“อนุทิน-ฮุน มาเนต” จับมือเคลียร์ปัญหาชายแดน
อนุทิน-ฮุน มาเนต แถลงร่วมสู่สันติภาพไทย-กัมพูชา รวม 5 ข้อ มีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียร่วมเป็นสักขีพยาน เงื่อนไขข้อตกลงมีทั้งลดความตึงเครียดทางทหาร เว้นเผยแพร่ข้อมูลเท็จ เก็บกู้วัตถุระเบิดแนวชายแดน และให้ประชุมร่วมทวิภาคีแก้ปัญหา หากยุติได้ไทยพร้อมปล่อยตัวเชลยศึก เผยทรัมป์ใช้เงื่อนไขภาษีต่างตอบแทนมาเป็นเงื่อนไข โดยไทย-กัมพูชา และมาเลเซีย ได้สิทธิภาษี 0% ในสินค้าบางรายการ
การลงนามในถ้อยแถลงร่วมสู่สันติภาพไทย-กัมพูชา หรือข้อตกลงหยุดยิงฉบับขยายเพิ่มเติม ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อ 26 ตุลาคม 2568 ในงานประชุมอาเซียนซัมมิต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ลงนามเป็นสักขีพยาน ซึ่งผู้นำสหรัฐยกย่องเป็นข้อตกลงสันติภาพยิ่งใหญ่ที่เขาเป็นผู้ประสานงาน จนนำไปสู่การตกลงหยุดยิงชั่วคราว มีใจความสำคัญ ดังนี้
1) ดำเนินการลดความตึงเครียดทางการทหาร ภายใต้การสังเกตการณ์และการยืนยันตรวจสอบโดยกลไกผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team : AOT) ซึ่งรวมถึงการถอนอาวุธและยุทโธปกรณ์หนักและทำลายล้างสูงออกจากแนวชายแดน และนำกลับไปยังที่ตั้งปกติของหน่วยทหารแต่ละประเทศ ในบริบทดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะมอบหมายให้คณะทำงานของแต่ละฝ่ายร่วมกันหารือ เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปเรื่องการจัดทำแผนปฏิบัติการที่ปฏิบัติได้ และเป็นขั้นตอนภายใต้การสังเกตการณ์โดยคณะผู้สังเกตการณ์การหยุดยิงชั่วคราว (IOT) และหลังจากนั้นโดย AOT ตามที่กำหนดในเอกสารขอบเขตการจัดตั้ง
2) ละเว้นการเผยแพร่หรือส่งเสริมการใช้ข้อมูลเท็จ การกล่าวอ้าง การกล่าวหา และวาทกรรมที่สร้างความเสียหาย ไม่ว่าจะผ่านช่องทางที่เป็นทางการของรัฐบาล หรือช่องทางไม่เป็นทางการ เพื่อลดความตึงเครียด บรรเทาความรู้สึกเชิงลบของสาธารณชน และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการหารืออย่างสันติ
3) เห็นพ้องที่จะดำเนินมาตรการสร้างความเชื่อมั่นโดยทันทีและเต็มรูปแบบ เพื่อฟื้นฟูและรักษาความเชื่อมั่น ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และสันติภาพตามแนวชายแดน และเพื่อแก้ไขความแตกต่างอย่างสันติ ด้วยความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรภาพ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และร่วมมือเพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ
4) ประสานงานและดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อมนุษยธรรมในพื้นที่ชายแดน ตามที่ได้ตกลงกันในที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เพื่อปกป้องชีวิตของพลเรือน และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกระหว่างสองประเทศ
5) ยืนยันความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทชายแดนและการจัดทำหลักเขตแดน ผ่านสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยละเว้นการคุกคาม หรือใช้กำลัง หรือการกระทำที่เป็นการยั่วยุใด ๆ และตระหนักว่าคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) เป็นกลไกทวิภาคีสำหรับการทำงานร่วมกันในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชายแดนอย่างสันติ
โดยให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละกลไก โดยให้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในระดับท้องถิ่น เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ในพื้นที่ให้เป็นไปโดยสันติ ซึ่งรวมถึงประเด็นการรุกล้ำพื้นที่ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ตามแนวทางของผลการหารือในการประชุม JBC ตลอดจนจะยุติกิจกรรมทุกประเภทที่เป็นการขยายขอบเขตข้อพิพาทและเพิ่มความตึงเครียดมากขึ้น
เมื่อมีการดำเนินการตามมาตรการข้างต้นอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว จึงสิ้นสุดการเป็นปรปักษ์ และไทยจะปล่อยเชลยศึกทันที ทั้งนี้ สหรัฐใช้ภาษีต่างตอบแทนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ทั้งสองประเทศยุติการปะทะกันตามแนวชายแดน ซึ่งหลังจากการลงนามในข้อตกลงสันติภาพ ทรัมป์ได้ลงนามข้อตกลงกรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งไทยถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีต่างตอบแทนที่ 19% และสหรัฐได้ปรับข้อตกลงใหม่ อนุมัติภาษีในอัตรา 0% สำหรับสินค้าบางรายการแก่ไทย กัมพูชา และมาเลเซีย
ตามสาระสำคัญของข้อตกลงว่าด้วยการค้าต่างตอบแทนสหรัฐ-ไทย ที่ทำเนียบขาวเผยแพร่เมื่อ 26 ตุลาคม 2025 ซึ่งเอกสารระบุว่า “สหรัฐอเมริกาจะคงอัตราภาษีศุลกากรต่างตอบแทนไว้ที่ร้อยละ 19 ตามที่กำหนดไว้ในคำสั่งฝ่ายบริหารที่ 14257 ลงวันที่ 2 เมษายน 2568 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศไทย และสหรัฐจะระบุสินค้าจากรายการที่กำหนดไว้ในภาคผนวก III ของคำสั่งฝ่ายบริหารที่ 14346 ลงวันที่ 5 กันยายน 2568 เรื่องการปรับอัตราภาษีศุลกากรที่อาจเกิดขึ้นสำหรับพันธมิตร (Potential Tariff Adjustments for Aligned Partners) จะได้รับอัตราภาษีศุลกากรต่างตอบแทนเป็นศูนย์”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “อนุทิน-ฮุน มาเนต” จับมือเคลียร์ปัญหาชายแดน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net