โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ฝ่ายค้าน ฝรั่งเศส” รวมพลังโหวตไม่ไว้วางใจนายกฯ เสี่ยงรัฐบาลล้มกลางกันยายน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ส.ค. 2568 เวลา 17.11 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2568 เวลา 10.11 น.

กระแสต้านรัฐบาล Francois Bayrou ทวีความรุนแรง เมื่อ 3 พรรคฝ่ายค้านหลักในสภา ฝรั่งเศส ประกาศโหวตไม่ไว้วางใจ 8 กันยายน กดดันให้รัฐบาลอาจต้องลาออก

วันที่ 26 สิงหาคม 2568กระแสต่อต้านรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี Francois Bayrou ของฝรั่งเศสทวีความรุนแรงขึ้น โดย 3 พรรคฝ่ายค้านหลักในสภาแห่งชาติฝรั่งเศส ได้แก่ พรรคแนวร่วมขวาจัด National Rally พรรคซ้ายหัวก้าวหน้า France Unbowed และพรรคสังคมนิยม ต่างประกาศว่าจะลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งหากผ่านจะบีบให้รัฐบาลต้องลาออก

ตลาดการเงินสะท้อนแรงกดดันทันที ดัชนี CAC 40 ร่วงลง 1.9% เป็นวันที่สองติดต่อกัน ขณะที่ส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสกับเยอรมนี อายุ 10 ปี ซึ่งใช้วัดความเสี่ยง กำลังขยายตัวมากที่สุดตั้งแต่เดือนเมษายน สะท้อนความกังวลใหม่ต่อวินัยการคลังของฝรั่งเศส แม้ประเทศเพื่อนบ้านในยุโรป เช่น อิตาลี จะคืบหน้าในการลดขาดดุลการคลังมากกว่า

สถานการณ์นี้ทำให้ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาอาจต้องแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่หรือแม้แต่กลับไปตั้ง Francois Bayrou อีกครั้ง หวังประคองรัฐบาลให้อยู่รอดโดยไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ แต่หากเลือกทางยุบสภาก็เสี่ยงเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านได้พลังหนุนเพิ่ม ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วในการเลือกตั้งซ่อมปี 2567 ที่ทำให้พรรค National Rally ของมารีน เลอแปง ก้าวขึ้นมาเป็นพรรคใหญ่ที่สุดในสภาล่าง

โซเชียลลิสต์ระบุชัดว่าจะลงมติไม่ไว้วางใจ โดย บอริส วาลโลด์ ผู้นำพรรคกล่าวในสถานี BFM TV ว่า เราจะโหวตไม่ไว้วางใจรัฐบาล ขณะที่ฟิลิป บรุน ส.ส.พรรคเดียวกัน พูดตรงไปตรงมาว่า “สิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กันยายน คือการลาออกที่แฝงอยู่”

Francois Bayrou ผลักดันมาตรการลดรายจ่ายและขึ้นภาษีรวม 44,000 ล้านยูโร เพื่อแก้ปัญหาการคลัง พร้อมทั้งเสนอให้ยกเลิกวันหยุดนักขัตฤกษ์ 2 วัน แต่มาตรการนี้ถูกฝ่ายค้านวิจารณ์อย่างหนัก ประเด็นนี้ยังสะท้อนปัญหาหลักของฝรั่งเศสซึ่งแตกต่างจากหลายประเทศในยูโรโซน เพราะยังไม่สามารถฟื้นฟูฐานะการคลังหลังใช้จ่ายมหาศาลรับมือโควิดและวิกฤติเงินเฟ้อจากสงครามยูเครน

สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของฝรั่งเศสเคยวิจารณ์รัฐบาลมาครงว่าประเมินรายได้ภาษีและการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงเกินจริง ขณะเดียวกันควบคุมการใช้จ่ายไม่ได้ จึงพลาดเป้าลดการขาดดุลซ้ำแล้วซ้ำเล่า และคาดว่าจะลดดุลลงต่ำกว่าเกณฑ์ของอียูที่ 3% ของจีดีพีได้ไม่ก่อนปี 2572

ต้นทุนหนี้ของฝรั่งเศสก็พุ่งขึ้นต่อเนื่อง โดย Francois Bayrou ระบุว่าค่าดูแลหนี้จะสูงถึง 66,000 ล้านยูโรในปีนี้ และอาจแตะ 75,000 ล้านยูโรภายในปี 2569 แซงหน้างบการศึกษาและงบรายการอื่น ๆ ทั้งหมด

เอริก ลอมบาร์ รัฐมนตรีคลัง กล่าวในสื่อ France Inter ว่าปีนี้ฝรั่งเศสยังคงบรรลุเป้าหมายขาดดุลการคลังที่ 5.4% ของจีดีพี แต่เตือนว่าหากรัฐบาลล้ม ฝรั่งเศสจะถูกนักลงทุนลงโทษ ค่ากู้ยืมอาจสูงกว่าอิตาลีภายใน 15 วัน

ปัจจุบันอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของฝรั่งเศสขยับขึ้นมาใกล้อิตาลี และสูงกว่าประเทศที่เคยอยู่ในวิกฤติหนี้ยุโรป เช่น กรีซและโปรตุเกสแล้ว ขณะที่ดัชนี CAC 40 ร่วงลงกว่า 4% ตั้งแต่การเลือกตั้งซ่อมเดือนมิถุนายน 2567 ตรงกันข้ามกับดัชนี Stoxx Europe 600 ที่พุ่งขึ้น 6%

วินเซนต์ จูวินส์ นักกลยุทธ์การลงทุนจาก ING ที่บรัสเซลส์ ให้สัมภาษณ์ว่า“นักลงทุนที่มองยุโรปผ่านภาพเยอรมนีเพียงอย่างเดียวทำพลาดไป เพราะความจริงคือยุโรปกำลังแยกเป็นสองขั้ว บางประเทศอย่างเยอรมนีสามารถลงทุนเพื่อเติบโตได้ แต่บางประเทศอย่างฝรั่งเศสไม่มีทางเลือก นอกจากต้องรัดเข็มขัดการคลัง”

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจยุโรป ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...