เปิดลิสต์ 3 กลุ่ม REIT เสี่ยงต่ำ–สูง โอกาสสร้างผลตอบแทนยุคดอกเบี้ยขาลง
สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก และต้องการรายได้อย่างสม่ำเสมอ การลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust : REITs) นับเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในช่วงอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ทำให้ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างกอง REITs กับการลงทุนในพันธบัตรรับบาลและเงินฝากสูง
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกปี 2568 เติบโต 3.0% ซึ่งสูงกว่า 1.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลงทุนภาครัฐและการเร่งส่งออกสินค้าก่อนที่สหรัฐฯ จะเริ่มมาตรการเก็บภาษีนำเข้าจากไทยในอัตรา 19% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ธปท. คาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงเหลือ 1.6% ในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากการส่งออกจะลดลง ทำให้ภาพรวมการเติบโตของ GDP ทั้งปี 2568 อยู่ที่ 2.3% และคาดว่าจะชะลอตัวลงในปี 2569 เป็น 1.7% เนื่องจากผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ และการเติบโตที่ช้าลงของประเทศคู่ค้าหลักอย่างสหรัฐฯ และจีน
นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อก็อยู่ในระดับต่ำที่ 0.5% ในปี 2568 และ 0.8% ในปี 2569 ซึ่งต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธปท. ที่ 1-3% ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำ Krungsri Securities คาดว่า ธปท. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 1-2 ครั้ง ทำให้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.00-1.25% ภายในครึ่งแรกปี 2569
การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นนั้น จะทำให้ส่วนต่างของผลตอบแทนระหว่างเงินปันผลจากกอง REITs กับการลงทุนอื่นๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาลและเงินฝากธนาคารสูงขึ้น ส่งผลให้กอง REITs น่าสนใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนสม่ำเสมอ
ฝ่ายวิเคราะห์ได้คัดเลือกกอง REITs ที่ให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (real yield) มากกว่า 5% และมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (market cap) 3-5 พันล้านบาท และจัดกลุ่มออกเป็นสามธีม ดังนี้
1.ความเสี่ยงต่ำ, ผลตอบแทนต่ำ คือ INETREIT ซึ่งเป็นเจ้าของสินทรัพย์แบบผสมระหว่างกรรมสิทธิ (freehold 42%) และสิทธิการเช่า (leasehold 58% สัญญาสิ้นสุด 31 ธ.ค. 2588) ลงทุนในศูนย์ข้อมูลของ INET เฟส 1 และเฟส 2 ในจังหวัดสระบุรี ให้ผลตอบแทนที่แท้จริง 5.2% โครงสร้างรายได้ของกองทุนนี้เป็นแบบคงที่ และเพิ่มขึ้น 2% ต่อปีทุกปี ขณะที่ผู้สนับสนุน (sponsor) อย่าง INET มีหน้าที่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์
2.ความเสี่ยงปานกลาง, ผลตอบแทนปานกลาง โดยกลุ่มนี้ประกอบด้วย FUTURERT, ALLY, และ PROSPECT ซึ่งทั้งหมดเป็นสิทธิการเช่า 100%
และ 3. ความเสี่ยงสูง, ผลตอบแทนสูง ได้แก่ CPTREIT, BOFFICE และ TPRIME ซึ่งทั้งหมดลงทุนในอาคารสำนักงาน ซึ่งมีแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ท้าทาย เนื่องจากอุปทานล้นตลาดและมีแรงกดดันด้านค่าเช่า นอกจากนี้ DREIT ซึ่งเป็น REIT ที่ลงทุนในโรงแรมก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน