ธุรกิจเหล่านี้ล้วนเติบโตขึ้นจากอุปนิสัยพื้นฐานของคนจีนที่มีความพากเพียร หนักเอาเบาสู้ และรู้จักการคิดคำนวณ ชุมชนแห่งนี้จึงก้าวย่างสู่ความยิ่งใหญ่ และเป็นแหล่งกำเนิด “เจ้าสัว” แถวหน้าของประเทศหลายคน

นอกจากนี้ เยาวราชยังเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของคนไทยเชื้อสายจีน มีทั้งวัดและศาลเจ้าจำนวนมาก โดยเฉพาะ วัดมังกรกมลาวาสหรือ “วัดเล่งเน่ยยี่” ที่คนไทยเชื้อสายจีนและชาวจีนจำนวนมากนิยมกราบไหว้ขอพรและแก้ปีชงกันอย่างคึกคักตลอดทั้งปี

ศาลเจ้าอื่น ๆ ที่ได้รับความนิยมเช่นกันยังมีอีกหลายแห่ง เช่น ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะที่พ่อค้าแม่ขายในย่านนี้ให้ความเคารพและมากราบไหว้จำนวนมาก เพราะเชื่อว่าจะทำให้กิจการค้าขายเจริญก้าวหน้า ศาลเจ้าแม่กวนอิมมูลนิธิเทียนฟ้า ที่ผู้คนจะมาขอพรให้ตนเองและญาติพี่น้องมีอายุยืนยาว สุขภาพแข็งแรง เป็นต้น

เยาวราชยังเป็นแหล่งสร้างอาชีพของผู้คนหลายชั่วอายุคน ตั้งแต่เช้าจนดึก ย่านนี้ไม่เคยเงียบเหงา ล้วนแต่คึกคักด้วยร้านอาหารสตรีทฟู้ดเรียงรายตลอดสองฝั่งถนน จนได้รับการขนานนามให้เป็น “สรวงสวรรค์แห่งอาหารริมทาง”ความโดดเด่นนี้ดึงนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลทั้งชาวไทยและจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือน เพื่อลิ้มลองอาหารรสเด็ดของที่นี่

แม้วันเวลาจะผ่านไปนับร้อยปี แต่เอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชนชาวจีนหรือคนไทยเชื้อสายจีนที่เยาวราชยังคงมีเสน่ห์ถึงปัจจุบัน พวกเขายังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ รักษาวัฒนธรรม ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ผสานสิ่งเก่า-ใหม่ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ณ ถนนสายมังกรที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้

เยาวราชจึงเปรียบเหมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตชีวา พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงธรรมชาติของผู้คน สร้างจากชีวิตและจิตวิญญาณของชาวจีนโพ้นทะเล เป็นพิพิธภัณฑ์ที่คนรุ่นใหญ่สามารถมารำลึกร่องรอยของบรรพชน ส่วนคนหนุ่มสาวมาใช้ค้นหาตัวเอง

Happy Journey with BEM

ความสำเร็จของโครงการ “Happy Journey with BEM”ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา นอกจากสร้างความรับรู้ให้โครงการเพื่อสังคมของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)หรือ BEMในฐานะผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นการท่องเที่ยวและยกระดับชุมชนบริเวณข้างเคียง ถือเป็นโครงการต้นแบบที่ก่อให้เกิดการตระหนักรู้ของคนในย่านต่าง ๆ สู่การยกระดับชุมชนให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในอนาคต

จากเทรนด์การท่องเที่ยวชุมชนเชิงประวัติศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน “เยาวราช” คือ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย-จีน ที่เหมาะสมที่สุด เพราะนี่คือถนนสายมังกรอันเก่าแก่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมจีนในไทย และย่านดังระดับท็อปของประเทศที่นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาไม่ขาดสาย จนกลายเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน

Happy Journey ‘เยา ยัง เยี่ยม’ จึงมุ่งที่จะเข้าถึงชุมชนรอบ “สถานีวัดมังกร”ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านเยาวราช เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ ฟื้นฟู วัฒนธรรมอันรุ่มรวยในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะ “งิ้ว” ศิลปะการแสดงระดับสูงของชุมชนชาวจีนในไทยที่นับวันหาชมยากขึ้นเรื่อย ๆ

ทั้งหมดเพื่อตอกย้ำว่า “เยา ยัง เยี่ยม” ย่านเยาวราชยังคงเป็นมังกรที่ไม่เคยหลับใหล!

BEM Happy Journey ‘เยา ยัง เยี่ยม’

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เสี่ยวจิว. (2554). “ตัวตน คน ‘แต้จิ๋ว’”.กรุงเทพฯ : มติชน.

กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม. ถนนเยาวราช ถนนสายประวัติศาสตร์ ใน MV เพลง “ROCKSTAR” ของ “ลิซ่า”. 27 มิถุนายน 2567. จาก https://www.silpa-mag.com/history/article_134602

วิภา จิรภาไพศาล. 10 งิ้วที่ยิ่งใหญ่ของจีน มีงิ้วฮิตในเมืองไทยอย่างงิ้วแต้จิ๋วอยู่ด้วย. 1 ตุลาคม 2564. จาก https://www.silpa-mag.com/history/article_75555

วีระยุทธ ปีสาลี. “สำเพ็งและเยาวราช” อดีตย่านกลางคืนของกรุงเทพฯ.22 กันยายน 2564. จาก https://www.silpa-mag.com/culture/article_11479

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Happy Journey “เยา ยัง เยี่ยม” สัมผัสวัฒนธรรมร่วมสมัยไทย-จีน เต็มอิ่ม 3 วันรอบ “เยาวราช” มังกรที่ไม่เคยหลับใหล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...