โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำเนียบขาว เปิดกรอบข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน “สหรัฐ–ไทย” ไทยลดภาษี 99%–สหรัฐคงภาษี 19%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 ต.ค. 2568 เวลา 08.23 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2568 เวลา 01.23 น.

ทำเนียบขาว เปิดรายละเอียดเปิดกรอบข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน “สหรัฐ–ไทย”ไทยลดภาษี 99%–สหรัฐคงภาษี 19% พร้อมดีลการค้ารวมกว่า 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดลงนามฉบับสมบูรณ์ภายในสิ้นปี 2568

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 ทำเนียบขาว (The White House) เผยแพร่รายละเอียด เอกสาร “Joint Statement on a Framework for a United States–Thailand Agreement on Reciprocal Trade” หรือว่าด้วยกรอบข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐอเมริกาและราชอาณาจักรไทย ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้

สหรัฐอเมริกา และราชอาณาจักรไทย เห็นพ้องร่วมกันในกรอบข้อตกลงว่าด้วยการค้าต่างตอบแทน (Framework for an Agreement on Reciprocal Trade) เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคี ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกของทั้งสองประเทศเข้าถึงตลาดของอีกฝ่ายได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนฉบับนี้จะต่อยอดจากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ยาวนานระหว่างทั้งสองประเทศ ได้แก่

• สนธิสัญญาไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย–สหรัฐ (U.S.–Thailand Treaty of Amity and Economic Relations) ที่ลงนามในปี 1966 และ

• กรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนไทย–สหรัฐฯ (U.S.–Thailand Trade and Investment Framework Agreement) ที่ลงนามในปี 2002

ประเด็นสำคัญของข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน

1. การลดภาษีศุลกากร

• ไทยจะยกเลิกอุปสรรคทางภาษี (tariff barriers) ประมาณ 99% ของสินค้าทั้งหมด ครอบคลุมทั้งสินค้าอุตสาหกรรม อาหาร และสินค้าเกษตรจากสหรัฐ

• สหรัฐจะยังคงอัตราภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) สำหรับสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดจากไทยไว้ที่ 19% ตามคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order 14257 ลงวันที่ 2 เมษายน 2568 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) พร้อมทั้งจะระบุสินค้าบางรายการใน “ภาคผนวก III” ของคำสั่งฝ่ายบริหาร 14346 (ลงวันที่ 5 กันยายน 2568 เรื่อง Potential Tariff Adjustments for Aligned Partners) เพื่อให้ได้รับ อัตราภาษีตอบโต้ 0%

2. การขจัดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers)

สหรัฐและไทยจะร่วมมือกันแก้ไขอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี โดยไทยให้คำมั่นว่าจะดำเนินการดังนี้

• ยอมรับรถยนต์ที่ผลิตตามมาตรฐานความปลอดภัยและการปล่อยมลพิษของสหรัฐฯ

• ยอมรับใบรับรองจากสำนักงานอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐ รวมถึงใบอนุญาตการตลาดก่อนหน้า (prior marketing authorizations) สำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์และผลิตภัณฑ์ยาว่าเพียงพอต่อข้อกำหนดของไทย

• ออกใบอนุญาตนำเข้าเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง (ethanol for fuel) จากสหรัฐฯ

• แก้ไขกฎหมายศุลกากรของไทยเพื่อยกเลิกระบบรางวัลเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ผูกกับค่าปรับและการละเมิดกฎหมายศุลกากร

• นำแนวปฏิบัติด้านกฎระเบียบที่ดี (good regulatory practices) มาใช้และบังคับใช้จริง

3. การเปิดตลาดสินค้าเกษตรและอาหาร

ไทยจะดำเนินการแก้ไขและป้องกันอุปสรรคต่อสินค้าเกษตรและอาหารของสหรัฐ เช่น

• เร่งให้มีการเข้าถึงตลาดสำหรับเนื้อและสัตว์ปีกที่ผ่านการรับรองจาก FSIS (Food Safety and Inspection Service) ของสหรัฐ

• กำหนดมาตรการด้านสุขอนามัยและพืชอนามัย (SPS) ให้เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์และการประเมินความเสี่ยง โดยเฉพาะสินค้าประเภทธัญพืชแห้ง (เช่น DDGS – dried distiller grains with solubles)

• ยอมรับใบรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐตามที่ตกลงไว้ในปัจจุบัน

4. มาตรฐานแรงงาน

ทั้งสองประเทศจะร่วมกันกำหนดข้อผูกพันในการคุ้มครองสิทธิแรงงานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดย

• ไทยจะปรับปรุงกฎหมายให้ แรงงานมีสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มและเจรจาต่อรองได้อย่างสมบูรณ์

• เสริมสร้างการบังคับใช้กฎหมายแรงงาน โดยเฉพาะในภาคส่วนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานเด็ก

5. มาตรฐานสิ่งแวดล้อม

ไทยให้คำมั่นว่าจะคงไว้และยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม รวมถึง

• ดำเนินมาตรการต่อต้านการค้าผลิตภัณฑ์ไม้ที่ตัดอย่างผิดกฎหมาย

• สนับสนุนเศรษฐกิจที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

• ยอมรับและดำเนินการตามความตกลงของ WTO ว่าด้วยการอุดหนุนภาคประมง (Agreement on Fisheries Subsidies)

• ปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) และการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

6. ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property)

ทั้งสองประเทศจะสรุปพันธกรณีในด้านทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงเรื่องสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (geographical indications) โดยไทยจะดำเนินการ

• แก้ไขปัญหาการละเมิดเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์

• จัดการกับองค์กรบริหารสิทธิรวม (collective management organizations) ที่ไม่โปร่งใส

• ป้องกันการหลีกเลี่ยงมาตรการป้องกันทางเทคโนโลยี

• แก้ไขปัญหาความล่าช้าในการจดสิทธิบัตร

7. การค้าและบริการดิจิทัล

ไทยให้คำมั่นว่าจะ

• ไม่เก็บภาษีบริการดิจิทัล (Digital Services Tax) หรือใช้มาตรการที่เลือกปฏิบัติต่อบริการและผลิตภัณฑ์ดิจิทัลของสหรัฐฯ

• อนุญาตให้มีการถ่ายโอนข้อมูลอย่างเสรีข้ามพรมแดนที่เชื่อถือได้ เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ

• สนับสนุนการคงการระงับการเก็บภาษีศุลกากรสำหรับการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (moratorium on customs duties on electronic transmissions) ภายใต้ WTO

• ไม่กำหนดโควตาฉายภาพยนตร์(screen quotas) ในประเทศ

• ผ่อนคลายข้อจำกัดการถือครองหุ้นของนักลงทุนสหรัฐในภาคโทรคมนาคมของไทย

• ยกเลิกข้อกำหนดการประมวลผลธุรกรรมในประเทศ สำหรับธุรกรรมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศของบัตรเดบิตที่ออกในไทย

8. รัฐวิสาหกิจและการบิดเบือนทางการค้า

ทั้งสองประเทศจะร่วมกันแก้ไขปัญหาพฤติกรรมของ รัฐวิสาหกิจ (State-Owned Enterprises) ที่ทำให้เกิดความบิดเบือนทางการค้า

9. ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทาน

สหรัฐและไทยจะเสริมสร้างความร่วมมือด้าน เศรษฐกิจและความมั่นคงระดับชาติ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานและสนับสนุนนวัตกรรม

โดยจะดำเนินการร่วมกันเพื่อ

• แก้ไขพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของประเทศที่สาม

• ร่วมมือด้าน การควบคุมการส่งออก (export controls)

• รักษาความมั่นคงในการลงทุน (investment security)

• และป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี (duty evasion)

10. ข้อตกลงเชิงพาณิชย์ที่จะเกิดขึ้นระหว่างภาคเอกชนไทย–สหรัฐ

ทั้งสองฝ่ายรับทราบถึง ดีลทางการค้าขนาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ได้แก่

• การจัดซื้อสินค้าเกษตร เช่น ข้าวโพดอาหารสัตว์ กากถั่วเหลือง และ DDGS (ผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตเอทานอล) มูลค่าประมาณ 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

• การจัดซื้อผลิตภัณฑ์พลังงาน เช่น LNG, น้ำมันดิบ และเอเทน (ethane) มูลค่าประมาณ 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

• การจัดซื้อเครื่องบินสหรัฐ จำนวน 80 ลำ มูลค่ารวม 1.88 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

11. ขั้นตอนต่อไป

ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งสองประเทศจะเจรจาและสรุปข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนฉบับสมบูรณ์ และเตรียมเอกสารเพื่อการลงนามอย่างเป็นทางการ รวมถึงดำเนินกระบวนการภายในประเทศเพื่อให้ข้อตกลงมีผลบังคับใช้

อ้างอิง : whitehouse.gov

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...